รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

รีวิว Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรูเล็กเปี่ยมความสปอร์ต

     หลังจากที่ Mercedes-Benz CLA โฉมเฟซลิฟท์ใหม่ ถูกเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท เมอเซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ชักชวน Sanook! Auto เข้าร่วมทดสอบสปอร์ตซีดานหรูรุ่นนี้กันบนเส้นทาง กรุงเทพฯ-พัทยา ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กสุดในกลุ่ม 4 ประตู แต่ใส่ความสปอร์ตมาเต็มพิกัดอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

204

     Mercedes-Benz CLA เป็นรถที่เมอเซเดส-เบนซ์ระบุว่าเป็น คูเป้ 4 ประตู ซึ่งแน่นอนว่ามีทรวดทรงปราดเปรียวในแบบรถคูเป้ แต่ยังคงความสะดวกในการใช้งานในแบบรถซีดาน เหมาะสำหรับนักศึกษาหรือผู้บริหารวัยหนุ่มสาว ที่มองหารถคูเป้ 2 ประตูดีไซน์เฉียบๆ แต่ก็ยังไม่อยากเสียความเป็นซีดานไป เพราะอาจมีเพื่อนหรือญาติมิตรโดยสารไปด้วยเป็นบางครั้งบางคราว หรือประเภทที่มีสัมภาระเยอะ ต้องการความสะดวกในการขนย้ายมากหน่อย น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของรถรุ่นนี้

237CLA 250 Shooting Brake AMG Dynamic

     Mercedes-Benz CLA 2017 เวอร์ชั่นเฟซลิฟท์ทำตลาดด้วยกันทั้งหมด 2 ตัวถัง 3 รุ่นย่อย เริ่มจากตัวถังแบบคูเป้ 4 ประตู ได้แก่ CLA 200 Urban และ CLA 250 AMG Dynamic ขณะที่ตัวถังแบบ 5 ประตู จะมีให้เลือกเฉพาะรุ่น CLA 250 Shooting Brake AMG Dynamic เท่านั้น

207

     โดยคันที่เราได้รับทดสอบในครั้งนี้ เป็นรุ่น CLA 250 AMG Dynamic ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นสปอร์ตตามสไตล์ AMG ซึ่งหากไม่นับตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG CLA 45 4 MATIC แล้วล่ะก็ รถคันนี้ก็จะถือว่ารุ่นนี้เป็นตัวท็อปของรุ่นตัวถัง 4 ประตูนั่นเอง

     ขอยอมรับเลยว่าผู้เขียนยังไม่เคยทดลองขับ Mercedes-Benz CLA มาเลยก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ได้แต่เดาว่ารถคันนี้ก็คงจะมีฟีลลิ่งประมาณเดียวกับ C-Class ที่ถูกย่อส่วนลงมา เน้นจับกลุ่มคนที่อยากขับเบนซ์ในราคาไม่สูงนัก ช่วงล่างก็คงจะนิ่มนวลตามสไตล์เบนซ์ แต่พอได้มาขับจริงจึงรู้ว่าคิดผิดถนัด เพราะรถคันนี้เน้นจับกลุ่มคนรักความสปอร์ตอย่างจริงจัง จนมีดีกรีพอที่จะเรียกได้ว่านี่คือรถสปอร์ตแท้ๆเลยทีเดียว

208

     ดีไซน์ภายนอกของ CLA 250 AMG Dynamic โฉมเฟซลิฟท์ มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน AMG Bodystyling ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED High Performance พร้อมไฟ Daytime Running Light ที่เปลี่ยนเป็นแบบเส้นเรืองแสง จากเดิมที่เป็นแบบจุดๆ ออกแบบรับกับกระจังหน้าทรง Diamond Grille พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ ขณะที่กันชนหน้ามีการออกแบบใหม่ให้ดูโค้งมนมีมิติมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความดุดันด้วยการออกแบบให้มีลิ้นสปอยเลอร์ในตัว

206

     ตัวถังช่วงกลางไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เว้นแต่ล้ออัลลอยจาก AMG ลาย 5 ก้านคู่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Goodyear Eagle F1 ขนาด 225/40 R18 แบบรันแฟลตมาให้ หากเกิดเหตุยางรั่วยังสามารถขับต่อไปเพื่อหาร้านเปลี่ยนยางที่ใกล้ที่สุดได้ ดังนั้น รถคันนี้จึงไม่มียางอะไหล่มาให้

209

     ด้านท้ายมีการออกแบบไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่เลื่อนแถบไฟเลี้ยวและไฟถอยหลังสีขาวไปไว้ตรงกลาง พร้อมออกแบบลวดลายไฟหรี่และไฟเบรกใหม่ โดยชุดโคมมีการตกแต่งให้ดูมีสีแดงเข้มขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความดุดันด้วยกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ และปลายท่อไอเสียแบบคู่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ก็ทำให้ CLA โฉมเฟซลิฟท์ดูสดใหม่ขึ้นพอสมควร

212

     ไม่ว่าคุณจะเลือกตัวถังภายนอกของ CLA 250 AMG Dynamic เป็นสีใดก็ตาม ภายในห้องโดยสารจะยังคงถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำเหมือนกันหมด โดยเบาะนั่งถูกหุ้มด้วยหนัง Artico สลับกับ Dinamica Microfiber สีดำ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายหนังกลับที่คอยช่วยยึดรั้งร่างกายผู้โดยสารไม่ให้ขยับขณะเข้าโค้ง ขณะที่ตัวเบาะและส่วนอื่นๆของห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยด้ายสีแดงเพิ่มความสปอร์ตมากขึ้น ติดตั้งพวงมาลัยแบบ 3 ก้านท้ายตัด พร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นและปุ่มควบคุมเกียร์ ขณะที่ตัวเบาะนั่งยังคงใช้พนักพิงศีรษะแบบฟิกซ์ที่ไม่สามารถปรับระดับใดๆได้

     ปุ่มควบคุมเบาะนั่งแบบไฟฟ้าถูกติดตั้งไว้บริเวณแผงประตูตามฉบับของเบนซ์ มาพร้อมเมมโมรี่จำนวน 3 จุด ซึ่งทำงานคู่กับกระจกมองข้างแบบไฟฟ้า

     เงยหน้าขึ้นไปจะพบกับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ  (Electric Panoramic Sliding Glass Sunroof) สามารถเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมม่านกรองแสงสีดำมาให้ ซึ่งหลายคนกังวลว่าความร้อนจากแสงแดดจะผ่านทะลุเข้ามาในห้องโดยสารหรือไม่นั้น คงบอกได้เลยว่ามีบ้าง ให้ความรู้สึกร้อนกว่าหลังคาปกติอยู่นิดหน่อย แต่หากนำไปติดฟิล์มกรองแสงแล้วล่ะก็ ความร้อนที่ส่งผ่านลงมาก็จะไม่หนีกันเท่าไหร่เมื่อเทียบกับหลังคาปกติ

211

     เหนือคอนโซลด้านหน้าถูกติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาด 8 นิ้วความละเอียดสูง ซึ่งใช้เป็นจอหลักสำหรับระบบความบันเทิง รวมถึงแสดงข้อมูลการขับขี่และปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานของตัวรถ โดยมีปุ่มควบคุมแบบหมุนบริเวณใกล้กับที่วางแขนมาให้

     เครื่องเสียงที่ติดตั้งอยู่ใน CLA โฉมเฟซลิฟท์ทุกรุ่นจะเป็นแบบ MB Audio 20 รองรับแผ่นซีดีได้ มาพร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth สำหรับฟังเพลงและการสนทนาโทรศัพท์ รองรับการใช้งานระบบนำทางได้ (Pre-installation SD-Card Navigation) รองรับการใช้งานระบบ Apple CarPlay ได้ รวมถึงหน้าจอชุดนี้ยังใช้ร่วมกับกล้องแสดงภาพขณะถอยจอดด้วย

     ระบบปรับอากาศของทั้งรุ่น CLA 200 Urban และ CLA 250 AMG Dynamic เป็นแบบ Thermotronic สามารถปรับแยกอุณหภูมิได้ 2 โซน เลื่อนลงมาจากสวิตช์ควบคุมระบบแอร์ จะเป็นช่องเก็บของแบบมีฝาปิด ตามด้วยที่วางแก้วแบบ 2 ตำแหน่ง ขณะที่คันเกียร์แบบไฟฟ้าถูกติดตัวไว้บริเวณคอพวงมาลัยฝั่งขวาแทน ซึ่งใช้งานได้ง่าย สามารถสลับเกียร์เดินหน้า-ถอยหลังในกรณีถอยจอดได้อย่างสะดวก

210

     ระบบความปลอดภัยมีมาให้อย่างครบครันตามมาตรฐานรถยุโรปหรู ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยด้านหน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดทั้ง 5 ที่นั่ง ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR, ระบบเบรก ABS, ระบบไฟกระพริบฉุกเฉิน, ระบบเตือนความดันลมยาง, ระบบ Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่นจำกัดความเร็ว Speedtronic, ระบบเบรก Adaptive Brake พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist เป็นต้น

     นอกจากนั้น CLA โฉมเฟซลิฟท์ทุกรุ่นยังถูกติดตั้งระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยเตือนทั้งสัญญาณภาพและเสียงหากมีความเสี่ยงที่รถจะพุ่งชนคันหน้า และจะช่วยชะลอความเร็วลงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงจากการชนลงได้

214

     ขุมพลังใน CLA 250 AMG Dynamic เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200 – 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7G-DCT ซึ่งสเป็คระบุว่าสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. ถือว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับเครื่องยนต์เบนซินขนาดเพียง 2 ลิตรเช่นนี้

213

     เริ่มต้นเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารของ CLA 250 AMG Dynamic ใหม่ ด้วยความที่รถคันนี้เน้นความสปอร์ตเป็นหลัก จึงทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารค่อนข้างพอดีตัว ประกอบกับตัวปีกเบาะที่ให้ความโอบกระชับพอสมควร ผู้ที่นั่งรถคันใหญ่มาก่อนแล้วเปลี่ยนมานั่งรถคันนี้ อาจรู้สึกอึดอัดบ้าง แต่ใครที่ชอบความสปอร์ต เน้นขับมันส์ ห้องโดยสารของ CLA คันนี้ ถือว่าตอบสนองได้อย่างดีเลยทีเดียว

     สำหรับพื้นที่โดยสารด้านหน้านั้น ความกว้างขวางของห้องโดยสารถือว่าไม่เป็นปัญหาเท่าใดนัก แต่พนักพิงศีรษะก็ยังถือว่าดันศีรษะอยู่พอสมควร และไม่สามารถปรับได้ น่าจะต้องอาศัยความชินสักระยะเลยทีเดียว ขณะที่ตำแหน่งเบาะนั่งและสรีระท่าทางการนั่งถือว่าทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว

224

     ส่วนพื้นที่ภายในห้องโดยสารด้านหลังนั้น ด้วยความที่ตัวรถถูกออกแบบให้ลาดเทเป็นพิเศษ บวกกับต้องเจียดพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับชุดหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ จึงทำให้พื้นที่เหนือศีรษะค่อนข้างจำกัด ขณะที่พื้นที่วางขาก็มีอย่างจำกัดเช่นกัน ผู้โดยสารด้านหน้าที่อาจต้องขยับเบาะไปทางด้านหน้ามากกว่าปกติ หากมีผู้โดยสารรูปร่างสูงใหญ่นั่งอยู่เบาะหลัง

     โดยรวมแล้วพื้นที่ตอนหลังถือว่าใช้งานได้จริง แต่คงไม่สบายเทียบเท่ารุ่นใหญ่กว่าอย่าง C-Class ดังนั้น CLA จึงตอบสนองผู้ที่ใช้งาน 1-2 คนได้ดีกว่าครับ

216

     เราออกสตาร์ทจากโรงแรมเซนต์รีจิส บนถนนราชดำริ บนถนนที่เต็มไปด้วยการจราจรคับคั่งยามสาย ซึ่งฟีลลิ่งพวงมาลัยของ CLA ให้ความรู้สึกกระชับ น้ำหนักกำลังพอดี ทำให้เราสามารถมุดตัวไปตามการจราจรได้อย่างมั่นใจ

     เมื่อมาถึงช่วงทางด่วนบูรพาวิถี หลังจากที่พ้นตู้เก็บเงินด่านบางนาปุ๊ป สิ่งที่สัมผัสได้คืออัตราเร่งที่มีให้เรียกใช้อย่างเหลือเฟือ ทันทีที่เทอร์โบชาร์จเริ่มทำงาน แรงบิดกว่า 350 นิวตัน-เมตร ที่มีมาให้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 1,200 รอบ ลากยาวไปจนถึง 4,000 รอบต่อนาทีนั้น ส่งผลให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วทันใจ แม้ว่ารถทดสอบของเราจะมีผู้โดยสารถึง 3 คนด้วยกัน

217_1

     ซึ่งความประทับใจนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึง GLA 250 ที่เคยมีโอกาสสัมผัสเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเป็นรถรุ่นเล็กเหมือนกัน ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน แต่สามารถเกาะติดรถรุ่นใหญ่อย่าง GLE 500e หรือ GLC 250d ได้อย่างเหลือเชื่อ ถือว่าเป็นรถเล็กที่มีพลังรอให้เรียกใช้อย่างเหลือเฟือ

     ในด้านช่วงล่างนั้น การขับขี่ที่ความเร็วสูงถือว่าเซ็ทมากำลังดี ช่วงล่างให้ความหนึบหนับ เกาะถนน อาจมีอาการดิ้นๆให้เห็นบ้างเวลาที่เผลอเหยียบหลุมด้วยความเร็วสูง แต่ทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุมของผู้เขียนเป็นอย่างดี

220

     แต่ในช่วงความเร็วต่ำที่ต้องขับผ่านฝาท่อหรือคอสะพานนั้น ช่วงล่างกลับให้ความรู้สึกแข็งไปนิด มีเสียงตึงตังเข้ามาในตัวรถพอควรตามประสารถช่วงล่างแบบสปอร์ต ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ารถคันนี้ติดตั้งยางรันแฟลตที่มีแก้มยางแข็งกว่าปกติอยู่แล้ว ประกอบกับซีรี่ย์แก้มยางที่ค่อนข้างเตี้ย จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีอาการกระด้างให้เห็นบ้าง

     ดังนั้น หากใครกำลังมองหารถสำหรับใช้งานในครอบครัว เดินทางหลายคนอยู่บ่อยๆ คงต้องพิจารณาจุดนี้ด้วย แต่หากใช้ประจำเพียง 1 หรือ 2 คน ก็ถือว่าเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูในแบบที่มันควรจะเป็น

235

     ประสิทธิภาพการเบรกถือว่าทำได้ดีเช่นกัน ด้วยจานเบรกขนาดใหญ่ ช่วยให้ลดความเร็วลงได้อย่างรวดเร็วทันใจ ทำให้มันเป็นรถที่ขับสนุกและให้ความมั่นใจควบคู่กันไปเป็นอย่างดี

     รถคันนี้ยังมีระบบ Dynamic Select ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ตามความต้องการได้ แบ่งออกเป็น 4 โหมด ได้แก่ Eco, Comfort, Sport และ Individual ซึ่งจะปรับการทำงานของพวงมาลัย, การตอบสนองคันเร่ง, การเปลี่ยนเกียร์, ระบบปรับอากาศ ฯลฯ ให้สอดคล้องกับการขับขี่ในขณะนั้น ขณะที่ระบบ Dynamic Select ใน CLA 250 AMG Dynamic จะไม่สามารถปรับการทำงานของช่วงล่างได้เหมือนกับพวกตระกูล Mercedes-AMG หรือรถรุ่นใหญ่อื่นๆ

203

     สรุป Mercedes-Benz CLA 250 AMG Dynamic คันนี้ สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่ามันคือรถสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ที่เน้นความสะดวกสบายในการโดยสารมากกว่ารูปแบบ 2 ประตู เป็นรถที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แต่วันไหนอยากซิ่งขึ้นมา มันก็พร้อมที่จะตอบสนองได้อย่างเต็มที่ ด้วยพละกำลังที่มีให้อย่างเหลือเฟือ ประกอบกับช่วงล่างที่เซ็ทมาแบบสปอร์ต ช่วยให้ความมั่นใจที่ความเร็วสูง แต่ในเมืองอาจรู้สึกแข็งไปบ้าง

     หากเทียบกับราคาเริ่มที่ 2 ล้านต้น ไปจบที่ราว 2 ล้านกลางสำหรับรุ่น 4 ประตู ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริหารหนุ่มสาวไฟแรง หรือผู้ที่ชอบความสนุกสนานในการขับขี่ แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหรูหราและภาพลักษณ์ราคาแพงตามฉบับเมอเซเดส-เบนซ์ไว้อย่างครบถ้วน

     ราคาจำหน่าย Mercedes-Benz CLA 2017 ใหม่ มีดังนี้

  • CLA 200 Urban ราคา 2,140,000 บาท
  • CLA 250 AMG Dynamic ราคา 2,490,000 บาท
  • CLA 250 Shooting Brake AMG Dynamic ราคา 3,140,000 บาท

 

     ขอขอบคุณผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เมอเซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

 

ติดตามSanook! Auto