ข่าว “การเมือง” สุดเครียด เสพอย่างไร “กำลังดี”

ข่าว “การเมือง” สุดเครียด เสพอย่างไร “กำลังดี”
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ขณะนี้ข่าวการเมืองในประเทศไทยกำลังเป็นที่สนใจของประชาชน ฉะนั้นหากมีการติดตามข่าวสารที่มากจนเกินไป อาจจะส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยทางกาย เช่น ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ส่วนอาการทางจิตใจก็อย่างเช่น วิตกกังวล และหงุดหงิดง่าย กระทั่งมีปัญหาโต้เถียงกันกับผู้อื่น หรือแม้แต่บุคคลในครอบครัวก็ไม่เว้น ด้วยเหตุนี้กรมสุขภาพจิตจึงได้แนะนำ 5 วิธีที่ควรปฏิบัติ สำหรับการติดตามข่าวการเมืองให้ห่างไกลความเครียด ดังนี้

  1. แบ่งเวลาติดตามข่าวอย่างพอดี

การติดตามข่าวสารไม่ควรติดตามต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมง เพราะอาจจะทำให้เกิดเครียดมากขึ้นกว่าเดิม แนะนำให้ดูแล้วพักบ้างเพื่อให้ได้ปรับอารมณ์ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ตัวว่าเราควรให้ความสำคัญกับข่าวนี้มากน้อยแค่ไหน ฉะนั้นจึงต้องมีสติรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพอันนำมาซึ่งความเครียด และความวิตกกังวล

  1. ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ

หันเหความสนใจจากข่าวสารไปเรื่องอื่น ละเว้นการรับรู้ข่าวสารการเมืองบ้าง โดยหันไปทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่อื่นๆ ของตนเอง เรียนหนังสือ ทำงาน และให้เวลากับครอบครัว พูดง่าย ๆ ก็คือควรประเมินความสำคัญก่อนหลังให้ดี เพื่อไม่ให้การติดตามข่าวการเมืองมากระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน (บางคนตามจนไม่เป็นอันทำงาน แบบนั้นก็ไม่ไหวนะจ๊ะ)

  1. เคารพความคิดเห็นที่มีความแตกต่าง

เคารพความคิดเห็นแบบประชาธิปไตยที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ โดยไม่ดูข่าวหรือรับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว เพราะอาจจะทำให้เกิดอารมณ์รุนแรง ควรเปิดกว้างและรับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่าง อีกอย่างคือควรยอมรับความจริง หรือหัดทำความเข้าใจว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเช่นกัน

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

บางคนติดตามข่าวมากเกินไป ชนิดที่ว่าเกาะติดทั้งข่าวโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์จนไม่ได้พักผ่อน (ตามเผือกกันให้จ้าละหวั่น) ก็อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียและขาดสมาธิได้ ฉะนั้นควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง แล้วค่อยมาเสพข่าวต่อก็ยังได้ (รู้ช้ากว่าคนอื่นหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก) นอกจากนี้การพักผ่อนยังช่วยทำให้ความเครียดลดลงได้อีกด้วยนะ

  1. ผ่อนคลายความเครียดบ้าง

วิธีการผ่อนคลายเครียดจากการติดตามข่าวที่ดีที่สุดก็คือ การออกกำลังกาย ฝึกโยคะ ทำสมาธิ ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือฝึกหายใจคลายเครียด โดยกำหนดลมหายใจเข้า-ออก เป็นต้น ในส่วนของท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่อยากแนะนำ ได้แก่ ท่ายืดเหยียดสลับท่าขยับ เช่น ขยับศีรษะซ้าย ขวา หมุนไหล่ แล้วเดินแกว่งแขนนั่นเอง