อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว

อย่าทำแบบนี้!!! ถ้าไม่อยากให้รถพังเร็ว
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     รถยนต์ถือเป็นเพื่อนคู่ใจที่พาคุณไปสู่จุดหมายปลายทางได้ทุกที่ ดังนั้นคุณจึงควรดูแล และเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรถคู่ใจจะได้อยู่คู่กับคุณไปนานๆ แต่นอกจากการดูแลรักษาที่ดีแล้ว พฤติกรรมบางอย่างที่คุณเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ รถยนต์พัง หรือเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

     เพราะบางครั้งพฤติกรรมการขับขี่ที่คุณเคยชิน เช่น ความใจร้อน, ความไม่รู้ ฯลฯ มันอาจส่งผลเสียต่อรถยนต์ที่ใช้อยู่ และถึงแม้มันจะไม่ได้เห็นผลในทันทีทันใด แต่มันอาจสะสมจนเกิดปัญหาใหญ่ในภายหลังได้
เอาเป็นว่ามาดูวิธีการขับรถ หรือพฤติกรรมทำร้ายรถยนต์ ที่เป็นสาเหตุทำให้รถของคุณพังเร็วขึ้นกันดีกว่า

   1. ไม่ชะลอความเร็วขณะข้ามเนิน ลูกระนาด หรือหลุม หากขับมาแล้วเจอเจ้าพวกนี้ แล้วคุณไม่คิดจะแตะเบรก หรือชะลอรถเลย ช่วงล่างพังหมดแน่นอน ยิ่งถ้าเป็นรถโหลเตี้ยด้วยแล้ว เตรียมตัวลงมาเก็บสเกิร์ตกลับไปด้วย เพราะมันอาจหลุดเนื่องจากแรงกระแทกได้

   2. ออกตัวแรงขณะเครื่องเย็น การสตาร์ทรถไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ (โดยเฉพาะตอนเช้า) แล้วเร่งเครื่องออกตัวไปอย่างรวดเร็ว มันจะส่งผลทำให้เกิดความเสียหายที่เครื่องยนต์ เพราะระบบหล่อลื่นต่างๆ (น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ฯลฯ) ไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้ทัน ดังนั้นคุณจึงควรวอร์มเครื่องเล็กน้อย หรือค่อยๆ ออกตัวไปเรื่อยๆ จนระบบเข้าที่ จึงค่อยเหยียบเต็มที่ (ตามที่กฎหมายกำหนด) จะดีกว่า

   3. น้ำท่วมสูงแค่ไหนก็ลุยแหลก ช่วงหน้าฝนนี้ หลายพื้นที่จะเจอกับน้ำท่วมขังรอการระบาย ซึ่งบางคนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องขับผ่าน แต่บางคนก็เห็นเป็นเรื่องสนุกขำๆ ขับลุยแบบไม่สนใจอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณควรเลือกจุดที่น้ำท่วมขังน้อย หรือตื้นที่สุด เพราะหากน้ำท่วมสูงมากๆ มันอาจถูกดูดเข้าไปยังห้องเครื่อง แล้วไปสร้างความเสียหายจนทำให้ก้านสูบหัก และอาจลามไปยังห้องเกียร์ หรือส่วนอื่นๆ ได้อีกด้วย (ขับผ่านน้ำท่วมสูงควรปิดแอร์ เพราะน้ำอาจทำให้พัดลมแอร์เสียหาย)

   4. ไฟสัญญาณขึ้นเตือนที่หน้าปัดก็ไม่สนใจ หากไฟสัญญาณเตือนโชว์ขึ้นมาแล้วคุณไม่สนใจ ดันทุรังขับต่อไปเรื่อยๆ ก็เตรียมตัวงานเข้าได้เลย เพราะการที่สัญญาณเตือนขึ้นมานั่นหมายความว่า ระบบเครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัย ฯลฯ เกิดปัญหา ซึ่งบางอาการหากคุณมีความรู้ ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก แต่ถ้าไฟเตือนขึ้นเป็นรูปเครื่องยนต์ คุณควรรีบนำรถเข้าอู่ หรือเข้าศูนย์บริการทันที อย่าปล่อยไว้นาน เพราะมันมีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายมากทีเดียว

   5. เหยียบคันเร่งจนจม หรือคิกดาวน์บ่อยๆ บางครั้งการเหยียบคันเร่งแบบธรรมดา ไปเรื่อยๆ อาจไม่ทันใจ จึงทำให้หลายๆ คนมักจะเร่งความเร็วมากขึ้น ด้วยการกดครั้งเร่งลงไปแรงๆ หรือเหยียบจนมิด เพื่อเรียกรอบให้เกียร์ทำการเปลี่ยนอัตราทดไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่า เช่น จากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 2 ฯลฯ ซึ่งการทำแบบนี้ สามารถเรียกแรงบิดได้มาก จึงทำให้รถของคุณพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่การทำแบบนี้ก็ส่งผลเสียไม่ใช่น้อย เพราะชุดเฟืองในระบบเกียร์ต้องรับภาระจากแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้อายุการใช้งานของมันสั้นลง และพังไวกว่าเดิม

     จริงๆ แล้วยังมีพฤติกรรมอีกมากที่ไม่สมควรกระทำกับรถยนต์ของคุณ ถ้าไม่อยากให้มันพังเร็ว เพราะฉะนั้นคุณจึงควรขับรถให้เป็น อย่าสักแต่ว่าขับรถได้ นอกจากนี้ก็อย่าลืมเรื่องการดูแลบำรุงรักษา เมื่อถึงเวลาเช็กระยะหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ก็ควรทำตามคู่มืออย่างเคร่งครัด

 

banner