กุญแจรถแบตหมด กดปุ่ม Push Start ไม่ติด? ไม่ต้องตกใจ แก้ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีนี้

กุญแจรถแบตหมด กดปุ่ม Push Start ไม่ติด? ไม่ต้องตกใจ แก้ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีนี้

กุญแจรถแบตหมด กดปุ่ม Push Start ไม่ติด? ไม่ต้องตกใจ แก้ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีนี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าเพิ่งตกใจ! กุญแจรถแบตหมด ยังสตาร์ทรถได้ด้วยวิธีนี้

รถยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบันจำนวนมากมาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะ (Smart Key) และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แบบ Push Start ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่หากวันหนึ่งแบตเตอรี่ภายในรีโมทกุญแจหมดขึ้นมา หลายคนอาจเข้าใจว่ารถจะไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้อีก

ความจริงแล้ว รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบ Push Start ได้ถูกออกแบบให้มีระบบสำรองสำหรับใช้งานในกรณีฉุกเฉินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แม้แบตเตอรี่รีโมทจะหมดจนไม่สามารถส่งสัญญาณได้ ก็ยังสามารถปลดล็อกรถและสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ตามปกติ

สัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่รีโมทใกล้หมด

โดยปกติแล้ว เมื่อแบตเตอรี่ภายในกุญแจรีโมทเริ่มอ่อน รถส่วนใหญ่มักจะแสดงข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอเรือนไมล์หรือหน้าจอกลาง เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่าควรเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยเร็ว

แต่หากละเลยคำเตือนและปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง รีโมทจะไม่สามารถสื่อสารกับตัวรถได้ ทำให้ไม่สามารถล็อกหรือปลดล็อกประตู รวมถึงกดปุ่ม Push Start เพื่อสตาร์ทรถได้ตามปกติ

วิธีปลดล็อกรถเมื่อแบตเตอรี่รีโมทหมด

แม้รีโมทจะไม่สามารถใช้งานได้ แต่ภายในรีโมทกุญแจของรถส่วนใหญ่มักมีกุญแจสำรองซ่อนอยู่ภายในตัวรีโมท

ให้ถอดกุญแจสำรองออกจากรีโมท จากนั้นนำไปไขที่ช่องกุญแจบริเวณมือจับประตู หรือจุดที่ผู้ผลิตกำหนดไว้สำหรับการปลดล็อกฉุกเฉิน เพียงเท่านี้ก็สามารถเปิดประตูรถได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดประตูรถแล้ว สัญญาณกันขโมยอาจดังขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ต้องตกใจแต่อย่างใด

กุญแจแบตหมด สตาร์ทรถอย่างไร?

เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสารแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. เหยียบแป้นเบรกตามปกติ
  2. นำรีโมทกุญแจไปแตะบริเวณปุ่ม Push Start หรือจุดรับสัญญาณสำรองของรถ
  3. กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ตามปกติ

แม้แบตเตอรี่ในรีโมทจะหมด แต่ระบบยังสามารถอ่านข้อมูลจากชิปภายในกุญแจได้ ทำให้เครื่องยนต์สามารถสตาร์ทติดและใช้งานรถได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ตำแหน่งสำหรับแตะรีโมทอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ บางรุ่นอาจให้แตะที่ปุ่มสตาร์ทโดยตรง ขณะที่บางรุ่นอาจมีจุดรับสัญญาณเฉพาะ ดังนั้นควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากคู่มือประจำรถ

ถึงที่หมายแล้ว ควรรีบเปลี่ยนแบตเตอรี่รีโมท

หลังจากสามารถเดินทางต่อได้แล้ว ควรรีบเปลี่ยนแบตเตอรี่รีโมทโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาการใช้งานในอนาคต

แบตเตอรี่ที่ใช้กับรีโมทรถยนต์ส่วนใหญ่มักเป็นถ่านกระดุม ซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป

การเปลี่ยนแบตเตอรี่รีโมทสามารถทำได้ด้วยตัวเองในหลายรุ่น เพียงเลือกขนาดแบตเตอรี่ให้ตรงกับรุ่นเดิมที่ติดตั้งอยู่ภายในรีโมทเท่านั้น

เปลี่ยนเองได้ ประหยัดกว่าที่คิด

ข้อดีของการเปลี่ยนแบตเตอรี่รีโมทด้วยตัวเองคือช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เนื่องจากถ่านกระดุมมีราคาเพียงหลักสิบบาทเท่านั้น

ขณะที่การนำรถเข้าศูนย์บริการอาจมีค่าแรงและค่าบริการเพิ่มเติม ทำให้มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์

สรุป

หากกุญแจรีโมทรถยนต์แบตเตอรี่หมดจนไม่สามารถกดปุ่ม Push Start ได้ อย่าเพิ่งตกใจ เพราะรถยนต์ส่วนใหญ่มีระบบสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว เพียงใช้กุญแจสำรองปลดล็อกประตู และนำรีโมทไปแตะบริเวณปุ่มสตาร์ทหรือจุดรับสัญญาณที่กำหนด ก็สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์และเดินทางต่อได้ทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงจุดหมายแล้ว ควรรีบเปลี่ยนแบตเตอรี่รีโมทใหม่โดยเร็ว เพื่อให้ระบบกุญแจอัจฉริยะกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในระหว่างการเดินทางครั้งต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล