.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
รู้ก่อนพังคาทาง! อาการคลัตช์หมด เป็นยังไง? เช็ก 3 สัญญาณเตือนว่าคลัตช์ใกล้หมด
รู้ก่อนพัง! เช็กอาการ "คลัตช์หมด" สัญญาณเตือนภัยเงียบที่คนขับหลายคนไม่อยากเจอ
ทุกวันนี้เทคโนโลยียานยนต์ก้าวล้ำไปไกลมากจนทำให้ใครหลายคนมองข้ามชิ้นส่วนสำคัญอย่าง "คลัตช์" เพราะเข้าใจผิดว่ามันมีอยู่แค่ในรถเกียร์ธรรมดาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ (เกียร์ออโต้) ทุกประเภทก็ยังคงต้องพึ่งพาชุดคลัตช์ในการถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ลงสู่ระบบเกียร์อยู่ดี
อาการ "คลัตช์หมด" ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่ต่างจากอาการเครื่องยนต์ฮีท เพราะมันจะทำให้รถของคุณสูญเสียกำลัง ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ และหากฝืนขับทั้งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจจะส่งผลให้ระบบเกียร์พังคาที่ เสียค่าซ่อมบานปลายหลักหมื่นหลักแสนบาท
iStockphoto
สัญญาณเตือนลางร้าย! 3 อาการบ่งชี้ว่าคลัตช์ใกล้หมด
สำหรับรถยนต์มือสอง หรือรถที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี มีระยะทางการวิ่งผ่านหลัก 150,000 – 200,000 กิโลเมตรขึ้นไป นี่คือ 3 สัญญาณเตือนที่คุณสามารถสังเกตและตรวจเช็กได้ด้วยตัวเองก่อนที่คลัตช์จะพังถาวร:
1. เกิดอาการ "คลัตช์ลื่น"
นี่คืออาการเริ่มต้นที่เด่นชัดที่สุด หากรถยนต์ของคุณไม่ได้ผ่านการแต่งหรือโมดิฟายเครื่องยนต์ให้มีกำลังแรงม้าสูงเกินกว่าปกติ อาการคลัตช์ลื่นจะเกิดขึ้นจาก "ผ้าคลัตช์" ที่เริ่มสึกหรอและบางลง ทำให้จานคลัตช์ไม่สามารถจับกับฟลายวีลได้อย่างสนิท
2. รอบเครื่องสูงขึ้น แต่ความเร็วลดลง
อาการนี้มักพบได้บ่อยและสังเกตได้ยากในรถเกียร์อัตโนมัติ ให้คุณลองสังเกตมาตรวัดบนหน้าปัดรถยนต์ หากพบว่าเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเท่าเดิมแต่ต้องใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่าปกติ หรือในทางกลับกันคือเหยียบคันเร่งจนรอบเครื่องพุ่งสูงแล้ว แต่ความเร็วของรถกลับตกลงมาอย่างผิดปกติ นั่นคืออาการเตือนว่าระบบคลัตช์กำลังมีปัญหา
3. อืด ขื้นเนินชันได้ช้ากว่าเดิม
หากคุณขับรถขึ้นสะพานหรือทางลาดชัน แล้วรู้สึกว่ารถเริ่มไม่มีแรง ไต่เนินได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หรือระบบเกียร์ต้องลดจังหวะเกียร์ (คิกดาวน์) ลงมาบ่อยครั้ง ทั้งที่เมื่อก่อนสามารถขับผ่านไปได้สบายๆ โดยไม่ต้องเค้นกำลัง นี่คืออาการเริ่มต้นของผ้าคลัตช์บางที่กำลังจะหมดสภาพ
iStockphoto
พฤติกรรมทำร้ายรถ! 4 วิธีใช้คลัตช์ให้ถูกวิธี ยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น
ตามมาตรฐานแล้ว คลัตช์ 1 ชุดจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 150,000 – 200,000 กิโลเมตร แต่จะอยู่ได้ยาวนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของคุณด้วยเช่นกัน:
- อย่าเลี้ยงคลัตช์โดยไม่จำเป็น: การเหยียบแช่หรือเลี้ยงคลัตช์บ่อยๆ ในเวลารถติดขัดเขตเมืองเป็นพฤติกรรมที่ผิด สำหรับผู้ขับขี่เกียร์อัตโนมัติ การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จาก D มาเป็น N ขณะจอดติดไฟแดงนานๆ จะช่วยถนอมชุดคลัตช์ที่อยู่ในทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ได้เป็นอย่างดี
- อย่าเหยียบคลัตช์พร่ำเพรื่อ: ควรเหยียบคลัตช์เฉพาะจังหวะที่ต้องการเปลี่ยนเกียร์เท่านั้น การใช้งานบ่อยเกินความจำเป็นจะทำให้ผ้าคลัตช์หมดไวขึ้น
- อย่าพักเท้าไว้ที่แป้นคลัตช์: นักขับรถเกียร์ธรรมดาหลายคนชอบวางเท้าแช่ไว้บนแป้นคลัตช์เพื่อเตรียมเปลี่ยนเกียร์ รู้หรือไม่ว่าน้ำหนักเพียงเล็กน้อยที่กดลงไป อาจทำให้จานกดคลัตช์อ้าออกจากฟลายวีล ส่งผลให้เกิดความร้อนและเกิดการสึกหรอมากกว่าปกติ
- หลีกเลี่ยงการทำคลัตช์ไหม้: สำหรับสายลุยหรือผู้ที่ต้องขับรถขึ้น-ลงเขาบ่อยๆ ควรเลือกใช้จังหวะเกียร์ที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงอาการคลัตช์ไหม้ เพราะความร้อนสะสมจะทำให้หน้าสัมผัสของผ้าคลัตช์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วและเกิดอาการคลัตช์หมดตามมาในที่สุด
จำกฎเหล็กสั้นๆ เอาไว้เสมอว่า "ถ้าเราดูแลรถ รถก็จะดูแลเรา" การหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติเพียงเล็กน้อยขณะขับขี่ในทุกๆ วัน จะช่วยป้องกันไม่ให้รถงอแงกลางทางยามที่คุณต้องการใช้งาน
ขอขอบคุณ
ภาพ :iStockphoto