Motor Expo 2019: ได้ฤกษ์สัมผัส 2 ซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันแรงจาก Lamborghini

Motor Expo 2019: ได้ฤกษ์สัมผัส 2 ซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันแรงจาก Lamborghini
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ใช่เพียงรถยนต์ใช้ในเมืองหรือจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่มาแสดงตัวในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ Motor Expo 2019 เพียงเท่านั้น สายรถซูเปอร์สปอร์ตก็ไม่ผิดหวังเช่นกัน โดยเฉพาะการได้สัมผัสคันจริงของ 2 ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ตัวงามมาให้เหล่าสาวกได้ตื่นตาตื่นใจ จะมีคันไหนรุ่นใดบ้าง ไปดูกัน

01 Lamborghini Huracán EVO Spyder

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์เครื่องยนต์ V10 Naturally-aspirated อันทรงพลัง และได้รับการถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่มาจาก Lamborghini Huracán Performante ด้วยพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ช่วยให้ Lamborghini Huracán EVO Spyder ทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Lamborghini Huracán EVO SpyderLamborghini Huracán EVO Spyder

ดีไซน์ตัวถังด้วยอลูมิเนียมผสมกับคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,542 กิโลกรัม โดยระบบเปิดปิดหลังคาไฟฟ้าของ Huracán EVO Spyder มาพร้อมกับหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบา ที่สามารถเปิดหลังคาโดยใช้เวลาเพียง 17 วินาที เเละยังสามารถเปิดขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Huracán EVO Spyder พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้ซึ่งขีดจำกัด ด้วยระบบ LDVI สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตัวรถ พร้อมควบคุมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระบบเลี้ยวสี่ล้อ เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วและขับขี่ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบอินโฟเทนเมนท์ใหม่ที่มาพร้อมฟีเจอร์การเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น

02 Lamborghini Urus

Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของ Lamborghini อย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง ที่มาพร้อมกับนิยามว่า “SINCE WE MADE IT POSSIBLE” ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม.

Lamborghini UrusLamborghini Urus

ดังนั้น Lamborghini Urus จึงมาพร้อมจานเบรกแบบคาร์บอนเซรามิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 440 มม. ในด้านหน้า และขนาด 370 มม.ในด้านหลัง ทำให้ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ ชม. มีระยะเพียง 33.7 เมตรเท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมความดุดันของ Lamborghini Urus ผ่าน Tamburo – Lamborghini driving dynamics control ได้ถึง 4 โหมด และยังปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ผ่าน EGO mode นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งโหมดพิเศษเพิ่มเติม อย่างโหมด Terra (ออฟโรด) และโหมด Sabbia (ทะเลทราย) ที่ช่วยให้ทุกเส้นทางเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณ

ใครสนใจก็แวะไปชมกันได้ที่งาน Motor Expo 2019 จากวันนี้จนถึง 10 ธันวาคม ที่จะถึงนี้