เอาอีก! คาร์แคร์ชื่อดังขับรถลูกค้าชนเละ เจ้าของปัดรับผิดชอบ

เอาอีก! คาร์แคร์ชื่อดังขับรถลูกค้าชนเละ เจ้าของปัดรับผิดชอบ
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เป็นอุทาหรณ์อีกครั้งสำหรับผู้ที่ชอบใช้บริการคาร์แคร์ เนื่องจากระยะหลังๆมานี้ มักมีข่าวด้านลบของศูนย์คาร์แคร์อยู่บ่อยๆนะครับ

     โดยล่าสุดมีสมาชิกเว็บบอร์ดดังท่านนึง ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บบอร์ดพันทิป เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนำรถมาล้างกับคาร์แคร์แห่งหนึ่ง บริเวณซอยรามอินทรา14

     หลังจากฝากกุญแจไว้กับเด็กรับรถ จึงเดินเข้ามานั่งรอในห้องพักลูกค้า ภายหลังจากนั่งพักได้เพียง 5 นาที ก็มีเสียงดังเกิดขึ้นจากบริเวณร้าน แต่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะไม่คิดว่าเกี่ยวกับตน แต่ต่อมาราวครึ่งชั่วโมง มีพนักงานคนหนึ่งเรียกให้ไปดูรถ โดยเมื่อเห็นรถของตนก็แทบลมจับ เนื่องจากสภาพรถเป็นอย่างที่เห็น

     โดยรถยนต์ยี่ห้อ Mazda 2 สีเทาของตนนั้น พุ่งชนเข้ากับเสากลางร้าน สภาพด้านหน้ารถพังยับ กันชนยุบเข้าไปถึงบริเวณหม้อน้ำ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุการณ์อาจเกิดขึ้นมากว่าครึ่งชั่วโมง แต่กลับไม่มีใครแจ้งให้เจ้าของรถทราบแม้แต่น้อย

     เจ้าของรถจึงได้ถามหาผู้ขับรถของตน แต่กลับไม่มีผู้ใดออกมายอมรับ พนักงานร้านส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างด้าว บอกแต่เพียงว่า สาเหตุเป็นเพราะน้ำมันเบรครั่ว และ ผ้ายางปูรถขัดกับคันเร่ง! จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

     สิ่งที่น่าตกใจ มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาบอกว่าให้เรียกร้องกับเด็กเอง ไม่เกี่ยวกับทางร้าน เพราะร้านไม่ได้ทำประกันไว้ เป็นใครได้ยินแบบนี้ก็คงช็อคกับคำพูด เพราะแสดงถึงความไม่สนใจใยดีต่อเหตการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เจ้าของรถจึงเกิดความกังวลใจเป็นอย่างมาก

     ต่อมาจึงมีพนักงานยื่นโทรศัพท์ให้คุยกับเจ้าของร้าน โดยกล่าวว่าจะรับผิดชอบด้วยการซ่อมกับอู่ที่รู้จักกันให้ ให้ตนทิ้งรถไว้และขอร้องไม่ให้แจ้งความกับตำรวจ

     ยังดีที่เจ้าของรถเข้าไปแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากไม่มั่นใจในความรับผิดชอบของทางร้าน ว่าจะชดใช้ให้แค่ไหนอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเอาผิดและรับผิดชอบ

     ทีมงาน Sanook!Auto จึงขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่นำรถเข้ารับบริการคาร์แคร์อยู่บ่อยๆนะครับ เพราะเราไม่ทราบทักษะการขับขี่ของเด็กรับรถ หากเป็นไปได้หลังจากที่เรายื่นกุญแจให้ทางร้านแล้ว ร้านควรออกใบรับรถเพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน จากนั้นเราจึงควรยืนรอดูอีกสักนิด ว่ารถของเราถูกขับเข้าไปยังที่ล้างรถโดยปลอดภัยนะครับ


ที่มา Pantip.com จากผู้ใช้ Pow72000