ฝนตกแล้วแอร์รถไม่เย็น ผิดปกติจริงไหม? เช็กก่อนว่ารถกำลังบอกอะไร

ฝนตกแล้วแอร์รถไม่เย็น ผิดปกติจริงไหม? เช็กก่อนว่ารถกำลังบอกอะไร

ฝนตกแล้วแอร์รถไม่เย็น ผิดปกติจริงไหม? เช็กก่อนว่ารถกำลังบอกอะไร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคยไหม? ก่อนฝนตกแอร์รถยังเย็นฉ่ำตามปกติ แต่พอฝนเริ่มตกหนัก ขับไปสักพักกลับรู้สึกว่า แอร์ไม่เย็นเหมือนเดิม มีแต่ลม หรือความเย็นมาๆ หายๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นเพราะอากาศข้างนอก หรือระบบแอร์กำลังจะเสียกันแน่

วันนี้ Sanook Auto จะมาคลายข้อสงสัยว่าจริงๆ แล้วแอร์รถไม่เย็นตอนฝนตกเกิดจากอะไร

แอร์ไม่เย็นตอนฝนตกเกิดจาก

เวลาฝนตก ความชื้นภายนอกจะสูงขึ้น ขณะที่คนภายในรถก็สร้างความชื้นจากลมหายใจ เสื้อผ้า หรือร่มที่เปียกน้ำ ระบบปรับอากาศจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่ลดอุณหภูมิ แต่ต้องช่วย ลดความชื้นภายในห้องโดยสาร ไปพร้อมกันด้วย

นอกจากนี้ อากาศภายนอกที่เย็นลงอาจทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติของรถบางรุ่นลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ลงตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ จึงอาจทำให้ผู้ขับรู้สึกว่าลมไม่ได้เย็นจัดเท่าตอนขับกลางแดด

แต่ถ้าจากเดิมที่เย็นปกติกลายเป็น ไม่มีความเย็นเลย แบบนี้ควรเริ่มหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม

ts1_6443_batch

1. ระบบ Auto A/C กำลังปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม

รถที่มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติจะใช้เซ็นเซอร์หลายจุดในการประเมินอุณหภูมิภายในและภายนอกรถ แล้วปรับทั้งความแรงพัดลมและการทำความเย็นให้เหมาะสม

เมื่อฝนตก อุณหภูมิภายนอกลดลง ระบบอาจมองว่าไม่จำเป็นต้องทำความเย็นหนักเท่าตอนอากาศร้อนจัด จึงทำให้ลมที่ออกจากช่องแอร์ไม่ได้เย็นจัดตลอดเวลา

กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าแอร์เสีย หากอุณหภูมิในห้องโดยสารยังรักษาได้ตามค่าที่ตั้งไว้ ถือเป็นลักษณะการทำงานของระบบอัตโนมัติได้

2. ความชื้นในรถสูง จนรู้สึกว่าแอร์ทำงานไม่เต็มที่

วันฝนตกมักมาพร้อมความชื้นสูง ยิ่งมีผู้โดยสารหลายคน หรือขึ้นรถพร้อมเสื้อผ้า รองเท้าและร่มที่เปียก ความชื้นภายในห้องโดยสารก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

จึงอาจรู้สึกอับหรือไม่สบายตัวแม้อุณหภูมิไม่ได้สูงมาก และมักเกิดอาการ กระจกเป็นฝ้า ตามมาได้

สิ่งที่ไม่ควรทำคือปิดระบบ A/C เพียงเพราะอากาศภายนอกเย็น เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์มีส่วนสำคัญในการลดความชื้นของอากาศ ซึ่งช่วยไล่ฝ้าบนกระจกได้เร็วขึ้น

3. คอยล์เย็นอาจเย็นจัดจนเกิดน้ำแข็งเกาะ

ถ้าอาการคือช่วงแรกแอร์เย็นดี แต่ขับไปสักพักแล้ว ลมออกจากช่องแอร์เบาลงเรื่อยๆ พร้อมกับความเย็นลดลง ต้องระวังอาการคอยล์เย็นจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ปัญหานี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายส่วน เช่น เซ็นเซอร์อุณหภูมิ ระบบควบคุมคอมเพรสเซอร์ ปริมาณสารทำความเย็น หรือการไหลเวียนอากาศผ่านคอยล์เย็น

ลักษณะที่น่าสังเกตคือเมื่อจอดรถหรือปิด A/C ทิ้งไว้ระยะหนึ่ง พอน้ำแข็งละลายแล้วเปิดใหม่ แอร์อาจกลับมาเย็นและลมแรงตามปกติ ก่อนจะเกิดอาการซ้ำอีกครั้ง หากเป็นแบบนี้ควรนำรถเข้าตรวจระบบแอร์

4. กรองแอร์สกปรก ยิ่งเจอความชื้นยิ่งรู้สึกอับ

ไส้กรองอากาศห้องโดยสารหรือกรองแอร์ เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะรถที่ใช้งานในเมือง เจอฝุ่นเยอะ หรือไม่ได้เปลี่ยนกรองแอร์เป็นเวลานาน

กรองที่อุดตันจะลดปริมาณอากาศที่ไหลผ่านระบบ ทำให้รู้สึกว่าลมแอร์เบาและห้องโดยสารเย็นช้าลง ขณะที่ความชื้นในช่วงฝนตกอาจทำให้รู้สึกอับชื้นหรือเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่ายขึ้น

ถ้าปรับพัดลมแรงแล้วแต่ลมออกจากช่องแอร์น้อยผิดปกติ การตรวจกรองแอร์จึงเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ทำได้ง่ายที่สุด

5. อาจไม่เกี่ยวกับฝน แต่ระบบแอร์มีปัญหาอยู่แล้ว

บางครั้งฝนเป็นเพียงจังหวะที่ทำให้เราสังเกตอาการได้ชัดขึ้น แต่ต้นเหตุจริงอาจมาจากระบบแอร์ เช่น

  • สารทำความเย็นมีปริมาณไม่เหมาะสมหรือมีการรั่ว
  • คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานผิดปกติ
  • เซ็นเซอร์อุณหภูมิมีปัญหา
  • พัดลมหรือระบบระบายความร้อนทำงานผิดปกติ
  • คอยล์เย็นหรือทางเดินอากาศสกปรก

หากแอร์ไม่เย็นทั้งตอนฝนตกและอากาศปกติ หรือเริ่มใช้เวลานานขึ้นกว่าห้องโดยสารจะเย็น ก็ควรตรวจระบบแอร์โดยตรง ไม่จำเป็นต้องรอให้อาการหนักจนไม่มีความเย็นเลย

ฝนตก กระจกเป็นฝ้า ควรตั้งแอร์อย่างไร?

อีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกันโดยตรงคือกระจกเป็นฝ้า หากฝ้าเกิดด้านในกระจก แสดงว่าความชื้นในห้องโดยสารสูง วิธีแก้ควรเปิด A/C เพื่อช่วยลดความชื้น พร้อมเลือกโหมดไล่ฝ้ากระจกหน้า (Defog/Defrost) ตามระบบของรถ รถที่มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เมื่อกดปุ่มไล่ฝ้า ระบบอาจเปิด A/C เพิ่มความแรงพัดลม และปรับทิศทางลมไปยังกระจกให้อัตโนมัติ จึงควรปล่อยให้ระบบทำงานแทนการปิดคอมเพรสเซอร์แอร์

แบบไหนถือว่าเริ่มผิดปกติ?

ถ้าฝนตกแล้วลมแอร์ไม่ได้เย็นจัดเหมือนเดิมเล็กน้อย แต่ห้องโดยสารยังรักษาอุณหภูมิได้ อาจยังไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ควรนำรถไปตรวจหากพบอาการเหล่านี้

  • มีแต่ลมออกมา แต่ไม่มีความเย็นเลย
  • แอร์เย็นสลับร้อนเป็นช่วงๆ อย่างผิดปกติ
  • ลมแอร์ค่อยๆ เบาลงหลังขับไปสักพัก
  • ปิดแอร์พักแล้วกลับมาเย็น ก่อนเกิดอาการซ้ำ
  • มีกลิ่นอับหรือกลิ่นผิดปกติจากช่องแอร์
  • แอร์ไม่เย็นแม้ฝนหยุดและอากาศกลับสู่ภาวะปกติ

สรุปแอร์ไม่เย็นตอนฝนตก ไม่ใช่ แอร์รถพัง

ฝนตกแล้วรู้สึกว่าแอร์เย็นน้อยลง ไม่ได้แปลว่าแอร์เสียเสมอไป เพราะอุณหภูมิและความชื้นที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการทำงานของระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สามารถทำให้ความรู้สึกของผู้โดยสารแตกต่างจากตอนอากาศร้อนได้

แต่ถ้าอาการคือแอร์จากที่เคยเย็นกลับไม่เย็นเลย ลมเบาลงเรื่อยๆ เย็นสลับร้อน หรือปิดพักแล้วกลับมาเย็นใหม่ อย่าโทษว่าเป็นเพราะฝนเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าระบบแอร์มีปัญหาและควรนำรถเข้าตรวจ

และที่สำคัญ ช่วงฝนตกไม่ควรปิด A/C เพื่อหวังประหยัดน้ำมันแล้วใช้แต่พัดลม เพราะนอกจากห้องโดยสารจะมีความชื้นสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้กระจกเกิดฝ้าได้ง่าย กระทบต่อทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับรถโดยตรง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล