รู้จัก "โรคกินไม่หยุด" (Binge Eating Disorder) และสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/he/0/ud/5/29365/binge-eating-disorder.jpgรู้จัก "โรคกินไม่หยุด" (Binge Eating Disorder) และสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน

รู้จัก "โรคกินไม่หยุด" (Binge Eating Disorder) และสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน

แชร์เรื่องนี้

หลายคนอาจไม่ค่อยรู้จักโรคกินไม่หยุด ว่ามันเป็นอาการอยากเฉยๆหรือมันป่วยจริงๆ ไอ.เอ็น.เอ็น. จะขอพาทุกคนมาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้น 

โรคกินไม่หยุด 

โรคกินไม่หยุด ภาษาอังกฤษคือ Binge Eating Disorder (BED) เป็นชื่อโรคที่ใช้เรียกผู้ที่มีอาการรับประทานอาหารในปริมาณมากผิดปกติ ที่สำคัญคือไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการทานอาหารของตนเองได้ ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะทานมากกว่าปกติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทานแม้จะไม่รู้สึกหิว หยุดกินต่อเมื่อกินต่อไม่ไหวเท่านั้น พอหยุดกินก็จะรู้สึกผิดกับตัวเองว่ากินมากไป

อาการของโรคกินไม่หยุด

  • กินอาหารมากกว่าปกติ ปริมาณเยอะกว่าปกติ
  • ไม่สามารถควบคุมความอยากของตัวเองได้ แม้ว่าจะอิ่มแล้วก็ตาม
  • มักมีพฤติกรรมไปแอบกินอาหารเพียงคนเดียว เนื่องจากรู้สึกไม่ดี รู้สึกอายกับปริมาณอาหารที่ตัวเองกิน
  • มีความรู้สึกผิด เศร้า โกรธ โทษตัวเองเมื่อทานมากเกินไป 

สาเหตุของโรคกินไม่หยุด

ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาที่ชี้สาเหตุของโรคที่แน่ชัด แต่ก็มีการคาดการณ์ไว้หลายสาเหตุ เช่น 

  • ความผิดปกติในสมอง เช่น การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีสมองบางอย่างทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้
  • มีการกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ อาจจะเคยถูกทำร้ายในอดีต เกิดความสูญเสีย ความกังวลในรูปร่าง 
  • โรคบางชนิด ผู้ป่วยที่เป็นโรคกินไม่หยุด อาจมีผลเกี่ยวเนื่องมาจากโรคทางจิตเวชได้ เช่น โรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ ความเครียด 

ป้องกันความเสี่ยงต่อโรคกินไม่หยุด 

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 
  • ทำกิจกรรมเพื่อไม่ให้ตัวเองเครียด 

มีหลายคนสงสัยว่าเรากินเยอะจะเป็นโรคนี้รึเปล่า หากเรากินเยอะ เช่น ไปกินบุฟเฟต์ กินเยอะเป็นบางมื้อ สามารถควบคุมตัวเองได้ก็เป็นปกติ แต่หากมีอาการหรือสงสัยก็เข้ารับการบำบัด ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :chalita_k

ภาพ :iStock