5 วิธีบำบัดความอ่อนไหวที่เกิดขึ้นในจิตใจ

5 วิธีบำบัดความอ่อนไหวที่เกิดขึ้นในจิตใจ
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อคนเราเหนื่อยล้าหรือเจอกับปัญหาหนักๆ วูบหนึ่งมันจะมีอารมณ์อยากทิ้งทุกสิ่งแล้วหนีไปเลย ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน และหลายคนก็เลือกที่จะเดินออกมาจากความฝันความตั้งใจที่มี ขณะที่บางคนยังอดทนและสู้ต่อแม้ว่าหนทางนั้นจะยังอีกยาวไกล แบบนี้แล้วเรามาให้กำลังใจตัวเองด้วยเหตุผลแสนจะธรรมดาแต่ทำให้มีกำลังใจลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง

5 วิธีบำบัดความอ่อนไหวที่เกิดขึ้นในจิตใจ

  1. ถ้าคุณเหนื่อย

คำว่าเหนื่อยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเหนื่อยกายแต่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเหนื่อยใจด้วย และถ้าสองอย่างนี้มาพร้อมๆ กัน ก็ต้องมีท้อกันบ้าง ถ้าเป็นแบบนี้แล้ววิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุด คือสำรวจตัวเองก่อนว่า ที่ผ่านมาร่างกายของคุณพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ เชื่อไหมว่าการนอนให้ได้ 8 ชั่วโมงเต็มนั้นจะช่วยให้คุณกลับฟื้นคืนพลังทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งการงีบหลับสัก 15 นาทีก็ช่วยได้ เพราะร่างกายที่เหนื่อยล้า จะทำให้จิตใจอ่อนล้าตาม ดังนั้นถ้าคุณรู้สึกเหนื่อย ควรหาเวลาพักผ่อน และการนอนคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด

  1. ถ้าคุณรู้สึกท้อ

บางครั้งคุณจะรู้สึกว่าปัญหาที่แก้ไขเหมือนจะมีไม่รู้จักจบสิ้น อุปสรรคก็เยอะเสียจนไม่รู้ว่าจะก้าวข้ามได้หมดไหม มันทำให้คุณรู้สึกท้อใจและอยากจะเดินหนีไปให้ไกล เรื่องแบบนี้เกิดได้ในทุกออฟฟิศ ซึ่งวิธีรับมือกับความรู้สึกท้อที่ดีที่สุด คือ การกลับมารับมือกับความคิดด้านลบของตนเองเพื่อให้สุขภาพจิตของคุณดีขึ้น เริ่มต้นด้วยการเดินหรือวิ่งก็ช่วยคลายเครียดได้ แม้กระทั่งการเขียนบันทึกในแต่ละวันเพื่อระบายความรู้สึก พยายามมองในด้านบวกของปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเป็นวิธีที่จะทำให้คุณนั้นเติบโตขึ้นด้วยประสบการณ์ จงจำไว้ว่าการวิ่งหนีปัญหานั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

  1. ถ้าคุณรู้สึกสับสน

มันจะมีทุกช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ที่คุณจะรู้สึกสับสนกับตนเองว่าจะเลือกทางเดินชีวิตแบบไหนดี บอกเลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เจอกับปัญหาแบบนี้ แล้วถ้าความรู้สึกแบบนั้นจะทำให้คุณเครียดกับการใช้ชีวิต ก็ขอให้แก้ไขด้วยการกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ กลับไปยังเป้าหมายที่คุณวางไว้ กลับไปทำความเข้าใจกับตนเองก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ จากนั้นก็มองยาวๆ ว่าสิ่งที่คุณต้องการนั้น จะต้องเดินทางไหนถึงจะไปสู่ความสำเร็จได้ จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าว อย่าใจร้อน อย่าหาทางลัด เพราะไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ และคุณจะถึงเป้าหมายได้ต้องมีความอดทน

  1. ถ้าคุณติดหล่มความรับผิดชอบ

หลายครั้งที่คุณต้องแบกรับความปัญหา แบกรับความรับผิดชอบในชีวิตของคนอื่น และทำให้คุณรู้สึกหนักบนสองบ่า จนอยากจะปลดเปลื้องมันทิ้งซะ ถ้าเป็นแบบนั้นจงหาหนทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ จากนั้นคุณจะรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนและหลัง ถ้าบางเรื่องคุณไม่มีความจำเป็นใดๆ เลยที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวด้วย หรือต้องเข้าไปช่วยเหลือคนที่ไม่เคยคิดจะช่วยตัวเองเลย คุณจะปล่อยมือจากคนเหล่านั้น หรือปัญหาเหล่านั้นซะ มิเช่นนั้นแล้ว มันจะกลายเป็นติ่งที่คุณต้องรับผิดชอบไปตลอดชีวิต

  1. ถ้าคุณรู้สึกเสียใจ

เมื่อทำอะไรผิด ก็คอยแต่โทษตัวเอง คุณจะไม่มีทางเดินทางสู่อนาคตที่สดใสได้เลย ความรู้สึกเสียใจ หรือนั่งโทษแต่ตัวเอง ไม่ได้ทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้น หนทางที่ดีที่สุด จงคิดให้ได้ว่าอะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป มานั่งเสียใจย้อนหลังนั้นไม่มีประโยชน์ แต่จงเอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขเพื่อให้อนาคตที่จะมาถึง เกิดสิ่งที่ดีกว่าขึ้นมา จำไว้ว่าจงให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณเปลี่ยนแปลงได้ในปัจจุบันคือตัวเอง และอนาคตที่ดีกว่าจะตามมา