แพทย์เตือนฉีดกลูต้าผิวขาว เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง-ตาบอด

แพทย์เตือนฉีดกลูต้าผิวขาว เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง-ตาบอด
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

อธิบดีกรมการแพทย์เผยหนุ่มสาวฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน เตือนเสี่ยงมะเร็งผิวหนังและตาบอดได้ แนะดูแลผิวพรรณด้วยวิธีธรรมชาติ ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ผิวจะเนียนใสและมีสุขภาพดี

เชื่อว่าสาวๆ หลายคน (และหนุ่มๆ บางคน) รู้จักกันเป็นอย่างดีว่า กลูต้า หรือชื่อเต็มคือ กลูต้าไธโอน ช่วยทำให้ผิวขาวใสขึ้น แต่กลูต้าไธโอนคืออะไร ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่ และปลอดภัยมากแค่ไหน Sanook! Health จะไขข้อสงสัยให้ได้รู้กันค่ะ


กลูต้าไธโอน (glutathione)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เซลล์ในร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

กลูต้า ช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้จริงหรือ?

การนำกลูต้าไธโอนไปฉีดเพื่อให้ผิวขาวนั้นถือว่าเป็นการประยุกต์ใช้ขึ้นมาเอง เนื่องจากคุณสมบัติของกลูต้าไธโอนสามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีหรือที่เรียกว่าเมลานิน จึงมีการนำสารชนิดนี้ไปใช้ในการดูแลผิวให้ขาวขึ้น ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่มีการศึกษาที่น่าเชื่อถือยืนยันหรือรับรองประสิทธิภาพและประโยชน์ของกลูต้าไธโอนในการทำให้ผิวขาวได้อย่างแท้จริง แต่วัยรุ่นกลับหลงเชื่อคำโฆษณา อวดอ้างสรรพคุณต่างๆทางสื่ออินเทอร์เน็ต จึงพากันไปฉีดสารดังกล่าวเพียงเพื่อความสวยงามโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่มีต่อร่างกายในระยะยาว

กลูต้าชนิดเม็ด ได้ผลจริงหรือไม่?

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์กลูต้าไธโอนในท้องตลาดส่วนใหญ่อยู่ในรูปยาเม็ดสำหรับรับประทาน ซึ่งกลูต้าไธโอนนี้สามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหาร ดังนั้นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการรับประทานกลูต้าไธโอนในรูปแบบของยารับประทานนั้นแทบจะไม่มีเลย

แล้วกลูต้าชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดล่ะ?

เมื่อบางคนคิดว่ากลูต้าชนิดทานไม่เห็นผล จึงมีผู้พยายามนำกลูต้าไธโอนในรูปแบบยาฉีดมาใช้แทนการรับประทาน เนื่องจากเชื่อว่ามีประสิทธิภาพในการทำให้ผิวขาวได้ดีกว่า แต่ประเด็นสำคัญของการใช้ยาฉีดกลูต้าไธโอน คือ ความปลอดภัยจากการฉีดยา เนื่องจากบางคนฉีดเป็นประจำทุก 1-2 สัปดาห์และฉีดในปริมาณที่เกินขนาด 2-3 เท่าตัว เพราะเข้าใจว่ายิ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ผิวขาวรวดเร็ว ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย เพราะเมื่อฉีดสารดังกล่าวเข้าเส้นเลือดดำ คนไข้มีโอกาสที่จะแพ้ตัวยา สารปนเปื้อน ทำให้มีอาการช็อก ความดันต่ำ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้ นอกจากนี้การที่ร่างกายได้รับสารกลูต้าไธโอน เป็นเวลานานๆ จะทำให้เม็ดสีเมลานินบริเวณผิวหนังและที่จอตามีปริมาณลดลง ทำให้จอตารับแสงได้น้อยลงและเสี่ยงต่อการมองเห็นในอนาคต ส่วนเม็ดสีเมลานินที่ผิวหนังที่ทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสง หากใช้ในปริมาณมากและติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เม็ดสีผิวลดลง ส่งผลให้ร่างกายขาดเกราะป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต ผิวหนังก็จะเกิดการระคายเคือง มีริ้วรอย เหี่ยวย่น แก่เร็ว และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

ถ้าอยากผิวขาวใส โดยไม่ต้องพึ่งกลูต้า ต้อง...

1. ทานอาหารจำพวกโปรตีน ไข่ นม
2. ทานผักผลไม้ประเภทหน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด และวอลนัท และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม มะเขือเทศ
3. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
4. ดื่มน้ำสะอาดวันละอย่างน้อย 8 แก้ว
5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
6. ทาครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด ที่เป็นตัวทำลายผิวทุกวัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมการแพทย์

เรื่องล่าสุดของหมวด สุขภาพกาย

ดูหมวด สุขภาพกาย ทั้งหมด