เที่ยวเขาเดินป่า ระวัง “โรคไข้ไรอ่อน”

เที่ยวเขาเดินป่า ระวัง “โรคไข้ไรอ่อน”
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ในช่วงฤดูหนาวมีประชาชนจำนวนมาก นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามดอยสูงและท่องเที่ยวเดินป่า เพื่อชมความงามของธรรมชาติ และสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น แต่ภัยที่จะมาจากป่าเขาหรือพื้นที่ชนบท ก็คือ โรคไข้ไรอ่อน โรคไข้รากสาดใหญ่ หรือโรคสครับไทฟัส โดยสาเหตุเกิดจากการถูกตัวไรอ่อนที่มีเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งกัด ซึ่งส่วนใหญ่ตัวไรอ่อนมักจะอาศัยอยู่ในหนูเป็นพาหะ


ลักษณะอาการ

หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ผู้ป่วยประมาณ 50% จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง


วิธีรักษา

หากมีลักษณะอาการตามข้างต้นควรรีบไปพบแพทย์ โดยเฉพาะกับสตรีมีครรภ์และเด็ก ซึ่งแพทย์จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ กรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากหรือมีอาการรุนแรง แพทย์อาจใช้ยาแบบฉีดนั่นเอง


ภาวะแทรกซ้อน

บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ ปอดอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และภาวะอวัยวะภายในล้มเหลวหลายระบบ ซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว


วิธีการป้องกัน

หากจะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า แต่งกายให้มิดชิด สวมรองเท้าถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา

หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำ และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้ ถางหญ้ารอบบริเวณบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัยของไรอ่อน และจัดเก็บหรือขุดหลุมฝังขยะให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้หนูมาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้าน สำหรับตัวไรอ่อนอาจใช้สารเคมีพ่นรอบ ๆ บริเวณบ้าน