ฝนตกหนักน้ำรอระบาย! "วิธีขับรถลุยน้ำ" ไม่ให้เครื่องดับ เทคนิคเหยียบคันเร่งที่มือใหม่ต้องท่องไว้

ฝนตกหนักน้ำรอระบาย! "วิธีขับรถลุยน้ำ" ไม่ให้เครื่องดับ เทคนิคเหยียบคันเร่งที่มือใหม่ต้องท่องไว้

ฝนตกหนักน้ำรอระบาย! "วิธีขับรถลุยน้ำ" ไม่ให้เครื่องดับ เทคนิคเหยียบคันเร่งที่มือใหม่ต้องท่องไว้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฝนตกน้ำท่วมขัง! เปิด "วิธีขับรถลุยน้ำ" ไม่ให้เครื่องดับ เทคนิคเด็ดที่มือใหม่ต้องรู้

ช่วงฝนตกหนักจนเกิดน้ำรอระบาย หลายคนอาจจำเป็นต้องขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง แต่สิ่งแรกที่ต้องจำคือ ถ้าไม่มั่นใจระดับน้ำหรือกระแสน้ำแรง ควรเลี่ยงเส้นทางนั้นทันที เพราะการฝืนขับผ่านน้ำลึกอาจทำให้รถดับ เครื่องยนต์เสียหาย หรือเกิดอันตรายกับชีวิตได้

National Weather Service ของสหรัฐฯ เตือนผ่านแคมเปญ Turn Around Don’t Drown ว่า ผู้คนมักประเมินแรงและความลึกของน้ำผิดพลาด และเหตุจมน้ำจากน้ำท่วมจำนวนมากเกิดขึ้นเมื่อขับรถเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม ดังนั้น วิธีขับรถลุยน้ำที่ปลอดภัยที่สุดคือ “ไม่ลุย” หากยังมีทางเลี่ยง

ก่อนลุยน้ำ ต้องดูระดับน้ำก่อนเสมอ

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ให้ประเมินระดับน้ำก่อน อย่าขับตามคันหน้าแบบไม่ดูสภาพทาง เพราะถนนใต้น้ำอาจมีหลุม ฝาท่อเปิด หรือระดับน้ำลึกกว่าที่เห็นจากภายนอก

หลักทั่วไปคือ หากน้ำสูงถึงขอบล่างประตู สูงเกินครึ่งล้อ หรือมองไม่เห็นพื้นถนนชัดเจน ไม่ควรขับผ่าน โดยเฉพาะรถเก๋งหรือรถเครื่องยนต์ต่ำ เพราะน้ำอาจเข้าท่อไอดีจนเครื่องยนต์เสียหายหนักได้

เทคนิคเหยียบคันเร่ง ขับช้าแต่รอบนิ่ง

หัวใจของการขับรถลุยน้ำคือ อย่าเร่งแรง อย่าเบรกกะทันหัน และอย่าหยุดกลางน้ำ ควรใช้ความเร็วต่ำอย่างสม่ำเสมอ ให้รถค่อย ๆ เคลื่อนผ่านน้ำไปแบบนิ่งที่สุด

สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ ควรใช้เกียร์ต่ำ เช่น L, 1 หรือ 2 ตามรุ่นรถ เพื่อไม่ให้เกียร์เปลี่ยนขึ้นลงบ่อย ส่วนรถเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์ 1 หรือ 2 แล้วประคองรอบเครื่องให้คงที่ ไม่เร่งกระชาก

แนวทางจากหลายแหล่งด้านยานยนต์ เช่น RAC และ The AA แนะนำให้ขับช้า ๆ ผ่านน้ำ โดยรักษารอบเครื่องให้พอเหมาะและต่อเนื่อง เพราะการเร่งแรงอาจทำให้น้ำกระแทกเข้าห้องเครื่อง ขณะที่การปล่อยรอบตกหรือหยุดกลางน้ำอาจทำให้เครื่องดับได้

iStockphoto

ควรปิดแอร์ก่อนลุยน้ำ

อีกเทคนิคที่คนใช้รถมักแนะนำคือ ปิดแอร์ก่อนลุยน้ำ โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำค่อนข้างสูง เพราะพัดลมหน้าเครื่องอาจหมุนตีน้ำกระจายเข้าห้องเครื่อง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์บางส่วน

เมื่อผ่านน้ำแล้ว ค่อยเปิดแอร์กลับตามปกติ และสังเกตเสียงผิดปกติ กลิ่นไหม้ ไฟเตือนบนหน้าปัด หรืออาการเครื่องสะดุด หากมีอาการผิดปกติควรจอดในที่ปลอดภัยและตรวจสอบทันที

เว้นระยะจากคันหน้า อย่าขับสวนคลื่นน้ำแรง

ระหว่างขับผ่านน้ำ ควรเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพราะประสิทธิภาพการเบรกจะลดลง และคลื่นน้ำจากรถคันอื่นอาจซัดเข้าหารถเราได้

อย่าขับเร็วเพื่อหวังให้พ้นน้ำไว ๆ เพราะยิ่งเร็ว น้ำยิ่งกระแทกเข้าหน้ารถแรงขึ้น เสี่ยงเข้าท่อไอดีและทำให้รถเสียหลัก โดยเฉพาะเมื่อมีรถใหญ่ขับสวนมา ควรชะลอและประคองรถให้มั่นคง

ถ้ารถดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ตซ้ำ

ข้อสำคัญที่มือใหม่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ หากรถดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ตซ้ำ เพราะถ้ามีน้ำเข้าเครื่องยนต์ การสตาร์ตซ้ำอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายหนักกว่าเดิม หรือเกิดอาการที่เรียกว่าเครื่องยนต์สูบน้ำเข้าไปจนพัง

AAA ระบุว่า หากรถดับในน้ำท่วม ไม่ควรพยายามสตาร์ตรถใหม่ ควรออกจากสถานการณ์อย่างปลอดภัยตามสภาพแวดล้อม และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

หลังลุยน้ำแล้วต้องไล่น้ำที่เบรก

เมื่อพ้นน้ำแล้ว อย่าเพิ่งขับเร็วทันที ให้แตะเบรกเบา ๆ เป็นระยะในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อช่วยไล่น้ำออกจากผ้าเบรกและจานเบรก วิธีนี้ช่วยให้ระบบเบรกกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติมากขึ้น

จากนั้นควรสังเกตอาการรถ เช่น เบรกจม เบรกเสียงดัง พวงมาลัยสั่น เครื่องสะดุด ไฟเตือนขึ้น หรือมีกลิ่นผิดปกติ หากพบความผิดปกติควรนำรถเข้าตรวจเช็กโดยเร็ว

เช็กลิสต์ขับรถลุยน้ำแบบจำง่าย

  • เลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม ถ้ายังมีทางอื่นให้ไป
  • อย่าลุยน้ำที่ลึกเกินครึ่งล้อ หรือมองไม่เห็นพื้นถนน
  • ปิดแอร์ก่อนลุยน้ำเมื่อระดับน้ำค่อนข้างสูง
  • ใช้เกียร์ต่ำ ขับช้า และรักษารอบเครื่องให้คงที่
  • ไม่เร่งกระชาก ไม่เบรกแรง และไม่หยุดกลางน้ำ
  • เว้นระยะจากรถคันหน้าและระวังคลื่นน้ำจากรถใหญ่
  • ถ้ารถดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ตซ้ำ
  • หลังพ้นน้ำ แตะเบรกเบา ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก

สรุปวิธีขับรถลุยน้ำให้ปลอดภัย

วิธีขับรถลุยน้ำที่ถูกต้องคือ ประเมินก่อนว่า “จำเป็นต้องลุยจริงหรือไม่” หากน้ำลึก กระแสน้ำแรง หรือไม่เห็นพื้นถนนชัดเจน ควรกลับรถหรือหาเส้นทางอื่นทันที

แต่หากจำเป็นต้องผ่านน้ำท่วมขังระดับตื้น ให้ใช้เกียร์ต่ำ ขับช้า ประคองคันเร่งให้นิ่ง ไม่เร่งแรง ไม่หยุดกลางน้ำ และหากรถดับต้องไม่สตาร์ตซ้ำ เพราะการตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาทีอาจช่วยป้องกันทั้งเครื่องยนต์พังและอุบัติเหตุได้

แหล่งอ้างอิง

  1. National Weather Service: Turn Around Don’t Drown
  2. RAC: Advice for driving in heavy rain and floods
  3. The AA: How to drive through floodwater and heavy rain
  4. AAA Club Alliance: The Hidden Dangers of Floodwater
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล