อันตรายจากการกิน “ยาลดความอ้วน”

อันตรายจากการกิน “ยาลดความอ้วน”

อันตรายจากการกิน “ยาลดความอ้วน”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปัจจุบันใครก็ต่างอยากจะมีรูปร่างที่ผอมเพรียวเป๊ะปัง และการออกกำลังกายก็ดูเหมือนจะไม่ทันใจเท่าไหร่ จึงทำให้หลายคนหันไปพึ่งวิธีการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากอย่าง ยาลดความอ้วน” ซึ่งสมัยนี้ก็หาซื้อได้ง่ายมากตามอินเทอร์เน็ต และเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ยาลดความอ้วนที่ถูกโฆษณาขายในสื่อโซเชียลต่าง ๆ ไม่ได้มีคำแนะนำมาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกร นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการนำเสนอข่าวว่า มีผู้เสียชีวิตจากการซื้อยาลดความอ้วนกินเองอยู่บ่อยครั้ง


อันตรายจากการกินยาลดความอ้วน

เนื่องจากยาลดความอ้วนมีส่วนประกอบของยาอื่น ๆ อีกหลายชนิดเพื่อช่วยเสริมผลในการลดน้ำหนัก จึงทำให้ผู้ที่รับประทานอาจมีผลข้างเคียง และลักษณะอาการดังต่อไปนี้

  • นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว

  • อาจเกิดโรคกระเพาะ และเกิดอาการท้องเดิน เนื่องจากร่างกายสูญเสียสมดุลของน้ำ และเกลือแร่

  • เกิดการกดการหายใจ และความดันโลหิตสูง

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • อาจหมดสติหรือชัก และอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้


บุคคลที่ไม่ควรกินยาลดความอ้วน

ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคไทรอยด์ ฯลฯ และสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากภาวะน้ำหนักขึ้นมากกว่าเกณฑ์ปกติในช่วงตั้งครรภ์ จำเป็นจะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติอื่นๆ เช่น เบาหวานหรือครรภ์เป็นพิษ อีกทั้งยาลดความอ้วนอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และยิ่งทำให้การทำงานของหัวใจที่ผิดปกติในช่วงตั้งครรภ์รุนแรงขึ้น รวมถึงสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ก็ห้ามกินยาลดความอ้วนเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สารบางอย่างในยาตกค้างในน้ำนม ทำให้เด็กได้รับสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน

ดังนั้นการลดน้ำหนักที่ดีและปลอดภัย คือ การควบคุมอาหารควบคู่กับการออกกำลังกาย อีกทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมด้วย แต่หากต้องการใช้ยาลดความอ้วนจริง ๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากการใช้ยาได้มากที่สุด

ทั้งนี้ขอเตือนว่าการซื้อยาต้องซื้อ จากร้านขายยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาต และมีเภสัชกรให้คำแนะนำในการใช้ยา ไม่สามารถซื้อหรือขายยาทางโซเชียลมีเดียได้ เพราะผิดกฎหมาย และเสี่ยงต่อการเกิดผลร้ายต่อผู้บริโภคด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook