รับรถใหม่ อย่าเพิ่งเซ็น ถ้ายังไม่เช็ก 10 จุดนี้

การรับรถใหม่ป้ายแดงเป็นโมเมนต์ที่หลายคนตื่นเต้น เพราะเป็นวันที่รอคอยมานาน แต่ก่อนจะรีบถ่ายรูป รับกุญแจ แล้วขับออกจากโชว์รูม มีสิ่งสำคัญที่ควรทำก่อนเสมอ นั่นคือ ตรวจรถให้ละเอียดก่อนเซ็นรับรถ ที่หลายคนมองข้ามไป แล้วมักจะเจอปัญหาหาหลังรับรถ
วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบว่าทำไมต้องเช็ครถให้ดีก่อนเซ็นรับ และมีจุดไหนที่ต้องดูพร้อมแล้วมาเริ่มกันได้เลย
ทำไมไม่ควรเซ็นรับรถก่อนเช็ก?
เอกสารรับมอบรถเปรียบเสมือนการยืนยันว่า ผู้ซื้อได้รับรถตามสภาพที่ตรวจรับแล้ว หากหลังจากนั้นพบรอยหรือปัญหาบางอย่าง ศูนย์หรือโชว์รูมอาจต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าเกิดขึ้นก่อนหรือหลังรับรถ ซึ่งอาจทำให้การเคลมหรือขอแก้ไขใช้เวลามากขึ้น
ดังนั้น หลักง่าย ๆ คือ ตรวจให้ครบก่อน เซ็นทีหลัง ถ้าพบปัญหาให้แจ้งเซลส์หรือเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และให้ระบุรายการที่ต้องแก้ไขไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นรับรถ
10 จุดที่ต้องเช็คก่อนรับรถใหม่กลับบ้าน

1. ตรวจรอบคัน ดูสี ตัวถัง และรอยขีดข่วน
เริ่มจากเดินดูตัวรถรอบคันในที่มีแสงสว่างเพียงพอ อย่าตรวจในจุดมืดหรือจอดในร่มจนมองสีไม่ชัด เพราะรอยบางอย่างจะเห็นง่ายเมื่อมีแสงตกกระทบ
- ดูรอยขีดข่วน รอยบุบ รอยถลอก
- ดูสีรถว่ามีจุดด่าง สีเพี้ยน หรือรอยพ่นแก้หรือไม่
- ตรวจฝากระโปรง ประตู ฝาท้าย และกันชน
- ดูช่องไฟระหว่างชิ้นส่วนตัวถังว่าห่างเท่ากันหรือไม่
- ตรวจขอบประตู ขอบฝากระโปรง และมุมกันชนที่มักเป็นจุดเกิดรอยได้ง่าย
ถ้าพบรอย อย่าเพิ่งรับปากว่า “ไม่เป็นไร” ให้ถ่ายรูปและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้ศูนย์ประเมินว่าจะขัด ลบรอย เปลี่ยนชิ้นส่วน หรือออกเอกสารรับผิดชอบอย่างไร
2. ตรวจกระจก ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยว
กระจกและระบบไฟเป็นจุดที่ควรเช็กให้ครบ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง
- ตรวจรอยร้าว รอยบิ่น หรือรอยขีดข่วนบนกระจกหน้าและกระจกข้าง
- เปิดไฟหน้า ไฟสูง ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉิน
- เช็กไฟตัดหมอก หากรถรุ่นนั้นมีมาให้
- ดูว่าโคมไฟมีไอน้ำ ฝ้า หรือรอยแตกร้าวหรือไม่
- ลองฉีดน้ำล้างกระจกและเปิดใบปัดน้ำฝน
ควรให้ผู้ติดตามช่วยยืนดูด้านนอกตอนเปิดไฟต่าง ๆ เพราะบางตำแหน่งคนขับมองเองไม่ได้ โดยเฉพาะไฟเบรกและไฟท้าย
3. ตรวจล้อ ยาง และชุดซ่อมฉุกเฉิน
แม้รถใหม่จะยังไม่ผ่านการใช้งานจริง แต่ยางและล้อก็อาจมีรอยจากการขนส่งหรือการเคลื่อนย้ายได้
- ตรวจล้อแม็กว่ามีรอยครูดหรือบิ่นหรือไม่
- ดูแก้มยางว่ามีรอยบวม รอยปริ หรือรอยฉีกหรือไม่
- เช็กปีผลิตยางจากตัวเลข DOT บนแก้มยาง
- ตรวจแรงดันลมยางเบื้องต้น
- ตรวจยางอะไหล่ หรือชุดปะยาง / ชุดเติมลมฉุกเฉินว่ามีครบหรือไม่
ถ้ารถไม่มีล้ออะไหล่ ควรถามให้ชัดว่ามีชุดซ่อมฉุกเฉินอะไรให้มาบ้าง และใช้งานอย่างไร เพราะรถใหม่หลายรุ่นเริ่มเปลี่ยนจากยางอะไหล่เป็นชุดปะยางแทน

4. ตรวจห้องโดยสาร เบาะ คอนโซล และกลิ่นผิดปกติ
เปิดประตูทุกบานแล้วตรวจภายในให้ละเอียด เพราะบางครั้งอาจมีรอยจากการขนส่ง การติดตั้งอุปกรณ์ หรือการเตรียมรถก่อนส่งมอบ
- ตรวจเบาะว่ามีรอยขาด รอยย่นผิดปกติ หรือคราบสกปรกหรือไม่
- ดูแผงประตู คอนโซลกลาง แผงหน้าปัด และพวงมาลัย
- ลองปรับเบาะทุกตำแหน่ง ทั้งมือหมุนและไฟฟ้า
- ตรวจเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่ง
- สังเกตกลิ่นไหม้ กลิ่นอับ หรือกลิ่นผิดปกติในห้องโดยสาร
หากมีการติดฟิล์ม ปูพื้น หรือใส่อุปกรณ์เสริม ควรตรวจงานติดตั้งด้วยว่าเรียบร้อยหรือไม่ ไม่มีรอยกาว รอยงัด หรือชิ้นส่วนหลวม
5. ตรวจระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ในรถ
รถรุ่นใหม่มีระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจำนวนมาก ควรทดลองใช้งานจริงก่อนรับรถ
- ลองล็อกและปลดล็อกรถด้วยรีโมตหรือกุญแจอัจฉริยะ
- ทดสอบกระจกไฟฟ้าทุกบาน
- เปิด-ปิดกระจกมองข้างไฟฟ้า
- ลองระบบปรับอากาศทุกโหมด
- ทดสอบหน้าจอกลาง ระบบเสียง Bluetooth, Apple CarPlay หรือ Android Auto
- ลองกล้องมองหลัง กล้อง 360 องศา และเซ็นเซอร์ถอย หากมี
- ตรวจช่อง USB, ที่ชาร์จไร้สาย และช่องจ่ายไฟ
ถ้าฟีเจอร์ใดใช้งานไม่ได้หรือยังไม่ได้เปิดระบบ ควรให้เจ้าหน้าที่ตั้งค่าให้เรียบร้อยก่อนเซ็นรับรถ
6. ตรวจเลขตัวถัง เลขเครื่อง และเอกสารให้ตรงกัน
จุดนี้สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับเอกสารทางกฎหมายและการจดทะเบียนรถ
- ตรวจเลขตัวถังบนตัวรถให้ตรงกับเอกสาร
- ตรวจเลขเครื่องยนต์ หากเป็นรถที่มีเครื่องยนต์
- ตรวจชื่อผู้ซื้อ ที่อยู่ รุ่นรถ สีรถ และหมายเลขตัวถังในเอกสาร
- ตรวจเอกสารใบจอง ใบเสร็จ สัญญาเช่าซื้อ หรือเอกสารไฟแนนซ์
- ตรวจวันรับประกันและระยะเวลาการรับประกัน
หากข้อมูลผิดแม้เพียงตัวอักษรเดียว ควรให้แก้ไขก่อน เพราะอาจกระทบขั้นตอนจดทะเบียน ประกันภัย หรือการเคลมในอนาคตได้
7. ตรวจของแถมและอุปกรณ์ที่ตกลงไว้
ของแถมเป็นอีกจุดที่มักเกิดปัญหาหลังรับรถ เพราะตอนจองพูดไว้อย่างหนึ่ง แต่วันส่งมอบอาจมีบางรายการตกหล่น
- ฟิล์มกรองแสงตรงตามยี่ห้อและรุ่นที่ตกลงไว้หรือไม่
- กล้องติดรถยนต์ติดตั้งครบหรือไม่
- พรมปูพื้น ถาดท้ายรถ กรอบป้าย และอุปกรณ์ตกแต่งครบหรือไม่
- ประกันภัย พ.ร.บ. และเงื่อนไขช่วยเหลือฉุกเฉินครบถ้วนหรือไม่
- คูปองบำรุงรักษา บัตรส่วนลด หรือแพ็กเกจบริการหลังการขายครบหรือไม่
แนะนำให้เปิดใบจองหรือแชตที่คุยกับเซลส์ไว้เทียบทีละรายการ หากมีรายการที่ยังไม่ได้รับ ควรเขียนกำหนดส่งมอบเพิ่มเติมให้ชัดเจน

8. ตรวจของเหลวและห้องเครื่อง
สำหรับรถเครื่องยนต์สันดาปหรือไฮบริด ควรเปิดฝากระโปรงเพื่อตรวจความเรียบร้อยเบื้องต้น แม้ไม่ใช่ช่างก็สามารถดูจุดง่าย ๆ ได้
- ดูระดับน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น น้ำฉีดกระจก และน้ำมันเบรก
- ตรวจว่ามีคราบน้ำมันหรือคราบของเหลวรั่วซึมหรือไม่
- ดูสายไฟและท่อยางว่าจัดเรียบร้อย ไม่มีรอยหนูกัดหรือหลุดหลวม
- ฟังเสียงเครื่องยนต์ขณะสตาร์ตว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่
สำหรับรถ EV ควรตรวจพอร์ตชาร์จ สายชาร์จ อุปกรณ์ชาร์จที่แถมมา และให้เจ้าหน้าที่สาธิตการใช้งานระบบชาร์จ รวมถึงแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง
9. ทดลองขับสั้น ๆ หากศูนย์อนุญาต
ถ้าโชว์รูมหรือศูนย์บริการอนุญาต ควรทดลองขับระยะสั้นก่อนรับรถ หรืออย่างน้อยให้เจ้าหน้าที่พาเคลื่อนรถในพื้นที่ส่งมอบ เพื่อเช็กอาการเบื้องต้น
- พวงมาลัยตรงหรือไม่
- เบรกทำงานปกติหรือมีเสียงผิดปกติหรือไม่
- ช่วงล่างมีเสียงกุกกักหรือไม่
- เกียร์เปลี่ยนจังหวะราบรื่นหรือไม่
- ไม่มีไฟเตือนผิดปกติบนหน้าปัด
หากเป็นรถ EV ให้ลองโหมดขับขี่ ระบบเบรกแบบ Regenerative Braking และดูว่าระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ ทำงานปกติหรือไม่
10. ให้เจ้าหน้าที่สอนการใช้งานฟีเจอร์สำคัญก่อนขับออก
รถใหม่หลายรุ่นมีฟีเจอร์จำนวนมาก หากรับรถแล้วขับออกไปโดยยังไม่เข้าใจ อาจใช้งานผิดวิธีหรือพลาดฟีเจอร์สำคัญได้
- วิธีสตาร์ตและดับเครื่อง / เปิดระบบรถ EV
- วิธีใช้ระบบช่วยขับ เช่น Adaptive Cruise Control, Lane Keeping Assist หรือ Auto Hold
- วิธีเชื่อมต่อมือถือกับหน้าจอรถ
- วิธีเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟ
- วิธีเปิดฝากระโปรง ฝาถังน้ำมัน ฝาท้าย และช่องชาร์จ
- วิธีดูไฟเตือนสำคัญบนหน้าปัด
- เบอร์ติดต่อศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
อย่าเกรงใจที่จะถาม เพราะนี่คือช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ควรอธิบายให้ครบก่อนส่งมอบรถ โดยเฉพาะคนที่เปลี่ยนจากรถน้ำมันมาใช้รถไฮบริดหรือ EV เป็นครั้งแรก
ถ้าพบปัญหาก่อนเซ็นรับรถ ควรทำอย่างไร?
- ถ่ายรูปหรือวิดีโอเก็บไว้ทันที
- แจ้งเซลส์หรือเจ้าหน้าที่ส่งมอบรถให้รับทราบ
- ขอให้ระบุปัญหาและแนวทางแก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร
- หากเป็นปัญหาใหญ่ เช่น สีเสียหาย ตัวถังบุบ ระบบไฟผิดปกติ ควรพิจารณายังไม่รับรถ
- เก็บสำเนาเอกสารหรือข้อความยืนยันไว้ทุกครั้ง
กรณีเป็นรอยเล็กน้อยหรือของแถมตกหล่น อาจตกลงรับรถพร้อมใบงานแก้ไขภายหลังได้ แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน ไม่ควรอาศัยเพียงคำพูดอย่างเดียว
เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนเซ็นรับรถ
| รายการตรวจ | เช็กแล้ว |
|---|---|
| สีรถ ตัวถัง รอยบุบ รอยขีดข่วน | □ |
| กระจก ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก | □ |
| ล้อ ยาง ยางอะไหล่ หรือชุดซ่อมฉุกเฉิน | □ |
| ภายใน เบาะ คอนโซล แผงประตู | □ |
| ระบบไฟฟ้า หน้าจอ กล้อง เซ็นเซอร์ แอร์ | □ |
| เลขตัวถัง เลขเครื่อง และเอกสาร | □ |
| ของแถม ฟิล์ม กล้อง พรม ประกัน | □ |
| ของเหลว ห้องเครื่อง หรือพอร์ตชาร์จ EV | □ |
| ทดลองขับหรือทดสอบการเคลื่อนรถ | □ |
| สอนใช้งานฟีเจอร์สำคัญและแอปรถ | □ |
สรุปก่อนจาก
การรับรถใหม่ไม่ควรรีบเซ็นเอกสารเพราะความตื่นเต้น แม้จะเป็นรถป้ายแดง แต่ก็ยังควรตรวจให้ครบทั้งภายนอก ภายใน ระบบไฟ เอกสาร ของแถม ยาง และฟีเจอร์ต่าง ๆ ก่อนรับมอบจริง
จำง่าย ๆ ว่า ถ้ายังไม่ได้ตรวจ อย่าเพิ่งเซ็นรับรถ เพราะหลังเซ็นแล้ว การพิสูจน์ว่ารอยหรือปัญหาเกิดขึ้นก่อนรับรถอาจทำได้ยากขึ้น หากพบความผิดปกติควรแจ้งทันที ถ่ายหลักฐาน และให้ศูนย์ระบุแนวทางแก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้การรับรถใหม่เป็นเรื่องน่ายินดี ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของปัญหาหลังบ้าน จนเป็นเรื่องใหญ่โต
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


