รับรถใหม่ อย่าเพิ่งเซ็น ถ้ายังไม่เช็ก 10 จุดนี้

รับรถใหม่ อย่าเพิ่งเซ็น ถ้ายังไม่เช็ก 10 จุดนี้

รับรถใหม่ อย่าเพิ่งเซ็น ถ้ายังไม่เช็ก 10 จุดนี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การรับรถใหม่ป้ายแดงเป็นโมเมนต์ที่หลายคนตื่นเต้น เพราะเป็นวันที่รอคอยมานาน แต่ก่อนจะรีบถ่ายรูป รับกุญแจ แล้วขับออกจากโชว์รูม มีสิ่งสำคัญที่ควรทำก่อนเสมอ นั่นคือ ตรวจรถให้ละเอียดก่อนเซ็นรับรถ ที่หลายคนมองข้ามไป แล้วมักจะเจอปัญหาหาหลังรับรถ

วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบว่าทำไมต้องเช็ครถให้ดีก่อนเซ็นรับ และมีจุดไหนที่ต้องดูพร้อมแล้วมาเริ่มกันได้เลย

ทำไมไม่ควรเซ็นรับรถก่อนเช็ก?

เอกสารรับมอบรถเปรียบเสมือนการยืนยันว่า ผู้ซื้อได้รับรถตามสภาพที่ตรวจรับแล้ว หากหลังจากนั้นพบรอยหรือปัญหาบางอย่าง ศูนย์หรือโชว์รูมอาจต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าเกิดขึ้นก่อนหรือหลังรับรถ ซึ่งอาจทำให้การเคลมหรือขอแก้ไขใช้เวลามากขึ้น

ดังนั้น หลักง่าย ๆ คือ ตรวจให้ครบก่อน เซ็นทีหลัง ถ้าพบปัญหาให้แจ้งเซลส์หรือเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และให้ระบุรายการที่ต้องแก้ไขไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นรับรถ

10 จุดที่ต้องเช็คก่อนรับรถใหม่กลับบ้าน

ts1_4910_batch

1. ตรวจรอบคัน ดูสี ตัวถัง และรอยขีดข่วน

เริ่มจากเดินดูตัวรถรอบคันในที่มีแสงสว่างเพียงพอ อย่าตรวจในจุดมืดหรือจอดในร่มจนมองสีไม่ชัด เพราะรอยบางอย่างจะเห็นง่ายเมื่อมีแสงตกกระทบ

  • ดูรอยขีดข่วน รอยบุบ รอยถลอก
  • ดูสีรถว่ามีจุดด่าง สีเพี้ยน หรือรอยพ่นแก้หรือไม่
  • ตรวจฝากระโปรง ประตู ฝาท้าย และกันชน
  • ดูช่องไฟระหว่างชิ้นส่วนตัวถังว่าห่างเท่ากันหรือไม่
  • ตรวจขอบประตู ขอบฝากระโปรง และมุมกันชนที่มักเป็นจุดเกิดรอยได้ง่าย

ถ้าพบรอย อย่าเพิ่งรับปากว่า “ไม่เป็นไร” ให้ถ่ายรูปและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้ศูนย์ประเมินว่าจะขัด ลบรอย เปลี่ยนชิ้นส่วน หรือออกเอกสารรับผิดชอบอย่างไร

2. ตรวจกระจก ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยว

กระจกและระบบไฟเป็นจุดที่ควรเช็กให้ครบ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง

  • ตรวจรอยร้าว รอยบิ่น หรือรอยขีดข่วนบนกระจกหน้าและกระจกข้าง
  • เปิดไฟหน้า ไฟสูง ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉิน
  • เช็กไฟตัดหมอก หากรถรุ่นนั้นมีมาให้
  • ดูว่าโคมไฟมีไอน้ำ ฝ้า หรือรอยแตกร้าวหรือไม่
  • ลองฉีดน้ำล้างกระจกและเปิดใบปัดน้ำฝน

ควรให้ผู้ติดตามช่วยยืนดูด้านนอกตอนเปิดไฟต่าง ๆ เพราะบางตำแหน่งคนขับมองเองไม่ได้ โดยเฉพาะไฟเบรกและไฟท้าย

3. ตรวจล้อ ยาง และชุดซ่อมฉุกเฉิน

แม้รถใหม่จะยังไม่ผ่านการใช้งานจริง แต่ยางและล้อก็อาจมีรอยจากการขนส่งหรือการเคลื่อนย้ายได้

  • ตรวจล้อแม็กว่ามีรอยครูดหรือบิ่นหรือไม่
  • ดูแก้มยางว่ามีรอยบวม รอยปริ หรือรอยฉีกหรือไม่
  • เช็กปีผลิตยางจากตัวเลข DOT บนแก้มยาง
  • ตรวจแรงดันลมยางเบื้องต้น
  • ตรวจยางอะไหล่ หรือชุดปะยาง / ชุดเติมลมฉุกเฉินว่ามีครบหรือไม่

ถ้ารถไม่มีล้ออะไหล่ ควรถามให้ชัดว่ามีชุดซ่อมฉุกเฉินอะไรให้มาบ้าง และใช้งานอย่างไร เพราะรถใหม่หลายรุ่นเริ่มเปลี่ยนจากยางอะไหล่เป็นชุดปะยางแทน

ts1_6728_batch

4. ตรวจห้องโดยสาร เบาะ คอนโซล และกลิ่นผิดปกติ

เปิดประตูทุกบานแล้วตรวจภายในให้ละเอียด เพราะบางครั้งอาจมีรอยจากการขนส่ง การติดตั้งอุปกรณ์ หรือการเตรียมรถก่อนส่งมอบ

  • ตรวจเบาะว่ามีรอยขาด รอยย่นผิดปกติ หรือคราบสกปรกหรือไม่
  • ดูแผงประตู คอนโซลกลาง แผงหน้าปัด และพวงมาลัย
  • ลองปรับเบาะทุกตำแหน่ง ทั้งมือหมุนและไฟฟ้า
  • ตรวจเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่ง
  • สังเกตกลิ่นไหม้ กลิ่นอับ หรือกลิ่นผิดปกติในห้องโดยสาร

หากมีการติดฟิล์ม ปูพื้น หรือใส่อุปกรณ์เสริม ควรตรวจงานติดตั้งด้วยว่าเรียบร้อยหรือไม่ ไม่มีรอยกาว รอยงัด หรือชิ้นส่วนหลวม

5. ตรวจระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ในรถ

รถรุ่นใหม่มีระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจำนวนมาก ควรทดลองใช้งานจริงก่อนรับรถ

  • ลองล็อกและปลดล็อกรถด้วยรีโมตหรือกุญแจอัจฉริยะ
  • ทดสอบกระจกไฟฟ้าทุกบาน
  • เปิด-ปิดกระจกมองข้างไฟฟ้า
  • ลองระบบปรับอากาศทุกโหมด
  • ทดสอบหน้าจอกลาง ระบบเสียง Bluetooth, Apple CarPlay หรือ Android Auto
  • ลองกล้องมองหลัง กล้อง 360 องศา และเซ็นเซอร์ถอย หากมี
  • ตรวจช่อง USB, ที่ชาร์จไร้สาย และช่องจ่ายไฟ

ถ้าฟีเจอร์ใดใช้งานไม่ได้หรือยังไม่ได้เปิดระบบ ควรให้เจ้าหน้าที่ตั้งค่าให้เรียบร้อยก่อนเซ็นรับรถ

6. ตรวจเลขตัวถัง เลขเครื่อง และเอกสารให้ตรงกัน

จุดนี้สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับเอกสารทางกฎหมายและการจดทะเบียนรถ

  • ตรวจเลขตัวถังบนตัวรถให้ตรงกับเอกสาร
  • ตรวจเลขเครื่องยนต์ หากเป็นรถที่มีเครื่องยนต์
  • ตรวจชื่อผู้ซื้อ ที่อยู่ รุ่นรถ สีรถ และหมายเลขตัวถังในเอกสาร
  • ตรวจเอกสารใบจอง ใบเสร็จ สัญญาเช่าซื้อ หรือเอกสารไฟแนนซ์
  • ตรวจวันรับประกันและระยะเวลาการรับประกัน

หากข้อมูลผิดแม้เพียงตัวอักษรเดียว ควรให้แก้ไขก่อน เพราะอาจกระทบขั้นตอนจดทะเบียน ประกันภัย หรือการเคลมในอนาคตได้

7. ตรวจของแถมและอุปกรณ์ที่ตกลงไว้

ของแถมเป็นอีกจุดที่มักเกิดปัญหาหลังรับรถ เพราะตอนจองพูดไว้อย่างหนึ่ง แต่วันส่งมอบอาจมีบางรายการตกหล่น

  • ฟิล์มกรองแสงตรงตามยี่ห้อและรุ่นที่ตกลงไว้หรือไม่
  • กล้องติดรถยนต์ติดตั้งครบหรือไม่
  • พรมปูพื้น ถาดท้ายรถ กรอบป้าย และอุปกรณ์ตกแต่งครบหรือไม่
  • ประกันภัย พ.ร.บ. และเงื่อนไขช่วยเหลือฉุกเฉินครบถ้วนหรือไม่
  • คูปองบำรุงรักษา บัตรส่วนลด หรือแพ็กเกจบริการหลังการขายครบหรือไม่

แนะนำให้เปิดใบจองหรือแชตที่คุยกับเซลส์ไว้เทียบทีละรายการ หากมีรายการที่ยังไม่ได้รับ ควรเขียนกำหนดส่งมอบเพิ่มเติมให้ชัดเจน

7rp09515_batch

8. ตรวจของเหลวและห้องเครื่อง

สำหรับรถเครื่องยนต์สันดาปหรือไฮบริด ควรเปิดฝากระโปรงเพื่อตรวจความเรียบร้อยเบื้องต้น แม้ไม่ใช่ช่างก็สามารถดูจุดง่าย ๆ ได้

  • ดูระดับน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น น้ำฉีดกระจก และน้ำมันเบรก
  • ตรวจว่ามีคราบน้ำมันหรือคราบของเหลวรั่วซึมหรือไม่
  • ดูสายไฟและท่อยางว่าจัดเรียบร้อย ไม่มีรอยหนูกัดหรือหลุดหลวม
  • ฟังเสียงเครื่องยนต์ขณะสตาร์ตว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่

สำหรับรถ EV ควรตรวจพอร์ตชาร์จ สายชาร์จ อุปกรณ์ชาร์จที่แถมมา และให้เจ้าหน้าที่สาธิตการใช้งานระบบชาร์จ รวมถึงแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง

9. ทดลองขับสั้น ๆ หากศูนย์อนุญาต

ถ้าโชว์รูมหรือศูนย์บริการอนุญาต ควรทดลองขับระยะสั้นก่อนรับรถ หรืออย่างน้อยให้เจ้าหน้าที่พาเคลื่อนรถในพื้นที่ส่งมอบ เพื่อเช็กอาการเบื้องต้น

  • พวงมาลัยตรงหรือไม่
  • เบรกทำงานปกติหรือมีเสียงผิดปกติหรือไม่
  • ช่วงล่างมีเสียงกุกกักหรือไม่
  • เกียร์เปลี่ยนจังหวะราบรื่นหรือไม่
  • ไม่มีไฟเตือนผิดปกติบนหน้าปัด

หากเป็นรถ EV ให้ลองโหมดขับขี่ ระบบเบรกแบบ Regenerative Braking และดูว่าระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ ทำงานปกติหรือไม่

10. ให้เจ้าหน้าที่สอนการใช้งานฟีเจอร์สำคัญก่อนขับออก

รถใหม่หลายรุ่นมีฟีเจอร์จำนวนมาก หากรับรถแล้วขับออกไปโดยยังไม่เข้าใจ อาจใช้งานผิดวิธีหรือพลาดฟีเจอร์สำคัญได้

  • วิธีสตาร์ตและดับเครื่อง / เปิดระบบรถ EV
  • วิธีใช้ระบบช่วยขับ เช่น Adaptive Cruise Control, Lane Keeping Assist หรือ Auto Hold
  • วิธีเชื่อมต่อมือถือกับหน้าจอรถ
  • วิธีเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟ
  • วิธีเปิดฝากระโปรง ฝาถังน้ำมัน ฝาท้าย และช่องชาร์จ
  • วิธีดูไฟเตือนสำคัญบนหน้าปัด
  • เบอร์ติดต่อศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

อย่าเกรงใจที่จะถาม เพราะนี่คือช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ควรอธิบายให้ครบก่อนส่งมอบรถ โดยเฉพาะคนที่เปลี่ยนจากรถน้ำมันมาใช้รถไฮบริดหรือ EV เป็นครั้งแรก

ถ้าพบปัญหาก่อนเซ็นรับรถ ควรทำอย่างไร?

  1. ถ่ายรูปหรือวิดีโอเก็บไว้ทันที
  2. แจ้งเซลส์หรือเจ้าหน้าที่ส่งมอบรถให้รับทราบ
  3. ขอให้ระบุปัญหาและแนวทางแก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร
  4. หากเป็นปัญหาใหญ่ เช่น สีเสียหาย ตัวถังบุบ ระบบไฟผิดปกติ ควรพิจารณายังไม่รับรถ
  5. เก็บสำเนาเอกสารหรือข้อความยืนยันไว้ทุกครั้ง

กรณีเป็นรอยเล็กน้อยหรือของแถมตกหล่น อาจตกลงรับรถพร้อมใบงานแก้ไขภายหลังได้ แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน ไม่ควรอาศัยเพียงคำพูดอย่างเดียว

เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนเซ็นรับรถ

รายการตรวจ เช็กแล้ว
สีรถ ตัวถัง รอยบุบ รอยขีดข่วน
กระจก ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก
ล้อ ยาง ยางอะไหล่ หรือชุดซ่อมฉุกเฉิน
ภายใน เบาะ คอนโซล แผงประตู
ระบบไฟฟ้า หน้าจอ กล้อง เซ็นเซอร์ แอร์
เลขตัวถัง เลขเครื่อง และเอกสาร
ของแถม ฟิล์ม กล้อง พรม ประกัน
ของเหลว ห้องเครื่อง หรือพอร์ตชาร์จ EV
ทดลองขับหรือทดสอบการเคลื่อนรถ
สอนใช้งานฟีเจอร์สำคัญและแอปรถ

สรุปก่อนจาก

การรับรถใหม่ไม่ควรรีบเซ็นเอกสารเพราะความตื่นเต้น แม้จะเป็นรถป้ายแดง แต่ก็ยังควรตรวจให้ครบทั้งภายนอก ภายใน ระบบไฟ เอกสาร ของแถม ยาง และฟีเจอร์ต่าง ๆ ก่อนรับมอบจริง

จำง่าย ๆ ว่า ถ้ายังไม่ได้ตรวจ อย่าเพิ่งเซ็นรับรถ เพราะหลังเซ็นแล้ว การพิสูจน์ว่ารอยหรือปัญหาเกิดขึ้นก่อนรับรถอาจทำได้ยากขึ้น หากพบความผิดปกติควรแจ้งทันที ถ่ายหลักฐาน และให้ศูนย์ระบุแนวทางแก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้การรับรถใหม่เป็นเรื่องน่ายินดี ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของปัญหาหลังบ้าน จนเป็นเรื่องใหญ่โต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล