รู้จัก 5 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Ford Ranger 2018 โฉมไมเนอร์เชนจ์

รู้จัก 5 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Ford Ranger 2018 โฉมไมเนอร์เชนจ์
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Ford Ranger 2018 โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศออสเตรเลีย เราลองไปดูกันว่า 5 ฟีเจอร์ใหม่ของรุ่นไมเนอร์เชนจ์ใหม่ จะสมกับการรอคอยหรือไม่?

103(1)

1.เครื่องยนต์ดีเซล Bi-turbo 2.0 ลิตร

     Ford Ranger 2018 โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ความจุ 2.0 ลิตร ที่วางอยู่ใน Raptor ให้เลือกด้วย มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดใหม่เช่นกัน

     ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 5 สูบ 3.2 ลิตร และ 4 สูบ 2.2 ลิตร ยังคงมีให้เลือกเช่นเคย โดยแน่นอนว่าเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร จะถูกวางตำแหน่งไว้สูงกว่าเครื่องยนต์เดิมทั้ง 2 รุ่น ราคาจึงน่าจะกระโดดขึ้นไปสมควรทีเดียว

2.ดีไซน์ด้านหน้าใหม่

     ในโฉมไมเนอร์เชนจ์มีการปรับปรุงดีไซน์ด้านหน้าสดใหม่ขึ้นเล็กน้อย ด้วยกระจังหน้าคาดด้วยแถบโครเมียมคู่ ขณะที่กันชนมีการปรับดีไซน์ช่องดักลมใหม่เล็กน้อย รวมถึงล้ออัลลอยแบบ 6 ก้านใหม่ ขณะที่รุ่น Wildtrak มีการออกแบบกันชนหน้าและกรอบไฟตัดหมอกใหม่

101

3.ไฟหน้า HID

     ในที่สุด Ford Ranger 2018 ใหม่ ก็มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ HID เสียที หลังจากที่รุ่นเดิมมีเฉพาะไฟหน้าฮาโลเจนเท่านั้น รวมถึงเพิ่ม Daytime Running Light แบบ LED ที่ออกแบบคล้ายกับรุ่น Everest

4.SYNC 3 และแผนที่นำทาง

     Ford Ranger 2018 ยังคงติดตั้งระบบอินโฟเทนเม้นท์ SYNC 3 ที่ทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ แต่เพิ่มความสามารถด้านแผนที่นำทาง ที่สามารถจดจำเส้นทางเมื่อขับขี่แบบออฟโรดได้ ทำให้สามารถแกะรอยกลับทางเดิมได้สะดวกขึ้น

100

5.ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ AEB

     Ford Ranger 2018 ถูกเพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัย Autonomous Emergency Braking (AEB) ที่สามารถตรวจจับได้ทั้งรถยนต์และคนเดินถนน ซึ่งระบบจะทำงานผ่านเซ็นเซอร์ด้านหน้าและกล้องบนกระจกบังลมหน้า ที่ความเร็ว 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป เพื่อไม่ให้กระทบกับการขับขี่แบบออฟโรด

     ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB) จะเข้ามาเสริมระบบความปลอดภัยที่มีอยู่ก่อนหน้า เช่น ระบบควบคุมความเร็วรักษาระยะห่างอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping System และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าผู้ขับขี่ Driver Alert System เป็นต้น

     ส่วนบ้านเรามีความคืบหน้าอย่างไรจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบกันอีกครั้งครับ

 

ติดตามSanook! Auto