มะเร็ง กับความเสี่ยง ที่มาจากช่วงเวลาในการกินอาหาร

มะเร็ง กับความเสี่ยง ที่มาจากช่วงเวลาในการกินอาหาร
Hello Khun Mor

สนับสนุนเนื้อหา

มะเร็ง กับความเสี่ยง นั้นมีอยู่หลายหลายปัจจัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "ช่วงเวลาในการกินอาหาร" ใครจะไปคาดคิดว่าการกินเร็วหรือกินช้าก็มีความเสี่ยงด้วย และนี่คือรายละเอียด

ผลการศึกษาวิจัยบอกอะไรบ้าง

  • ในการทำความเข้าใจกับนาฬิกาชีวภาพที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเรานั้น ทีมนักวิจัยของสถาบันสุขภาพระหว่างประเทศในประเทศสเปน ได้ตัดสินใจทำการสืบสวนหาความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านม ซึ่งทำไปทำมาก็พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับมื้ออาหารด้วย
  • นักวิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากจำนวน 621 ราย และผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม 1,205 ราย นอกจากนี้ยังเก็บข้อมูลกับผู้ชายจำนวน 872 คน และผู้หญิงจำนวน 1,321 คนที่ไม่ได้ทำงานกะกลางคืนด้วย
  • นักวิจัยได้ใช้แบบสอบถามและทำการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว เกี่ยวกับพฤติกรรมการกินและการนอน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพื่อทำการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ ซึ่งเกือบทุกคนที่ทำการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ตอบว่ากินอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารค่ำ ซึ่งมีประมาณหนึ่งในสามที่กินของว่างในช่วงบ่าย และประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ที่กินของว่างหลังดินเนอร์
  • ผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า คนที่กินอาหารค่ำเสร็จ แล้วรออย่างน้อยสองชั่วโมงก่อนเข้านอน จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านมลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าคนที่ทานอาการค่ำก่อนสามทุ่ม จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ลดลง เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคนที่กินอาหารค่ำหลังสี่ทุ่ม แต่อย่างไรก็ตามผู้ทำงานวิจัยชิ้นนี้แจ้งว่า ยังต้องทำงานวิจัยต่อไป เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนกว่านี้

 

ซึ่งถ้าผลออกมาเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็จะช่วยให้เราหาทางลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลงได้ เพราะในปัจจุบันยังไม่มีใครนำปัจจัยทางด้านมื้ออาหารเข้าไปเชื่อมโยงกับเรื่องนี้เลย ซึ่งเรื่องนี้อาจเกิดผลกระทบกับผู้คนอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในทวีปยุโรปตอนเหนือ เนื่องจากผู้คนในแถบนี้มักจะกินอาหารค่ำกันดึกมาก 

 

ปัญหาของคนที่ทำงานกะกลางคืน

นักวิจัยเลือกการศึกษาในเรื่องมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านม ก็เนื่องจากทั้งสองโรคนี้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับผู้ที่ทำงานกะกลางคืน และมีส่วนรบกวนนาฬิกาชีวภาพของเราด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยครั้งนี้ยังไม่ได้ชี้ชัดกับบุคคลที่ทำงานในกะกลางคืน ฉะนั้นจึงต้องทำการศึกษาวิจัย เพื่อความเสี่ยงในกลุ่มคนพวกนี้กันต่อไป ฉะนั้นคนที่ทำงานกะกลางคืนก็อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ล่ะ เพราะจริงๆ แล้ว เวลาในการกินอาหารอาจไม่ได้เป็นปัญหามากนักก็ได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า คนที่ทำงานกะกลางคืนบางคนมักจะมีน้ำหนักขึ้น ซึ่งสาเหตุก็น่าจะมาจากรูปแบบการนอนตามปกติถูกรบกวน ซึ่งถ้าเราลืมตาตื่นอยู่นานขึ้น ก็มีแนวโน้มจะกินอะไรมากขึ้น ถ้าการทำงานในกะกลางคืนทำให้คุณเหนื่อยล้า คุณก็อาจออกกำลังกายได้ไม่มากพอ นั่นก็เป็นปัญหาอีกเหมือนกัน ซึ่งนับได้ว่าผลกระทบต่อคนที่ทำงานในกะกลางคืนนี้ มาจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ไม่ใช่ปัจจัยเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

การมีน้ำหนักเกินนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด รวมทั้งมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย ซึ่งถ้าจะทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหาร การนอน และเวลาในการทำงาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหรือไม่นั้น ก็จำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยกับคนที่ทำงานกะกลางคืนด้วย

 

เวลากินกับอาหารที่เรากิน

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าเรื่องเวลาในการกินอาหาร ก็คือสิ่งที่เรากินเข้าไปนั่นแหละ เพราะนั่นมีส่วนที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้มากกว่า ซึ่งการกินอาหารประเภทผักและผลไม้เยอะๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ ฉะนั้น ถ้าเรากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้ว จะต้องไปแคร์อะไรกับเวลาในการกินอาหาร

จริงๆ แล้วเวลาในการกินอาหาร มักจะส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนของเรามากกว่า คนที่มีงานยุ่งมักจะไม่ค่อยได้กินอาหารในระหว่างวัน แล้วยกยอดมากินเป็นมื้อใหญ่เอาในช่วงก่อนเวลาเข้านอน ซึ่งถ้าตอนนั้นเรารู้สึกหิวจัดๆ เราก็อาจจะกินอะไรเข้าไปมากเกิน และนั่นไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาการนอนไม่หลับ เนื่องจากอิ่มเกินไป ฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่ควรกินอาหารในช่วงที่ใกล้กับเวลานอน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการกินผักผลไม้เยอะๆ กินเนื้อสัตว์น้อยๆ แล้วเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น ก็น่าจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องเวลา