ชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หากทุกคนใช้รถ EV?

ชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หากทุกคนใช้รถ EV?
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ปัจจุบันรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV : Electric Vehicle) จะเป็นเพียงแค่ยุคเริ่มต้น และคาดกันว่าต้องใช้เวลาอีก 20 ปี ถึงจะขึ้นมาเป็นยานพาหนะกระแสหลักของโลก แต่หากมองไปถึงวันนั้น วิถีชีวิตของคนใช้รถจะเปลี่ยนไปแค่ไหน และอาชีพใดน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด?

คาดปี 2040 “รถ EV” จะทำยอดขายแซงรถใช้น้ำมัน

ข้อมูลจากสำนักวิเคราะห์ด้านพลังงานและการเงินของ Bloomberg แห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ในรอบปี 2019 รถพลังงานไฟฟ้า (EV) ทำยอดขายทั่วโลกได้ที่ 1.79 ล้านคัน น้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มียอดขายในปีที่ผ่านมา 82.4 ล้านคันถึงเกือบ 50 เท่า

สำนักวิเคราะห์ดังกล่าวประเมินว่า กลุ่มของรถ EV ยังต้องใช้เวลาอีกถึง 20 ปี ถึงจะสามารถก้าวขึ้นมาทำยอดขายเหนือรถยนต์ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงได้ โดยคาดว่าในปี 2040 รถ EV จะมียอดขายทั่วโลกเหนือกว่ารถใช้เครื่องยนต์เป็นครั้งแรกที่ตัวเลข 48.79 ล้านคัน ส่วนรถที่ใช้เชื้อเพลิงจะมียอดขายตกลงมาที่ 42.22 ล้านคัน

“รถ EV” ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือไม่?

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่คุ้นชินกับการนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรวมถึงของเหลวต่างๆ ทว่าหากเป็นรถประเภท EV ที่ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนและกระจายกำลังไปสู่เพลาขับและล้อ จึงไม่ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแต่อย่างใด

ภายในฝากระโปรงหน้าของรถ EV “Nissan_Leaf”

อย่างไรก็ดี ในชุดระบบขับเคลื่อนของรถ EV ยังต้องพึ่งพาน้ำมันหล่อลื่นกับอะไหล่บางชิ้น อาทิ ระบบส่งกำลัง (เกียร์บ๊อกซ์) ในรถบางคันที่เป็นเกียร์ 1 สปีด ทว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายบ่อยเหมือนกับรถยนต์ทั่วไป ส่วนระบบหล่อเย็นจะไม่มีหม้อน้ำเหมือนรถทั่วไป แต่จะมีอุปกรณ์ที่ควบคุมอุณหภูมิให้กับแบตเตอรี่ไม่ให้ร้อนจนเกินไป เพราะแบตเตอรี่ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุดของรถประเภทนี้

หาก “รถ EV” มาจริงๆ อาชีพใดจะได้รับผบกระทบบ้าง?

  • โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ : จากรถยนต์ปกติที่มีชิ้นส่วนประกอบกันกว่า 2,000 ชิ้น เมื่อเข้าสู่ยุคของรถ EV อะไหล่กว่า 50 เปอร์เซ็นต์จะถูกถอดออกไป อาทิ ฝาสูบ ท่อไอเสีย ถังน้ำมัน หม้อน้ำ ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ฉะนั้นย่อมส่งผลต่อแรงงานรวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตอะไหล่เหล่านี้อย่างแน่นอน
  • ธุรกิจปั๊มน้ำมัน : จากวิถีชีวิตที่คนใช้รถต้องจอดแวะเติมน้ำมันตามสถานีบริการ หากรถ EV แจ้งเกิดได้จริง ปั๊มน้ำมันทั้งหมดก็จะต้องปรับรูปแบบการให้บริการ เพิ่มสัดส่วนของสถานีชาร์จไฟฟ้าให้มากขึ้น รวมถึงธุรกิจน้ำมันและรายได้อันมหาศาลก็อาจจะหมดไป
  • อู่ซ่อมรถ : ด้วยความที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ช่างซ่อมรถทั้งหมดทั่วประเทศก็จะต้องปรับตัวและเรียนรู้กับเรื่อง แบตเตอรี่ และชุดขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า มิเช่นนั้นรายได้ก็จะหดหายไปแน่นอน
  • ด่านตำรวจจับรถควันดำ : ที่ผ่านมานอกจากตำรวจจะตั้งด่านจับมอเตอร์ไซค์ รวมถึงตรวจแอลกอฮอล์แล้ว ยังมีด่านจับควันดำรถบรรทุกและรถกระบะ ทว่าหากรถ EV แจ้งเกิดได้ งานนี้ด่านจับควันดำมีโอกาสสูญพันธุ์แน่นอน