12 วิธีป้องกันโรค "กรดไหลย้อน" ไม่ให้ย้อนกลับมาหาอีก

12 วิธีป้องกันโรค "กรดไหลย้อน" ไม่ให้ย้อนกลับมาหาอีก
GED Good Life

สนับสนุนเนื้อหา

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) ถือว่าเป็นโรคสุดยอดแห่งความทรมาน แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง และไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากทีเดียว สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน เกิดจากภาวะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ไหลย้อนกลับขึ้นไปสร้างความระคายเคืองในหลอดอาหาร และลำคอ มีน้ำรสเปรี้ยว หรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาทางปาก ทำให้เกิดอาการระคายบริเวณลำคอ และแสบอก หรือจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ และมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย มักพบในผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อย อาการเหล่านี้ส่งผลกับชีวิตประจำวันได้ รู้แบบนี้แล้วมาดูวิธีป้องกันโรคกรดไหลย้อนกันเถอะ!

12 วิธีป้องกันโรค "กรดไหลย้อน"

  1. หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นทำให้เกิดกรดไหลย้อน รวมถึงสังเกตปริมาณอาหารที่ทานเข้าไปด้วย

  2. ไม่ควรทานอาหาร และดื่มน้ำมากๆ ระหว่างทานอาหาร

  3. ควรทานอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง

  4. หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน อาหารย่อยยาก เนื้อติดมัน อาหารที่มีรสจัด ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เปปเปอร์มินต์ เนย ไข่ นม กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์

  5. ทิ้งช่วงเวลาทานอาหารจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง

  6. เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆเพื่อผ่อนคลายความเครียด

  7. งดสูบบุหรี่

  8. หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่คับแน่น โดยเฉพาะบริเวณท้อง

  9. ควรลดน้ำหนัก ในกรณีที่มีน้ำหนักเกิน

  10. เวลานอนควรหนุนหัวเตียงให้สูงขึ้นจากพื้นราบประมาณ 6-10 นิ้ว

  11. ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลดขนาดยา หรือหยุดยาเอง และมาพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับขนาดยา

  12. หากป่วยอย่าซื้อยามาทานเอง เนื่องจากยาบางชนิดทำให้กระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดเพิ่มขึ้น หรือทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวมากขึ้น

 

ข้อแนะนำเหล่านี้เป็นเพียงการปฏิบัติเบื้องต้น และในผู้ป่วยที่ใช้ยาไม่ได้ผล หรือมีภาวะแทรกซ้อน ควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ หมั่นสังเกตอาการตนเองเป็นประจำ ลดการกลับมาเป็นซ้ำของกรดไหลย้อนบ่อยๆ ถ้าเป็นหนักแนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!