สคบ.เผย 5 ปัญหาใหญ่ รถเสีย-ศูนย์ปิด-ราคาดิ่ง จนคนซื้อกังวล

ในช่วงนี้หลายคนเริ่มมอง รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จนกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยจุดขายเรื่องค่าใช้จ่ายพลังงานที่ต่ำกว่า รถขับเงียบ อัตราเร่งดี และมีโปรโมชั่นดึงดูดใจมากมาย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มเจอปัญหาหลังซื้อ ตั้งแต่รถชำรุด ซ่อมนาน อะไหล่ไม่มี ศูนย์บริการปิด ไปจนถึงราคารถที่ปรับลดลงแรงหลังรับรถไม่นาน
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค หลังพบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้ารวมกว่า 1,300 ราย โดยมี 3 ประเด็นใหญ่ที่ถูกจับตามอง ได้แก่ รถชำรุดบกพร่อง, ผู้บริโภคถูกลอยแพ และ ราคารถ EV ปรับลดลงรวดเร็ว

3 ปัญหาใหญ่ที่คนซื้อรถ EV ร้องเรียน
แม้รถ EV จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่การซื้อรถหนึ่งคันไม่ใช่แค่เรื่องราคาหน้าป้ายหรือโปรโมชั่นวันจองเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือบริการหลังการขาย ความพร้อมของศูนย์ซ่อม อะไหล่ และเงื่อนไขรับประกันที่ต้องชัดเจนตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ
1. รถชำรุดบกพร่องหลังซื้อ
ปัญหาที่พบมากที่สุดคือรถมีความชำรุดบกพร่องหลังซื้อ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ภายในรถที่ทำงานผิดปกติ
รถ EV มีระบบที่ซับซ้อนกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปในบางจุด โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ และระบบซอฟต์แวร์ควบคุม หากเกิดปัญหา ผู้ใช้ทั่วไปมักไม่สามารถซ่อมเองหรือให้อู่ทั่วไปแก้ไขได้ง่ายเหมือนรถน้ำมัน จึงต้องพึ่งศูนย์บริการที่มีเครื่องมือและช่างเฉพาะทาง
สิ่งที่ผู้ซื้อควรถามให้ชัดก่อนซื้อคือ หากรถมีปัญหาหลังรับมอบ จะต้องนำรถเข้าตรวจสอบที่ไหน ใช้เวลาซ่อมนานแค่ไหน มีรถสำรองหรือไม่ และกรณีรถเสียซ้ำ ๆ มีเงื่อนไขเปลี่ยนคันหรือคืนเงินอย่างไร
2. ศูนย์บริการปิด หรือไม่มีที่ซ่อม
อีกหนึ่งความกังวลสำคัญของผู้ใช้รถ EV คือการถูกลอยแพหลังการขาย โดยเฉพาะกรณีบริษัทปิดตัว ตัวแทนจำหน่ายยุติการให้บริการ หรือศูนย์บริการบางแห่งปิดลง ทำให้เจ้าของรถไม่แน่ใจว่าจะนำรถไปซ่อมที่ไหนหากเกิดปัญหา
ปัญหานี้สำคัญมาก เพราะรถ EV ไม่ได้ต้องการแค่จุดขายรถ แต่ต้องมีระบบสนับสนุนระยะยาว ทั้งศูนย์บริการที่ครอบคลุม อะไหล่สำรอง ช่างที่ผ่านการอบรม และช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่ติดต่อได้จริง
สำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด ควรตรวจสอบให้ละเอียดว่าแบรนด์ที่สนใจมีศูนย์บริการใกล้บ้านหรือไม่ หากต้องลากรถไปซ่อมในจังหวัดอื่น ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และมีเงื่อนไขช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนหรือไม่
3. ราคาปรับลดแรงหลังซื้อ
ปัญหาที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจให้ผู้ซื้อจำนวนไม่น้อย คือการที่รถ EV บางรุ่นปรับราคาลงอย่างรวดเร็วหลังจากลูกค้ารับรถไปไม่นาน บางกรณีส่วนต่างราคาอาจมากพอที่จะกระทบความรู้สึกของผู้ซื้อก่อนหน้า และทำให้มูลค่าขายต่อของรถมือสองลดลงทันที
ต้องยอมรับว่าตลาดรถ EV มีการแข่งขันด้านราคาสูงมาก ทั้งจากแบรนด์ใหม่ โปรโมชั่นแรง และการเร่งระบายสต็อก ทำให้ราคาขยับเร็วกว่าโลกของรถน้ำมันแบบเดิม ผู้ซื้อจึงควรมองให้รอบด้าน ไม่ใช่ดูแค่ราคาช่วงเปิดตัวหรือของแถมในวันจอง
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบแนวโน้มราคาของรุ่นนั้น ๆ ในตลาดมือหนึ่งและมือสอง รวมถึงดูว่าแบรนด์มีประวัติปรับราคาบ่อยหรือไม่ เพราะแม้ส่วนลดจะทำให้ซื้อรถได้ถูกลง แต่ถ้าราคาปรับลงแรงหลังซื้อ อาจกระทบมูลค่ารถในระยะยาว
สคบ.เตรียมทำ e-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า
หนึ่งในแนวทางที่ถูกเสนอคือการจัดทำ e-Book “ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า” เพื่อรวบรวมข้อมูลฉลากของรถ EV ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ให้ประชาชนใช้ตรวจสอบและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
แนวคิดนี้มีความสำคัญ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่มีข้อมูลทางเทคนิคจำนวนมาก ทั้งขนาดแบตเตอรี่ ระยะทางวิ่ง เงื่อนไขรับประกัน มาตรฐานความปลอดภัย ข้อจำกัดการใช้งาน และข้อมูลบริการหลังการขาย หากผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ก็จะช่วยลดโอกาสถูกโฆษณาเกินจริงหรือเข้าใจผิดก่อนซื้อ

ก่อนซื้อรถ EV ต้องเช็กอะไรบ้าง?
หากกำลังจะซื้อรถ EV ในปีนี้ อย่าดูแค่ราคาหน้าป้าย ดอกเบี้ยต่ำ หรือของแถม เพราะรถ EV เป็นรถที่ต้องคิดเรื่องระยะยาวมากกว่ารถบางประเภท โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่ ศูนย์บริการ และค่าใช้จ่ายหลังหมดประกัน
1. เงื่อนไขรับประกันแบตเตอรี่
แบตเตอรี่คือหัวใจของรถ EV และเป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงมาก ก่อนซื้อควรถามให้ชัดว่าแบตเตอรี่รับประกันกี่ปีหรือกี่กิโลเมตร ครอบคลุมอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขใดที่ทำให้ประกันสิ้นสุด เช่น การชาร์จผิดวิธี การดัดแปลงระบบไฟ หรือการซ่อมนอกศูนย์
2. ศูนย์บริการใกล้บ้านมีจริงหรือไม่
บางแบรนด์มีโชว์รูมขายรถหลายแห่ง แต่ศูนย์บริการที่ซ่อมระบบ EV ได้จริงอาจมีน้อยกว่า ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่าในจังหวัดหรือพื้นที่ที่ใช้งานประจำมีศูนย์บริการครบวงจรหรือไม่ และศูนย์นั้นสามารถซ่อมระบบไฟฟ้าแรงดันสูงได้จริงหรือเปล่า
3. อะไหล่มีสต็อกในไทยหรือไม่
รถเสียไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ารถเสียแล้วไม่มีอะไหล่ หากต้องรออะไหล่จากต่างประเทศนานหลายเดือน ผู้ใช้จะได้รับผลกระทบโดยตรง ควรถามผู้ขายให้ชัดว่าอะไหล่สำคัญ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ ชุดควบคุมไฟฟ้า และชิ้นส่วนตัวถัง มีสต็อกในไทยหรือไม่
4. ถ้าซ่อมนาน มีรถสำรองหรือค่าชดเชยไหม
รถหนึ่งคันคือพาหนะหลักของหลายครอบครัว หากรถต้องจอดซ่อมนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ควรถามตั้งแต่ก่อนซื้อว่าบริษัทมีรถสำรองให้ใช้หรือไม่ มีค่าชดเชยหรือมาตรการช่วยเหลืออย่างไร และต้องใช้เงื่อนไขใดจึงจะได้รับสิทธิ์ดังกล่าว
5. สัญญาจองต้องระบุให้ครบ
ของแถม ส่วนลด วันส่งมอบ สีรถ รุ่นย่อย เงื่อนไขคืนเงินจอง และรายการอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรระบุเป็นลายลักษณ์อักษรในใบจองหรือสัญญา อย่าเชื่อแค่คำพูดเซลส์ เพราะหากเกิดข้อพิพาทภายหลัง เอกสารเหล่านี้จะเป็นหลักฐานสำคัญ
6. เช็กประวัติการปรับราคาของรุ่นนั้น
ก่อนตัดสินใจซื้อรถ EV ควรดูประวัติราคาของรุ่นที่สนใจว่ามีการปรับลดบ่อยหรือไม่ รวมถึงเช็กตลาดรถมือสองว่ารุ่นนั้นมีราคาตกแรงแค่ไหน เพราะบางครั้งรถใหม่ที่ดูคุ้มในวันซื้อ อาจมีมูลค่าขายต่อที่ลดลงเร็วกว่าที่คาด
ซื้อรถ EV อย่ามองแค่ “ประหยัดค่าน้ำมัน”
รถ EV มีข้อดีชัดเจน ทั้งค่าไฟต่อกิโลเมตรที่ประหยัดกว่า อัตราเร่งดี เสียงเงียบ และดูแลบางส่วนง่ายกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป แต่ค่าใช้จ่ายจริงไม่ได้มีแค่ค่าไฟเท่านั้น ผู้ซื้อควรคิดรวมถึงค่าประกันภัย ค่าเปลี่ยนยาง ค่าเสื่อมราคา ค่าอุปกรณ์ชาร์จ ค่าเดินระบบไฟที่บ้าน และความเสี่ยงเรื่องราคาขายต่อ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนการเป็นเจ้าของรถ EV ในระยะยาว
หากซื้อรถ EV แล้วพบปัญหา สิ่งแรกที่ควรทำคือเก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งใบจอง ใบเสร็จ สัญญาซื้อขาย โบรชัวร์ ข้อความแชต เอกสารโฆษณา ใบรับรถ และใบเข้าซ่อมทุกครั้ง
แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือมีข้อพิพาทเรื่องการรับประกัน ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนผ่าน สายด่วน สคบ. 1166, ระบบร้องทุกข์ผู้บริโภค, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ของ สคบ. หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่
สรุปปิดท้าย
อย่างไรก็ตาม รถ EV ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและอยากใช้รถเทคโนโลยีใหม่ แต่ตลาดที่เปลี่ยนเร็วและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทำให้ผู้ซื้อจำเป็นต้องรอบคอบมากขึ้น
ก่อนจองรถ EV ควรตรวจสอบให้ครบทั้งเงื่อนไขรับประกันแบตเตอรี่ ศูนย์บริการ ความพร้อมของอะไหล่ ระยะเวลาซ่อม สัญญาจอง และแนวโน้มราคาขายต่อ เพราะรถหนึ่งคันไม่ได้จบแค่วันรับรถ แต่คือภาระและความรับผิดชอบที่ต้องอยู่กับเราไปอีกหลายปี ดังนั้นการเลือกซื้ออย่ามองแต่ราคาและโปรโมชั่น จนทำให้ตกเป็นเหยื่อ และโดยลอยแพในที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


