ไขคำตอบ คนบอกรถญี่ปุ่นยุบง่าย ไม่แข็งแรงจริงหรือ?

หนึ่งในคำถามที่มักเป็นที่ถกเถียงในวงการคนรักรถยนต์ คือ "ทำไมเวลารถชน รถญี่ปุ่นถึงดูยุบง่ายกว่ารถยุโรป? แบบนี้แสดงว่าไม่แข็งแรงและปลอดภัยน้อยกว่า" จนหลายคนติดภาพของรถที่ "แข็ง" กว่า ย่อมปลอดภัยกว่า แต่จริงๆ แล้ว รู้ไหมว่าตามหลักวิศวกรรมความปลอดภัยมันซับซ้อนและต่างกันที่คุณเห็น
วันนี้ Sanook Auto พาคุณมาไขคำตอบว่ารถที่ยุบง่ายๆ นั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ พร้อมแล้วมาเริ่มกันได้เลย
ทำไมรถชนกันเดี๋ยวนี้ยุบง่ายกว่ารถสมัยก่อน?

หากคุณดูข่าวชนกันบน Social หรือข่าวก็ดีวิ่งพุ่งหากัน แล้วยุบเข้าไปนั้น เกิดจากกการออกแบบให้รถมีการแบ่งเป็นกล่องๆ โดยเรียกว่า "Crumple Zone" หรือ โซนยุบตัว ซึ่งเป็นบริเวณที่ถูกออกแบบมาโดยเจตนาให้ยุบหรือเสียรูปทรงเมื่อเกิดการชนอย่างรุนแรง หลักการทำงานของมันอิงตามกฎฟิสิกส์ง่ายๆ คือการ ยืดระยะเวลาการชนออกไปให้นานที่สุด
ลองคิดง่ายๆ ว่าคุณต้องหยุดวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง การหยุดแบบกะทันหันจะสร้างแรงกระแทกมหาศาล แต่ถ้าคุณค่อยๆ ชะลอความเร็วจนหยุดนิ่ง แรงกระแทกที่เกิดขึ้นจะน้อยกว่ามาก Crumple Zone ทำหน้าที่เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดการชน โครงสร้างในโซนนี้จะค่อยๆ ยุบตัวลงเพื่อดูดซับและกระจายพลังงานจลน์ที่เกิดจากการชนออกไปให้มากที่สุด ก่อนที่พลังงานนั้นจะเดินทางไปถึงห้องโดยสาร
เป้าหมายหลักคือการปกป้อง โครงสร้างห้องโดยสารให้เสียรูปทรงน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้โดยสารภายในยังคงมีพื้นที่ในการรอดชีวิตและไม่ถูกอัดติดอยู่ภายในรถ ดังนั้น ภาพรถที่ด้านหน้าหรือด้านหลังยุบยับเยิน แต่ห้องโดยสารยังคงรูปทรงเดิมไว้ได้ คือสิ่งที่วิศวกรต้องการให้เกิดขึ้น
รถญี่ปุ่น vs รถยุโรป ปรัชญาการออกแบบที่เป้าหมายเดียวกัน
เมื่อเป็นเช้านี้ก็จะเกิดคำถามที่ว่าทำไมรถญี่ปุ่นจึงดูเหมือนยุบง่ายกว่า อาจเกี่ยวข้องกับปรัชญาการออกแบบและวัสดุศาสตร์ที่แตกต่างกันในรายละเอียด แต่มีเป้าหมายด้านความปลอดภัยสูงสุดเช่นเดียวกัน
- รถยนต์ญี่ปุ่น: ในอดีต มักเน้นการออกแบบที่ใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นและสามารถยุบตัวเพื่อซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ซึ่งอาจทำให้มองดูด้วยสายตาแล้วเกิดความเสียหายได้ง่ายกว่า แต่ก็เป็นการทำงานตามหลักการของ Crumple Zone อย่างเคร่งครัด
- รถยนต์ยุโรป: ผู้ผลิตบางรายอาจให้ความสำคัญกับความรู้สึก "แข็งแกร่ง" และใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-Tensile Steel) ในหลายส่วนของโครงสร้าง ทำให้ทนทานต่อการชนที่ความเร็วต่ำได้ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม รถยุโรปสมัยใหม่ทุกคันก็ใช้หลักการ Crumple Zone เช่นเดียวกัน โดยออกแบบให้ส่วนหน้าและหลังยุบตัวเพื่อปกป้องห้องโดยสารไม่ต่างกัน
สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็นรถจากสัญชาติใด ต่างก็ต้องผ่านมาตรฐานการทดสอบการชนที่เข้มงวดของหน่วยงานอิสระทั่วโลก เช่น Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ของยุโรป และ JNCAP (Japan New Car Assessment Programme) ของญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองสถาบันถือเป็นมาตรฐานระดับโลกที่ได้รับการยอมรับ

มาตรฐานสากลพิสูจน์ความปลอดภัย มากกว่าสัญชาติรถ
ทั้ง Euro NCAP และ JNCAP มีกระบวนการทดสอบที่ครอบคลุมการชนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชนด้านหน้าแบบเต็มคันและเยื้องศูนย์, การชนด้านข้าง, การชนเสา, รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยของคนเดินถนนและประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS)
อ่านเพิ่ม : ADAS คืออะไร? ระบบความปลอภัยที่รถเดี๋ยวนี้ต้องมี
ในปัจจุบัน รถยนต์ญี่ปุ่นหลายรุ่นสามารถคว้าคะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ได้ เช่นเดียวกับรถยนต์ยุโรปที่ทำคะแนนได้ดีในการทดสอบของ JNCAP สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยให้อยู่ในระดับสูงสุด และความปลอดภัยไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่สัญชาติของรถอีกต่อไป
ดังนั้นแล้วต้องบอกว่า การที่รถยนต์ยุบตัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้หมายความว่ารถคันนั้นไม่แข็งแรงหรือไม่มีคุณภาพ แต่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety ที่วิศวกรออกแบบมานั้นได้ทำงานอย่างถูกต้อง โครงสร้างส่วนนอกได้ "สละชีพ" เพื่อดูดซับแรงกระแทก และปกป้องชีวิตของผู้โดยสารในห้องโดยสารซึ่งเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดไว้
ทุกครั้งที่เลือกรถในการเลือกซื้อรถยนต์ครั้งต่อไป แทนที่จะคิดถึงเรื่องของความแกร่งของตัวรถเองก็ควรเให้ความสำคัญกับ ผลการทดสอบการชนจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ เช่น Euro NCAP หรือ ASEAN NCAP (สำหรับภูมิภาคของเรา) ควบคู่ไปกับการพิจารณาระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) ที่รถมีให้ เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชน, หรือระบบควบคุมการทรงตัว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่แรก จะดีกว่า
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


