จำให้แม่น! 5 เทคนิคขับรถบนถนนเปียก ขับไปไหนก็ปลอดภัย

จำให้แม่น! 5 เทคนิคขับรถบนถนนเปียก ขับไปไหนก็ปลอดภัย
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     อุบัติเหตุรถยนต์ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงฝนตก เนื่องจากถนนที่เปียกแฉะจะทำให้รถมีโอกาสเสียหลักได้ง่ายกว่า Sanook! Auto จึงขอแนะนำ 5 สิ่งที่ควรจำให้แม่น เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนขณะฝนตก จะมีอะไรบ้าง?

1.เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอกให้เหมาะสม

     ควรเปิดไฟหน้าทันทีที่ฝนเริ่มลงเม็ดแม้จะเป็นเวลากลางวัน เนื่องจากสายฝนที่โปรยปรายลงมานั้นมีผลทำให้ทัศนะวิสัยแย่ลง การเปิดไฟหน้าจะทำให้รถคันอื่นสามารถมองเห็นรถของเราได้ชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเปลี่ยนเลน หรือแซง เป็นต้น

     ในกรณีที่ฝนตกหนัก สามารถใช้ไฟตัดหมอกหน้าหรือหลังควบคู่กันไปด้วย และรีบปิดทันทีเมื่อฝนเบาลงเพื่อป้องกันไม่ให้แสงแยงตารถรอบข้าง

2.ลดความเร็วลง

     ควรลดระดับความเร็วลงมาทันทีเมื่อฝนตก เพราะการใช้ความเร็วสูงบนถนนเปียก จะทำให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของยางลดลง แม้ว่ารถรุ่นใหม่ๆ จะถูกติดตั้งระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพ (เช่น ESP, VSC, VSA, ฯลฯ ตามแต่ผู้ผลิตจะเรียก) แต่ระบบเหล่านี้มีหลักการทำงานด้วยการชะลอความเร็วล้อข้างที่เหมาะสมในช่วงเสี้ยววินาที เพื่อช่วยรักษาอาการของตัวรถในกรณีที่รถเริ่มเสียหลัก

     ดังนั้น หากใช้ความเร็วสูงมากบนถนนลื่น ก็จะทำให้ระบบเบรกไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดความเร็วของล้อที่จำเป็น จนเกิดอาการเสียหลักได้เช่นกัน พูดง่ายๆ คือ เกินขีดความสามารถของระบบในการช่วยทรงตัวนั่นเอง

100

3.รักษาระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ

     ขณะขับขี่บนถนนลื่นควรเพิ่มระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ เนื่องจากถนนเปียกจำเป็นต้องใช้ระยะเบรกมากกว่าถนนแห้ง โดยสถิติรถยนต์ส่วนใหญ่สามารถลดความเร็วจาก 80-0 กม./ชม. ได้ในระยะ 36 เมตร นับตั้งแต่เริ่มเหยียบเบรก แต่กรณีถนนเปียกจะเพิ่มเป็น 52 เมตร หรือราวๆ เกือบ 4 ช่วงคันรถเลยทีเดียว

4.ไม่เร่งเครื่องหรือเบรกกะทันหันโดยไม่จำเป็น

     บนถนนเปียกลื่นควรหลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องหรือเหยียบเบรกกะทันหัน เนื่องจากจะทำให้รถเกิดอาการเสียหลักได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถกระบะที่ไม่มีสิ่งของบรรทุก เนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ประกอบกับกระบะหลังที่มีน้ำหนักเบา จะทำให้รถเกิดอาการเสียหลักได้ง่าย

5.ไม่ซิ่งฝ่าแอ่งน้ำ

     ควรหลีกเลี่ยงการขับรถฝ่าแอ่งน้ำ เพราะอาจทำให้รถเกิดอาการเหินน้ำ (Hydroplane) แม้ว่าจะมีดอกยางเต็มก็ตาม เสี่ยงต่ออาการรถเสียหลักสูงมาก ซึ่งการหลบหลีกแอ่งน้ำได้อย่างปลอดภัยนั้น จำเป็นต้องความเร็วอย่างเหมาะสมด้วย หากขับรถเร็วเกินไป การหักพวงมาลัยอย่างรวดเร็วก็จะทำให้รถมีโอกาสเสียหลักได้เช่นกัน

     ซึ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการขับรถขณะฝนตก ก็คือความพร้อมของอุปกรณ์ส่วนควบตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นยาง, ใบปัดน้ำฝน ฯลฯ จึงควรหมั่นตรวจเช็คให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอครับ

 

ติดตามSanook! Auto