9 วินัยการขับรถที่ช่วยลดรถติด หลายประเทศเน้น แต่ถนนไทยมักมองข้าม

9 วินัยการขับรถที่ช่วยลดรถติด หลายประเทศเน้น แต่ถนนไทยมักมองข้าม

9 วินัยการขับรถที่ช่วยลดรถติด หลายประเทศเน้น แต่ถนนไทยมักมองข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หากคุณเคยเดินทางไปต่างประเทศ จะเห็นว่าการจะขับรถเป็นระเบียบ ตามๆ กันรถติดมักจะเป็นระยะเวลา หรือบางครั้งเกิดอุบัติเหตุ, รถเสีย เท่านั้นแต่ตัดภาพในประเทศไทย พบว่ารถติดแทบทุกเวลา แม้ไม่มีรถชน หรือรถเสีย มันเกิดจากอะไร

วันนี้ Sanook Auto จะมาเผยวินัยการขับรถของต่างชาติที่เขาทำกัน แต่คนไทย! ไม่ยอมทำจนเป็นไทยสไตล์ จนรถติด!

 

1. เลนขวาใช้แซง ไม่ใช่ขับแช่ยาวๆ

เรื่องแรกเป็นปัญหาคลาสสิก โดยเฉพาะบนถนนหลายช่องทางและทางหลวง การขับรถอยู่ช่องขวาด้วยความเร็วต่ำกว่ากระแสจราจร สามารถทำให้รถด้านหลังต้องชะลอและเริ่มเปลี่ยนช่องทางเพื่อแซง

เมื่อรถหลายคันต้องสลับเลนพร้อมกัน ความเร็วของแต่ละช่องทางจะเริ่มไม่สม่ำเสมอ เกิดการเบรกต่อเนื่อง และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ

หลักง่ายๆ คือ หากแซงเสร็จและช่องทางด้านซ้ายว่างอย่างปลอดภัย ควรกลับเข้าสู่ช่องทางที่เหมาะสม โดยปฏิบัติตามกฎหมายและป้ายจราจรของถนนเส้นนั้น

2. ไม่เปลี่ยนเลนไปมาเพียงเพราะเห็นอีกเลนเร็วกว่า

รถติดทีไร หลายคนจะเริ่มมองหาเลนที่ดูเหมือนเคลื่อนตัวเร็วกว่า แล้วรีบเปลี่ยนเข้าไป แต่พออีกเลนเริ่มขยับก็ค่อยเปลี่ยนกลับ ปัญหาคือทุกครั้งที่มีรถแทรกเข้าไป รถด้านหลังอาจต้องถอนคันเร่งหรือเบรกเพื่อสร้างพื้นที่ เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันหลายคัน การจราจรก็ยิ่งช้าลง

หากไม่ได้กำลังเตรียมเลี้ยว แซง หรือหลบสิ่งกีดขวาง การรักษาช่องทางและขับตามกระแสจราจรอย่างสม่ำเสมอจึงมักช่วยให้รถไหลได้ดีกว่าการสลับเลนตลอดเวลา

3. เว้นระยะ ไม่จำเป็นต้องขับจี้คันหน้า

การเว้นระยะไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องความปลอดภัย แต่ยังช่วยลดรถติดได้ด้วย

เมื่อขับจี้รถด้านหน้ามากเกินไป เพียงคันหน้าแตะเบรกเล็กน้อย เราก็ต้องเบรกตาม รถคันถัดไปก็เบรกต่อ และแรงกระเพื่อมนี้สามารถส่งต่อไปด้านหลังจนรถหยุดทั้งที่ด้านหน้าไม่มีอุบัติเหตุเลย

ปรากฏการณ์ลักษณะนี้มักเรียกว่า Phantom Traffic Jam หรือรถติดที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสิ่งกีดขวางชัดเจน การเว้นระยะที่เหมาะสมจะทำให้ผู้ขับสามารถใช้การถอนคันเร่งแทนการเหยียบเบรกบ่อยๆ และช่วยลดแรงกระเพื่อมของการจราจร

4. รถติดก็ไม่ควรปิดทางแยก

เห็นไฟเขียวไม่ได้แปลว่าต้องขับเข้าแยกทันที หากด้านหน้ารถติดจนไม่มีพื้นที่ให้รถของเราพ้นจากทางแยก

ถ้าขับเข้าไปแล้วต้องหยุดอยู่กลางแยก เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยน รถจากอีกทิศทางจะผ่านไม่ได้ สุดท้ายการจราจรติดพร้อมกันหลายด้าน จนไปไม่ได้

ดังนั้นแล้ว ก่อนเข้าแยกให้มองพื้นที่ด้านหน้า หากยังไม่มีช่องว่างพอให้รถทั้งคันผ่านพ้นแยก ควรรอก่อน แม้สัญญาณไฟจะเป็นสีเขียวก็ตาม

5. ใช้ทางเบี่ยงแบบสลับคัน ไม่ต้องรีบแทรกตั้งแต่ไกล

เมื่อช่องทางลดจาก 2 เลนเหลือ 1 เลน เช่น บริเวณก่อสร้างหรืออุบัติเหตุ ผู้ขับบางคนจะรีบเปลี่ยนเลนตั้งแต่เห็นป้ายเตือน ขณะที่บางคนขับไปจนสุดช่องทางแล้วจึงรวมเลน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังแซงคิว

วิธีหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการจัดการการรวมช่องทางคือ Zipper Merge หรือการใช้ช่องทางที่เปิดอยู่จนใกล้จุดรวม ก่อนสลับกันเข้าทีละคันเหมือนฟันซิป

หัวใจสำคัญไม่ใช่การแย่งกันเข้า แต่คือการใช้พื้นที่ถนนอย่างเป็นระบบและยอมให้รถสลับกันผ่านบริเวณที่ช่องทางลดลง ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามป้าย เครื่องหมาย และการจัดการจราจรของพื้นที่นั้นเป็นหลัก

6. ไฟเขียวแล้วควรพร้อมเคลื่อนตัว

อีกพฤติกรรมเล็กๆ ที่สร้างผลกระทบได้มากคือจอดรอสัญญาณไฟแล้วก้มดูโทรศัพท์ เมื่อไฟเขียวจึงไม่รู้ตัว ต้องรอรถด้านหลังบีบแตรถึงจะออกตัว

เสียเวลาเพียงไม่กี่วินาทีอาจดูเหมือนไม่มากสำหรับรถหนึ่งคัน แต่เมื่อเป็นรถคันแรกของแถว เวลาที่เสียไปอาจทำให้รถด้านหลังจำนวนหนึ่งผ่านไฟเขียวไม่ทัน และต้องรอรอบสัญญาณถัดไป

ดังนั้นเมื่อหยุดรอสัญญาณไฟ ผู้ขับควรยังให้ความสนใจกับสภาพการจราจรและพร้อมเคลื่อนรถเมื่อสามารถเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย

batchchatgptimageaug9,202

7. เปิดไฟเลี้ยวก่อนเปลี่ยนเลน ไม่ใช่เปลี่ยนแล้วค่อยเปิด

ไฟเลี้ยวไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อป้องกันการถูกจับ แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างผู้ใช้ถนน

เมื่อรถคันหนึ่งเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า รถด้านข้างและด้านหลังสามารถประเมินสถานการณ์ ถอนคันเร่ง หรือเว้นช่องว่างให้ได้โดยไม่ต้องเบรกกะทันหัน

ตรงกันข้าม หากหักรถเปลี่ยนเลนก่อนแล้วค่อยเปิดไฟเลี้ยว รถด้านหลังจะมีเวลาตอบสนองน้อยลง และอาจต้องเบรกแรงจนเกิดผลกระทบต่อรถที่ตามมาอีกหลายคัน

8. รถฉุกเฉินมา ต้องรู้ว่าจะหลบอย่างไร

เมื่อได้ยินเสียงไซเรน บางคนหยุดรถทันที บางคนเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน ขณะที่บางคนยังคงขับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พฤติกรรมที่ไม่เป็นทิศทางเดียวกันอาจทำให้รถฉุกเฉินผ่านได้ยากกว่าเดิม

สิ่งสำคัญคือตั้งสติ ดูทิศทางของรถฉุกเฉิน ลดความเร็ว และเปิดทางอย่างปลอดภัย ไม่หักหลบกะทันหันจนสร้างอันตรายแก่รถคันอื่น และปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่หรือสัญญาณจราจรในพื้นที่ การเปิดทางอย่างเป็นระบบไม่เพียงช่วยลดความสับสนบนถนน แต่ทุกวินาทีที่รถพยาบาลหรือรถกู้ภัยประหยัดได้อาจมีความหมายกับชีวิตของใครบางคน

9. รักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ ไม่เร่งแล้วเบรกตลอดเวลา

ลองสังเกตเวลารถติด เรามักพบรถที่เร่งเข้าไปชิดคันหน้า ก่อนเหยียบเบรก แล้วเมื่อมีพื้นที่ก็เร่งใหม่ วนซ้ำไปเรื่อยๆ

การขับแบบนี้ไม่ได้ทำให้ถึงจุดหมายเร็วขึ้นมากนัก แต่กลับทำให้รถด้านหลังต้องเร่งและเบรกตาม จนความเร็วของกระแสจราจรแกว่งมากขึ้น

หากการจราจรหนาแน่น การรักษาระยะและใช้ความเร็วให้ต่อเนื่องตามสภาพทาง โดยไม่เร่งไปหาเบรกโดยไม่จำเป็น จะช่วยให้ทั้งแถวเคลื่อนตัวได้ราบรื่นกว่า

พฤติกรรมของรถเพียงคันเดียวถึงทำให้รถติดได้?

เพราะการจราจรเป็นระบบที่รถแต่ละคันส่งผลต่อกัน หากรถหนึ่งคันเบรก รถด้านหลังต้องเบรกตาม และแต่ละคันอาจใช้เวลาในการตอบสนองต่างกัน ทำให้การชะลอตัวถูกส่งย้อนกลับไปเรื่อยๆ

ดังนั้นรถติดจึงไม่ได้เกิดจากจำนวนรถเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจาก ความไม่สม่ำเสมอของการไหล ไม่ว่าจะเป็นการเบรกบ่อย เปลี่ยนเลนกะทันหัน ขับจี้ หรือขวางทางแยก ซึ่งล้วนทำให้พื้นที่ถนนที่มีอยู่ถูกใช้งานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

สรุปก่อนจาก

จริงๆ ไม่ได้มีแค่ 9 เรื่องนี้เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นไปจอดรถตรงที่จอด, ขับรถย้อนศร, บีบแตรเตือน แต่เข้าใจว่าเป็นการด่า สิ่งเหล่านี้เป็นอีกพฤติกรรมที่ทำให้นอกจากทำให้รถติดแล้วยังส่งผลอันตรายมากกว่าที่คิด หากคุณรู้สาเหตุจากการขับรถแล้วลองปรับ หรือ อาจจะกลับไปทบทวนเรียนเพิ่ม จะทำให้ประสิทธิภาพในการอยู่บนถนนที่ดีไม่เป็นภาระของคนอื่นและทำให้รถติดน้อยลงได้เช่นเดียวกันครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล