5 เรื่องที่ควรคิดก่อนซื้อรถมือสอง ที่ใครมองไว้ต้องรู้ก่อนจ่ายเงิน

5 เรื่องที่ควรคิดก่อนซื้อรถมือสอง ที่ใครมองไว้ต้องรู้ก่อนจ่ายเงิน

5 เรื่องที่ควรคิดก่อนซื้อรถมือสอง ที่ใครมองไว้ต้องรู้ก่อนจ่ายเงิน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เชื่อกันว่า ทุกวันนี้หลายคนที่มองหารถป้ายแดง ซึ่งฟังแล้วราคาสูงเกินไป หรือ จะใช้รถที่บ้านก็เกรงใจเพราะอยากได้รถเป็นของตัวเอง รถมือสอง เป็นอีกทางเลือกที่คิดอยู่ แต่ว่าเวลาจะซื้อรถมือสอง หลายคนมักให้ความสำคัญกับสภาพภายนอก เลขไมล์ หรือทดลองขับเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง การเป็นเจ้าของรถเก่าสักคัน ยังมีค่าใช้จ่ายและรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ควรคิดก่อนจ่ายเงิน

Sanook Auto พาไปดู 5 เรื่องที่ควรคิดก่อนซื้อรถมือสอง โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกของ "รถเก่า"

1. อะไหล่ยังหาง่ายหรือไม่?

เรื่องแรกที่หลายคนมองข้ามคือ อะไหล่ เพราะรถบางรุ่นแม้จะราคาถูก แต่กลับหาอะไหล่ยาก หรือมีเฉพาะของมือสองและของนำเข้า

ก่อนซื้อควรลองค้นหาข้อมูลว่า

  • อะไหล่แท้ยังมีจำหน่ายหรือไม่
  • มีอะไหล่เทียบคุณภาพดีหรือเปล่า
  • ราคาชิ้นส่วนสิ้นเปลือง เช่น ผ้าเบรก โช้ก แบตเตอรี่ แพงหรือไม่
  • มีร้านหรืออู่ที่เชี่ยวชาญรุ่นนั้นมากน้อยแค่ไหน

รถที่อะไหล่หาง่าย แม้อายุหลายปี ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มาก

100_2

2. ค่าซ่อมและค่าบำรุงรักษา รับไหวหรือเปล่า?

อย่าคิดแค่ราคารถ เพราะหลังรับรถมาแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายรายการ เช่น

  • เปลี่ยนของเหลวทั้งหมด
  • สายพานหรือโซ่ไทม์มิ่ง
  • แบตเตอรี่
  • ยางรถยนต์
  • ช่วงล่าง
  • ระบบเบรก
  • ระบบปรับอากาศ

สำหรับรถยุโรปหรือรถนำเข้าบางรุ่น ค่าอะไหล่และค่าแรงอาจสูงกว่ารถญี่ปุ่นหลายเท่า ดังนั้นควรเผื่องบซ่อมหลังซื้อไว้เสมอ

3. รถรุ่นนั้นมีปัญหาประจำตัวหรือไม่?

รถแทบทุกรุ่นมี "โรคประจำตัว" ที่ผู้ใช้รุ่นเดียวกันรู้กันดี เช่น

  • เกียร์มีปัญหาเมื่อวิ่งเกินแสนกิโลเมตร
  • เครื่องยนต์กินน้ำมันเครื่อง
  • ระบบไฟฟ้าชอบเสีย
  • คอมเพรสเซอร์แอร์อายุสั้น
  • ช่วงล่างมีเสียงดังง่าย

การเข้าไปอ่านรีวิวในกลุ่มผู้ใช้ หรือสอบถามอู่ที่ดูแลรถรุ่นนั้น จะช่วยให้รู้ว่าควรเตรียมรับมือกับอะไรบ้าง และใช้เป็นข้อมูลในการต่อรองราคาได้อีกด้วย

107_1549864083(1)

4. ประกันภัยและภาษี ยังทำได้หรือไม่?

รถเก่าบางรุ่นอาจทำประกันชั้น 1 ได้ยาก หรือค่าเบี้ยประกันสูงกว่าที่คิด

นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่า

  • ภาษีรถยังปกติหรือไม่
  • มีค่าปรับหรือใบสั่งค้างหรือเปล่า
  • เล่มทะเบียนถูกต้อง
  • เลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ตรงกับเล่ม

การตรวจสอบเอกสารก่อนซื้อจะช่วยลดปัญหาตามมาในภายหลัง

5. ซื้อเพราะชอบ หรือซื้อเพื่อใช้งาน?

ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะจะกำหนดงบประมาณและการดูแลรถในอนาคต

หากซื้อมาใช้งานทุกวัน ควรเลือกรถที่ดูแลง่าย อะไหล่เยอะ และมีอู่รองรับจำนวนมาก

แต่หากซื้อเพราะความชอบ เช่น รถคลาสสิก รถสปอร์ต หรือรถสะสม ก็ควรยอมรับได้ว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจะสูงกว่า และบางครั้งต้องรออะไหล่นานกว่าปกติ

การเผื่อเรื่องซ่อม

แม้เจ้าของเดิมจะบอกว่ารถ "พร้อมใช้" แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำให้เตรียมงบสำหรับการเปลี่ยนอะไหล่และของเหลวพื้นฐานหลังรับรถไว้เสมอ

เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น ไส้กรอง แบตเตอรี่ หรือยางรถยนต์ เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้ได้รับการเปลี่ยนเมื่อใด

ปิดท้ายก่อนไปซื้อรถ

การซื้อรถมือสองไม่ใช่แค่การหารถสภาพสวยหรือราคาถูกที่สุด แต่ต้องมองถึง "ค่าใช้จ่ายหลังการซื้อ" ด้วย ทั้งเรื่องอะไหล่ ค่าซ่อม อาการประจำรุ่น ค่าประกันภัย และการใช้งานในระยะยาว

หากศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เลือกรถที่เหมาะกับงบประมาณ และเผื่อเงินสำหรับการบำรุงรักษาไว้ รถมือสองก็สามารถเป็นรถคู่ใจที่ใช้งานได้อีกหลายปีโดยไม่ต้องปวดหัวกับค่าซ่อมที่คาดไม่ถึง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล