ฝนตกหนักน้ำรอระบาย! "วิธีขับรถลุยน้ำ" ไม่ให้เครื่องดับ เทคนิคเหยียบคันเร่งที่มือใหม่ต้องท่องไว้
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ฝนตกน้ำท่วมขัง! เปิด "วิธีขับรถลุยน้ำ" ไม่ให้เครื่องดับ เทคนิคเด็ดที่มือใหม่ต้องรู้
ช่วงฝนตกหนักจนเกิดน้ำรอระบาย หลายคนอาจจำเป็นต้องขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง แต่สิ่งแรกที่ต้องจำคือ ถ้าไม่มั่นใจระดับน้ำหรือกระแสน้ำแรง ควรเลี่ยงเส้นทางนั้นทันที เพราะการฝืนขับผ่านน้ำลึกอาจทำให้รถดับ เครื่องยนต์เสียหาย หรือเกิดอันตรายกับชีวิตได้
National Weather Service ของสหรัฐฯ เตือนผ่านแคมเปญ Turn Around Don’t Drown ว่า ผู้คนมักประเมินแรงและความลึกของน้ำผิดพลาด และเหตุจมน้ำจากน้ำท่วมจำนวนมากเกิดขึ้นเมื่อขับรถเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม ดังนั้น วิธีขับรถลุยน้ำที่ปลอดภัยที่สุดคือ “ไม่ลุย” หากยังมีทางเลี่ยง
ก่อนลุยน้ำ ต้องดูระดับน้ำก่อนเสมอ
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ให้ประเมินระดับน้ำก่อน อย่าขับตามคันหน้าแบบไม่ดูสภาพทาง เพราะถนนใต้น้ำอาจมีหลุม ฝาท่อเปิด หรือระดับน้ำลึกกว่าที่เห็นจากภายนอก
หลักทั่วไปคือ หากน้ำสูงถึงขอบล่างประตู สูงเกินครึ่งล้อ หรือมองไม่เห็นพื้นถนนชัดเจน ไม่ควรขับผ่าน โดยเฉพาะรถเก๋งหรือรถเครื่องยนต์ต่ำ เพราะน้ำอาจเข้าท่อไอดีจนเครื่องยนต์เสียหายหนักได้
เทคนิคเหยียบคันเร่ง ขับช้าแต่รอบนิ่ง
หัวใจของการขับรถลุยน้ำคือ อย่าเร่งแรง อย่าเบรกกะทันหัน และอย่าหยุดกลางน้ำ ควรใช้ความเร็วต่ำอย่างสม่ำเสมอ ให้รถค่อย ๆ เคลื่อนผ่านน้ำไปแบบนิ่งที่สุด
สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ ควรใช้เกียร์ต่ำ เช่น L, 1 หรือ 2 ตามรุ่นรถ เพื่อไม่ให้เกียร์เปลี่ยนขึ้นลงบ่อย ส่วนรถเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์ 1 หรือ 2 แล้วประคองรอบเครื่องให้คงที่ ไม่เร่งกระชาก
แนวทางจากหลายแหล่งด้านยานยนต์ เช่น RAC และ The AA แนะนำให้ขับช้า ๆ ผ่านน้ำ โดยรักษารอบเครื่องให้พอเหมาะและต่อเนื่อง เพราะการเร่งแรงอาจทำให้น้ำกระแทกเข้าห้องเครื่อง ขณะที่การปล่อยรอบตกหรือหยุดกลางน้ำอาจทำให้เครื่องดับได้
iStockphoto
ควรปิดแอร์ก่อนลุยน้ำ
อีกเทคนิคที่คนใช้รถมักแนะนำคือ ปิดแอร์ก่อนลุยน้ำ โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำค่อนข้างสูง เพราะพัดลมหน้าเครื่องอาจหมุนตีน้ำกระจายเข้าห้องเครื่อง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์บางส่วน
เมื่อผ่านน้ำแล้ว ค่อยเปิดแอร์กลับตามปกติ และสังเกตเสียงผิดปกติ กลิ่นไหม้ ไฟเตือนบนหน้าปัด หรืออาการเครื่องสะดุด หากมีอาการผิดปกติควรจอดในที่ปลอดภัยและตรวจสอบทันที
เว้นระยะจากคันหน้า อย่าขับสวนคลื่นน้ำแรง
ระหว่างขับผ่านน้ำ ควรเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพราะประสิทธิภาพการเบรกจะลดลง และคลื่นน้ำจากรถคันอื่นอาจซัดเข้าหารถเราได้
อย่าขับเร็วเพื่อหวังให้พ้นน้ำไว ๆ เพราะยิ่งเร็ว น้ำยิ่งกระแทกเข้าหน้ารถแรงขึ้น เสี่ยงเข้าท่อไอดีและทำให้รถเสียหลัก โดยเฉพาะเมื่อมีรถใหญ่ขับสวนมา ควรชะลอและประคองรถให้มั่นคง
ถ้ารถดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ตซ้ำ
ข้อสำคัญที่มือใหม่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ หากรถดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ตซ้ำ เพราะถ้ามีน้ำเข้าเครื่องยนต์ การสตาร์ตซ้ำอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายหนักกว่าเดิม หรือเกิดอาการที่เรียกว่าเครื่องยนต์สูบน้ำเข้าไปจนพัง
AAA ระบุว่า หากรถดับในน้ำท่วม ไม่ควรพยายามสตาร์ตรถใหม่ ควรออกจากสถานการณ์อย่างปลอดภัยตามสภาพแวดล้อม และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
หลังลุยน้ำแล้วต้องไล่น้ำที่เบรก
เมื่อพ้นน้ำแล้ว อย่าเพิ่งขับเร็วทันที ให้แตะเบรกเบา ๆ เป็นระยะในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อช่วยไล่น้ำออกจากผ้าเบรกและจานเบรก วิธีนี้ช่วยให้ระบบเบรกกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติมากขึ้น
จากนั้นควรสังเกตอาการรถ เช่น เบรกจม เบรกเสียงดัง พวงมาลัยสั่น เครื่องสะดุด ไฟเตือนขึ้น หรือมีกลิ่นผิดปกติ หากพบความผิดปกติควรนำรถเข้าตรวจเช็กโดยเร็ว
เช็กลิสต์ขับรถลุยน้ำแบบจำง่าย
- เลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม ถ้ายังมีทางอื่นให้ไป
- อย่าลุยน้ำที่ลึกเกินครึ่งล้อ หรือมองไม่เห็นพื้นถนน
- ปิดแอร์ก่อนลุยน้ำเมื่อระดับน้ำค่อนข้างสูง
- ใช้เกียร์ต่ำ ขับช้า และรักษารอบเครื่องให้คงที่
- ไม่เร่งกระชาก ไม่เบรกแรง และไม่หยุดกลางน้ำ
- เว้นระยะจากรถคันหน้าและระวังคลื่นน้ำจากรถใหญ่
- ถ้ารถดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ตซ้ำ
- หลังพ้นน้ำ แตะเบรกเบา ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก
สรุปวิธีขับรถลุยน้ำให้ปลอดภัย
วิธีขับรถลุยน้ำที่ถูกต้องคือ ประเมินก่อนว่า “จำเป็นต้องลุยจริงหรือไม่” หากน้ำลึก กระแสน้ำแรง หรือไม่เห็นพื้นถนนชัดเจน ควรกลับรถหรือหาเส้นทางอื่นทันที
แต่หากจำเป็นต้องผ่านน้ำท่วมขังระดับตื้น ให้ใช้เกียร์ต่ำ ขับช้า ประคองคันเร่งให้นิ่ง ไม่เร่งแรง ไม่หยุดกลางน้ำ และหากรถดับต้องไม่สตาร์ตซ้ำ เพราะการตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาทีอาจช่วยป้องกันทั้งเครื่องยนต์พังและอุบัติเหตุได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



