4 เทคนิคเช็ค 'รถจมน้ำ' แบบง่ายที่สุด

4 เทคนิคเช็ค 'รถจมน้ำ' แบบง่ายที่สุด
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     น้ำท่วมถือเป็นปัญหาเรื้อรังของหลายพื้นที่ในบ้านเรา จึงไม่แปลกที่ตลาดรถยนต์มือสองจะมี 'รถจมน้ำ' หลุดมาให้เสี่ยงเล่นบ้าง แม้ว่ารถจะถูกปรับสภาพให้มีสภาพเหมือนปกติ แต่รถที่ผ่านการจมน้ำก็มีอุปกรณ์หลายอย่างที่เสื่อมสภาพมากกว่ารถปกติ หากเป็นไปได้ก็ควรเลี่ยงเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

     การเช็คสภาพรถมือสองว่าผ่านการจมน้ำมาหรือไม่นั้น สามารถทำได้เอง เพียงแค่ตรวจสอบ 4 ข้อเหล่านี้ ได้แก่

101

1.เช็คสนิมทั้งภายนอกและภายใน

     รถที่ผ่านการจมน้ำ หากมีสนิมเกิดขึ้นที่ตัวถัง ก็มักถูกนำไปขัดสีฉวีวรรณให้ดูเหมือนใหม่ แต่ช่างทำสีก็มักละเลยส่วนประกอบประเภทน็อตยึด, แหวนรอง ฯลฯ หากไม่ทำการเปลี่ยนชิ้นใหม่ ก็อาจมีคราบสนิมให้เป็นที่สังเกตได้ ให้ลองตรวจสอบบริเวณกันชนว่ามีน็อตยึดที่เป็นสนิมหรือไม่ รวมถึงเช็คคราบสนิมบริเวณฐานรองเบาะนั่งคู่หน้า และเช็คดูว่าเบาะสามารถเลื่อนได้นุ่มนวลเหมือนปกติหรือไม่

2.เช็คกลิ่นอับภายในรถ

     รถที่ผ่านการจมน้ำมักมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับภายในรถ เนื่องจากการแก้ปัญหากลิ่นอับจากการจมน้ำถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องมีการรื้อทำความสะอาดพรม, ผ้าบุหลังคา, ผ้าบุแผงประตู ฯลฯ รวมถึงยกเครื่องระบบแอร์ใหม่แทบทั้งหมด ดังนั้น หากช่างซ่อมมาไม่ดีจะส่งผลให้เกิดกลิ่นอับภายในรถได้ แต่อย่างไรก็ดี รถที่มีกลิ่นอับก็ไม่ได้แปลว่าผ่านการจมน้ำมาทุกคันนะครับ

102

3.เช็คเครื่องมือช่างประจำรถ

     เครื่องมือช่างที่เก็บไว้ท้ายรถ เช่น ประแจ, แม่แรง ฯลฯ หากมีการจมน้ำ อุปกรณ์เหล่านี้อาจเกิดสนิมหรือคราบน้ำที่ดูผิดปกติไป

4.เช็คระบบไฟ

     ควรเช็คระบบไฟทุกตำแหน่งภายในรถว่าสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังอยู่ภายในรถมักส่งผลต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง หากพบว่ามีอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่สมบูรณ์จำนวนหลายชิ้น ก็มีโอกาสได้รับความเสียหายจากการจมน้ำได้