“นักเขียน” อาชีพที่ "ทำร้ายสุขภาพ" อย่างคาดไม่ถึง

“นักเขียน” อาชีพที่ "ทำร้ายสุขภาพ" อย่างคาดไม่ถึง

นักเขียน ใช้พลังสมองมากกว่าพลังงานร่างกาย ทำให้เกิดความเครียดสะสม ความเหนื่อยจากการใช้สมองอย่างหนัก และยังขยับร่างกายน้อยจนเสี่ยงต่อการขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม จึงเสี่ยงสุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ ตามเวลาในการทำงานได้

 
นักเขียน ดูจะเป็นสายงานที่หลายคนอยากจะเป็น เพราะดูเป็นอาชีพที่มีอิสระ ได้ใช้ความคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน ทำงานที่ไหนเมื่อไรก็ได้ และหากเป็นนักเขียนอิสระ ยังสามารถกำหนดเวลาในการทำงานได้ตามใจชอบ แต่จริง ๆ แล้วอาชีพนักเขียนเป็นอาชีพที่ทำงานหนักไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ แถมวิถีชีวิตยังทำลายสุขภาพได้อย่างไม่น่าเชื่อ

พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง) ระบุไว้ในเพจ Pleasehealth Books ให้ข้อมูลว่า นักเขียนชาวญี่ปุ่นชื่อดัง “ฮารูกิ มูราคามิ” เคยเขียนไว้ว่า “Writing is unhealthy, so be healthy.” (งานเขียนไม่ดีต่อสุขภาพ มารักษาสุขภาพกันเถอะ) เหตุที่เขากล่าวอย่างนี้เป็นเพราะว่า ก่อนที่จะเริ่มต้นเป็นนักเขียน คุณมูราคามิเคยทำงานเป็นเจ้าของบาร์สไตล์แจ๊สมาก่อน จึงมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพเท่าไรนัก เช่น นอนดึก ตื่นสาย สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ แต่หลังจากที่เขาตัดสินใจจะเป็นนักเขียน เขียนหนังสืออย่างจริงจัง เขาก็พบว่าการ “งานเขียน” ต้องใช้สมองอย่างหนัก เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ 

 
ทำไมอาชีพ “นักเขียน” ถึงเสี่ยงสุขภาพแย่ ?

อาชีพนักเขียนมักนั่งสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งนั่งเขียน นั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ เป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยขยับเขยื้อนร่างกายน้อยมาก แม้ว่าร่างกายจะขยับน้อย แต่ใช้งานสมองหนักมาก เพื่อคิดคำที่ต้องการจะพิมพ์ เรื่องที่ต้องการจะสื่อ หาข้อมูลเพิ่มเติม อ่านทวน แก้ไข ไหนจะไฟแรงหัวแล่นในบางช่วงที่ทำให้นั่งพิมพ์ติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่ลุกจากที่นั่ง นอกจากเสี่ยงออฟฟิศซินโดรมจากการนั่งหน้าคอมนาน ๆ แล้ว ยังเหนื่อยล้าอย่างหนักต่อการใช้สมองตลอดทั้งวันอีกด้วย

 
วิธีแก้ไขไลฟ์สไตล์ของนักเขียน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

คุณมูราคามิ ตัดสินใจดูแลร่างกายให้ดี เพื่อให้สมองทำงานได้ดีที่สุด และไม่เสื่อมไปตามวัย เขาเริ่มต้นเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ใหม่ เขาเลิกสูบบุหรี่ และฝึกวิ่งอย่างจริงจัง กิจวัตรประจำวันของเขาคือ ตื่นนอนตี 4 เพื่อเขียนหนังสือ 5-6 ชั่วโมง แล้วจึงพักด้วยการออกกำลังกาย เขาเลือกที่จะทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน เน้นผัก ปลา เต้าหู้ และอาหารสุขภาพต่าง ๆ

นักเขียนฟรีแลนซ์สามารถทำตาม หรือปรับเปลี่ยนวิธีดูแลสุขภาพจากคุณมูราคามิได้ ส่วนใครที่เป็นนักเขียนประจำที่ต้องเข้าออฟฟิศ ที่อาจจะไม่ได้มีอิสระในการทำงานเท่ากับนักเขียนฟรีแลนซ์ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีขึ้นได้เช่นกัน เริ่มจากเวลาในการเข้านอน ตื่นนอน หาช่วงพักเบรคระหว่างทำงานระหว่างวัน พักสายตา สมอง และขยับเขยื้อนร่างกายโดยลุกขึ้นจากเก้าอี้ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แป้งและน้ำตาลน้อยลง ไขมันจากสัตว์น้อยลง เน้นผักผลไม้ และอย่าลืมหาเวลาออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน หรืออย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที ก็จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ และยังช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ไม่เหนื่อยล้าเกินไปจนสมองตัน คิดงานไม่ออก อีกด้วย

นอกจากนี้การหาเวลาพักผ่อนเพื่อเติมพลังให้กับร่างกาย และสมองก็เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับนักเขียนเช่นกัน นอกจากจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ยังอาจได้ไอเดียในงานเขียนเพิ่มโดยไม่รู้ตัวก็ได้