ฝุ่น PM 2.5 ยังอยู่ เสี่ยง “เยื่อบุโพรงจมูก-คอ-หลอดลมอักเสบ”

ฝุ่น PM 2.5 ยังอยู่ เสี่ยง “เยื่อบุโพรงจมูก-คอ-หลอดลมอักเสบ”

เตือน ฝุ่น PM 2.5 ยังอยู่ ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด เสี่ยงเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ อาจถึงขั้นหลอดลมตีบ หรือน้ำมูกมีเลือดปนได้ ควรสวมหน้ากาก N95 ถ้ามีแต่หน้ากากอนามัยธรรมดา ควรซ้อน 2 ชั้น ถึงจะช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ได้บ้าง

>> หนักหนาสาหัส ฝุ่นพิษ PM 2.5 วิกฤตทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล อากาศแย่หลายวันต่อเนื่อง

ฝุ่น PM 2.5 ยังระบาดอยู่ในหลายพื้นที่ในประเทศไทย ทั้งในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เราสามารถตรวจสอบปริมาณฝุ่นในอากาศได้ในแอปพลิเคชั่น AirVisual ทั้งใน iOS และ Android

ฝุ่น PM 2.5 ที่เราอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นสาเหตุของโรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคอื่น ๆ ที่อันตรายต่อร่างกายได้ โดยในช่วงปี 2563 นี้ พบผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่มีสาเหตุมาจากฝุ่น PM 2.5 จำนวนมาก โรคที่พบได้บ่อยในช่วงนี้ คือ

 

  • เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ

 

ภูมิแพ้เยื่อบุโพรงจมูก คือโรคที่มีการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก เกิดจากการกระตุ้นของสารก่อภูมิแพ้ในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ร่างกายตอบสนองโดยการสร้างภูมิคุ้มกันชนิดนั้น ๆ ขึ้นมาต่อสู้ ในกรณีนี้อาจมีอาการกับคนที่แพ้ฝุ่นนั่นเอง

 

  • คออักเสบ

 

ฝุ่นอาจทำให้มีอาการของโรคคออักเสบ ที่จะทำให้มีอาการเจ็บคอ จากการที่มีฝุ่นซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในลำคอระหว่างสูดอากาศหายใจ ซึ่งหากยังได้รับฝุ่นอยู่มาก ๆ อาจเสี่ยงคออักเสบเรื้อรังได้

 

  • หลอดลมอักเสบ

 

โรคหลอดลมอักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ซึ่งเป็นท่อที่นำลม หรืออากาศที่หายใจเข้าสู่ปอด ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวม มีเสมหะในหลอดลม ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอ มีเสมหะ อาจเสี่ยงหลอดลมตีบจนหายใจลำบาก หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก และอาจหายใจมีเสียงดังหวีดได้  อาจมีอาการเจ็บคอ แสบคอ หรือเจ็บหน้าอกได้

ดังนั้นก่อนจากบ้าน อย่าลืมตรวจค่าความหนาแน่นของฝุ่นจากแอปพลิเคชั่น AirVisual เมื่ออยู่ในระดีบอันตราย ควรสวมหน้ากาก N95 (หากไม่มี ให้ใช้หน้ากากอนามัยซ้อนกัน 2 ชั้น) เมื่ออยู่ในที่สาธารณะทุกครั้ง และหากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หายใจติดขัด หอบเหนื่อย น้ำมูกไหล หรือมีเลือดปน ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีก่อนมีอาการหนักกว่าเดิม