สิ่งที่ควรตรวจเช็กให้พร้อม!!! ก่อนขับรถเดินทางไกล

สิ่งที่ควรตรวจเช็กให้พร้อม!!! ก่อนขับรถเดินทางไกล
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ช่วงเทศกาลหยุดยาว หลายคนต่างเตรียมความพร้อมเพื่อไปพักผ่อนตามต่างจังหวัด และบางคนก็อาจขนข้าวของกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด เพื่อไปพบปะ หรือสังสรรค์กับครอบครัวหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกรถยนต์เป็นพาหนะในการเดินทาง เพราะมันมีความสะดวกสบาย รวมไปถึงสามารถเดินทางไปได้หลายคนอีกด้วย

     แต่ก่อนที่จะเดินทาง โดยเฉพาะระยะทางไกลๆ คุณควรที่จะทำการเตรียมความพร้อมของรถยนต์ให้ดี เพื่อที่ระหว่างเดินทางจะได้ไม่มีปัญหาชวนหงุดหงิด และถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ

         ซึ่งรายการตรวจเช็กที่คุณควรทำก่อนเดินทางไกล มีอยู่ 8 ข้อ ดังนี้


   1. ของเหลวภายในเครื่องยนต์ เช่น น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรก, น้ำมันคลัทช์, น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์, น้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ, น้ำกลั่นแบตเตอรี่ ฯลฯ หากส่วนไหนลดน้อยต่ำลง หรือพร่องลงไปมาก ก็จัดการเติมให้อยู่ในระดับปกติให้เรียบร้อย

   2. รอยรั่ว รอยซึมตามจุดต่างๆ หลังจากตรวจเช็ก และเติมของเหลวไปแล้ว ต่อไปก็มาดูใต้ท้องรถ ว่ามีรอยหยดจากน้ำ หรือรอยหยดจากน้ำมันตรงส่วนไหนบ้าง ซึ่งหากพบว่ามีรอยรั่วซึม ให้รีบนำรถเข้าอู่ หรือศูนย์บริการทันที เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และดำเนินการแก้ไขซ่อมแซม

   3. แบตเตอรี่ ตรวจสอบสายไฟ และขั้วแบตเตอรี่ว่ายังอยู่ในสภาพดี หรือมีปัญหาตรงไหนหรือไม่ รวมไปถึงระดับน้ำกลั่นด้วย และตรวจเช็กตาแมว (ที่ตรวจสอบระดับไฟแบตฯ) ว่าเป็นสีอะไร หากเป็นสีฟ้า-เขียว ก็แสดงว่ายังใช้ได้อยู่ แต่ถ้าเป็นสีแดง แสดงว่าแบตฯ ใกล้เสื่อม หรือหมดอายุการใช้งานแล้ว ให้เตรียมเปลี่ยนใหม่ได้เลย

   4. สายพานเครื่องยนต์ ทั้งสายพานหน้าเครื่อง และสายพานไทม์มิ่ง ตรวจดูว่ามีรอยแตก ลายงา เส้นด้ายหลุดลุ่ย หรือเปื้อนคราบน้ำมันหรือไม่ นอกจากนี้ให้ทดลองสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อฟังเสียงสายพาน ว่ามีเสียงผิดปกติ หรือเสียงแปลกๆ รึเปล่า และสุดท้าย ให้ใช้มือกดลงตรงกลางสายพาน หากมันหย่อนลงไปเกิน 10 มิลลิเมตร ก็เปลี่ยนสายพานใหม่ได้เลย

   5. ระบบเบรก ทดสอบระบบเบรกด้วยการสตาร์ทรถแล้วเข้าเกียร์เดินหน้า ปล่อยรถวิ่งไปสักพักแล้วเหยีบเบรก สังเกตดูว่าเบรกอยู่รึเปล่า หรือมีอาการไหลหรือไม่ ระยะแป้นเบรกอยู่ในระดับพอดี หรือมีระยะฟรีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากรู้สึกว่าระบบเบรกผิดปกติ รีบนำรถเข้าไปตรวจเช็กโดยด่วน

   6. ยางรถยนต์ ตรวจสอบให้หมดทั้งดอกยาง หน้ายาง เพื่อหารอยฉีกขาด ว่ามีเกิดขึ้นตรงไหนหรือไม่ นอกจากนี้แรงดันลมยางก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเติมให้อยู่ในระดับที่กำหนด ซึ่งสามารถหาดูได้จากคู่มือรถนั้นๆ หรือดูจากบริเวณขอบประตูฝั่งคนขับ ก็จะมีตัวเลขบอกแรงดันลมยางมาตรฐานระบุเอาไว้เช่นกัน

   7. ระบบไฟต่างๆ ทั้ง ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน ฯลฯ เพราะการเดินทางไกลจำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณระหว่างขับรถ โดยเฉพาะเวลากลางคืน เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากกว่าในเวลากลางวันนั่นเอง

   8. ที่ปัดน้ำฝน ไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเจอ หรือไม่เจอฝนก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะหากที่ปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ ขอบยางปัดเสียหาย เวลาใช้งานจริงๆ อาจทำให้ปัดคราบน้ำ หรือคราบสกปรกออกไม่หมด ซึ่งหากลองเทสแล้วเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ควรเปลี่ยนใบปัดใหม่ไปเลยดีกว่า

         สุดท้ายนี้ ไม่ว่ายังไงก็อย่าลืมสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ สติ เพราะหากคุณตรวจเช็กสภาพรถครบทุกข้อตามที่กล่าวมา แต่ขาดสติในการขับรถ มันก็อาจเกิดเรื่องสะดุดระหว่างทาง หรือร้ายแรงมากๆ ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิตได้นั่นเอง

 

 634303