นอนเปิดแอร์ในรถเย็นสบาย แต่ทำไมบางคนถึงไม่ตื่นอีกเลย?

นอนเปิดแอร์ในรถเย็นสบาย แต่ทำไมบางคนถึงไม่ตื่นอีกเลย?

นอนเปิดแอร์ในรถเย็นสบาย แต่ทำไมบางคนถึงไม่ตื่นอีกเลย?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับผู้ที่เสียชีวิตจากการนอนในรถพร้อมเปิดแอร์ จนเกิดคำถามว่า "แค่นอนเปิดแอร์ในรถ ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิตได้?" โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเดินทางไกล รอเวลา หรือพักค้างคืนในรถระหว่างทริปคิดว่าไม่เป็นไร  แม้รถยนต์สมัยใหม่จะมีระบบความปลอดภัยที่ดีขึ้น แต่การนอนในรถพร้อมเปิดเครื่องยนต์และแอร์ทิ้งไว้เป็นเวลานาน ก็ยังมีความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม 

วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบที่คุณต้องรู้ก่อนที่จะนอนในรถ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอันตราย

หลายคนเข้าใจผิดว่าการเสียชีวิตจากการนอนเปิดแอร์ในรถเกิดจาก "อากาศหมด" แต่ในความเป็นจริง รถยนต์ไม่ได้ปิดสนิทจนขาดออกซิเจน เพราะยังมีช่องระบายอากาศอยู่เสมอ สาเหตุที่น่ากังวลกว่าคือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)

ก๊าซชนิดนี้เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และเป็นก๊าซที่

  • ไม่มีสี
  • ไม่มีกลิ่น
  • ไม่สามารถมองเห็นได้

หากระบบไอเสียมีปัญหา หรือก๊าซไอเสียย้อนกลับเข้ามาในห้องโดยสาร ผู้ที่นอนหลับอยู่จะไม่รู้ตัว และอาจหมดสติได้ในเวลาไม่นาน

1883

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ถึงอันตราย?

ก๊าซ CO มีคุณสมบัติจับกับฮีโมโกลบินในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจนหลายร้อยเท่า ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนแม้ว่าจะยังหายใจอยู่ก็ตาม

อาการเริ่มต้นที่พบได้ เช่น

  • ปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • ง่วงผิดปกติ
  • คลื่นไส้
  • อ่อนแรง

ปัญหาคืออาการเหล่านี้คล้ายอาการง่วงนอนทั่วไป ทำให้ผู้ที่กำลังพักผ่อนอาจไม่ทันสังเกตตัวเอง หากได้รับก๊าซในปริมาณมากอาจนำไปสู่

  • หมดสติ
  • หัวใจหยุดเต้น
  • เสียชีวิต

ts1_6731_batch

สถานที่แบบไหนที่เสี่ยงมากที่สุด?

เมื่อรู้แบบนี้แล้วสถานที่แบบไหนที่ทำให้มีความเสี่ยงมากที่สุด คำตอบนั่นก็คือ

  • โรงรถปิดทึบ
  • อาคารจอดรถที่อับอากาศ
  • พื้นที่ที่มีผนังล้อมรอบ
  • พื้นที่น้ำท่วมขังจนปลายท่อไอเสียจมน้ำ
  • จุดที่มีสิ่งกีดขวางท่อไอเสีย

ในบางกรณี การจอดรถใกล้กำแพงมากเกินไปก็อาจทำให้ไอเสียสะท้อนกลับเข้ามาได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนจะจอดงีบในรถควรจะดูให้ดีก่อน

รถใหม่ยังเสี่ยงอยู่ไหม?

แม้รถรุ่นใหม่จะมีระบบควบคุมมลพิษและการเผาไหม้ที่สะอาดขึ้น แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่หาก

  • ระบบท่อไอเสียรั่ว
  • มีการดัดแปลงระบบไอเสีย
  • รถขาดการบำรุงรักษา
  • จอดในพื้นที่อับอากาศ

ดังนั้นจึงไม่มีรถรุ่นไหนที่สามารถบอกได้ว่าปลอดภัย 100% สำหรับการนอนเปิดแอร์เป็นเวลานาน อาจจะเป็นอันตรายได้

ถ้าจำเป็นต้องนอนในรถ ควรทำอย่างไร?

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เช่น เดินทางไกลหรือพักระหว่างทาง ควรปฏิบัติดังนี้

1. เลือกจอดในพื้นที่โล่ง

ควรเป็นบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เช่น

  • ปั๊มน้ำมัน
  • จุดพักรถ
  • ลานจอดกลางแจ้ง

หลีกเลี่ยงการจอดในพื้นที่ปิดหรืออับลม

2. ตรวจสอบท่อไอเสีย

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบว่า

  • ท่อไอเสียไม่รั่ว
  • ไม่มีรอยแตก
  • ไม่มีสิ่งอุดตัน

หากได้กลิ่นไอเสียภายในรถ ควรรีบตรวจเช็กทันที

3. อย่าจอดใกล้กำแพงหรือสิ่งกีดขวาง

การจอดชิดกำแพงอาจทำให้ไอเสียสะท้อนกลับมาบริเวณใต้ท้องรถและเพิ่มความเสี่ยงในการเข้าสู่ห้องโดยสาร

4. ตั้งปลุกเป็นระยะ

หากต้องพักงีบระหว่างเดินทาง ควรจำกัดเวลาไว้ประมาณ 15-30 นาที และตั้งนาฬิกาปลุกทุกครั้ง

5. พักในสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า

หากต้องค้างคืนจริงๆ โรงแรม รีสอร์ต หรือจุดพักรถที่มีพื้นที่สำหรับพักผ่อน ยังคงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าการนอนในรถพร้อมเปิดแอร์ทั้งคืน

แล้วรถ EV สามารถนอนเปิดแอร์ได้หรือไม่?

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากการเผาไหม้เหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป จึงไม่มีความเสี่ยงจากไอเสียแบบเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เช่น

  • ปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือ
  • ระบบระบายอากาศ
  • ความปลอดภัยของสถานที่จอด

แม้จะปลอดภัยกว่าในแง่ของก๊าซพิษ แต่ก็ไม่ควรประมาทเช่นกัน

ปิกท้ายก่อนจาก

ต้องพูดตรงๆ กันว่าแม้การนอนในรถพร้อมเปิดแอร์จะเป็นการพักชั่วคราวและไม่ได้อันตรายเพราะ "อากาศหมด" อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ความเสี่ยงสำคัญคือการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากระบบไอเสียโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อรถมีปัญหาเกี่ยวกับท่อไอเสียหรือจอดในพื้นที่อับอากาศ หากจำเป็นต้องพักในรถ ควรเลือกจอดในที่โล่ง ตรวจสอบสภาพรถสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการนอนเปิดแอร์เป็นเวลานาน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้โดยสารทุกคน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล