รีวิว Chery Q ขับจริง 1 วันเต็ม EV 5 แสนบาท ใช้ในเมืองดีไหม?

หลังจากเปิดตัวและได้สัมผัสตัวรถกันไปแล้ว คราวนี้ Sanook Auto ได้โอกาสนำ Chery Q รถไฟฟ้า City EV รุ่นใหม่มาลองใช้แบบเต็มๆ 1 วัน เพื่อดูว่าถ้าเอารถคันนี้ออกจากโชว์รูมมาเจอกับชีวิตจริง ทั้งรถติดในเมือง ทางด่วน การหาที่จอด และการเดินทางระยะใกล้ถึงกลาง จะเป็นอย่างไร
สำหรับใครที่กำเงินประมาณ 5 แสนบาทอยู่ และยังลังเลว่า Chery Q เป็นรถที่ควรเข้าไปลองขับหรือไม่ วันนี้เราจะไม่ได้พาคุณมาดูแค่สเปก แต่จะลองใช้รถในแบบที่เจ้าของรถจริงๆ ต้องเจอ ตั้งแต่พื้นที่เก็บของ การขับขี่ ระบบ ADAS ระบบช่วยจอด ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ ที่พบหลังอยู่กับรถหนึ่งวันเต็ม
ส่วนใครที่อยากดูรายละเอียดอุปกรณ์และข้อมูลตัวรถแบบเต็มๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความแนะนำ Chery Q ของ Sanook Auto
Chery Q คันที่เราทดลอง
รถที่เราได้ทดลองครั้งนี้เป็น Chery Q รุ่น Quint ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของไลน์อัป ได้อุปกรณ์ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว หน้าจอผู้ขับขี่ 8.88 นิ้ว กล้องมองภาพรอบคัน ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS
Chery Q เป็นรถไฟฟ้าแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ตัวรถมีความยาว 4,195 มม. กว้าง 1,811 มม. สูง 1,568 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. ถือว่าไม่ได้เล็กมากจนต้องเบียดกันนั่ง แต่ขนาดโดยรวมยังเหมาะกับการใช้งานในเมือง
ดีไซน์กับการใช้งานจริง น่ารัก แต่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา

หน้าตาของ Chery Q เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้รถคันนี้สะดุดตาตั้งแต่แรก ด้วยเส้นสายที่ผสมระหว่างความเหลี่ยมกับความโค้งมน ไฟหน้าและไฟท้าย LED มีลวดลายที่เชื่อมโยงกับตัว Q ขณะที่เสา C-Pillar ออกแบบให้ดูเหมือนลอยตัว ทำให้ภาพรวมดูเป็นรถที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน

แต่พอเอามาใช้จริง จุดที่ชอบมากกว่าหน้าตาคือ พื้นที่เก็บของ เพราะรถมีช่องให้ใส่ของค่อนข้างเยอะ เหมาะกับคนที่ชอบโยนของชิ้นเล็กชิ้นน้อยไว้ในรถ


ด้านหน้ามี Frunk หรือช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ได้ จุดที่น่าสนใจคือพื้นที่นี้รองรับน้ำหนักได้มาก และสามารถประยุกต์ใช้สำหรับใส่ของเปียกหรือน้ำแข็งได้ แต่ถ้าจะใส่น้ำแข็งจริงๆ อย่าลืมเปิดช่องระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำขังอยู่ด้านใน
ส่วนพื้นที่ท้ายรถ เมื่อพับเบาะแถวที่ 2 ลง สามารถเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,450 ลิตร จึงไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่การเป็นรถเล็กสำหรับขับไปทำงานอย่างเดียว
ดีไซน์ภายใน เรียบง่าย แต่ให้ของมาค่อนข้างเยอะ

เปิดประตูเข้ามา Chery Q เลือกออกแบบห้องโดยสารในสไตล์เรียบง่าย ลดจำนวนปุ่มกดลงและย้ายการควบคุมหลายอย่างเข้าไปอยู่ในหน้าจอกลาง ในรุ่น Quint ที่เราทดลองได้หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว จับคู่กับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ทำให้คนที่ใช้สมาร์ตโฟนอยู่แล้วแทบไม่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่มากนัก
การย้ายคันเกียร์ไปอยู่บริเวณคอพวงมาลัยช่วยให้พื้นที่คอนโซลกลางเปิดโล่งขึ้น มีช่องสำหรับวางและเก็บของหลายตำแหน่ง พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง และในรุ่นสูงสุด เบาะคนขับเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง

และที่เก็บของรถคันนี้เยอะมาก เอาเป็นว่าถูกใจสายเก็บอย่างมากและแต่ละจุดออกแบบให้เก็บของได้ดี น่าเสียดายที่ด้าน USB-A ด้านหลังมีแค่ ช่องเดียวเท่านั้น
ภาพรวมจึงเป็นห้องโดยสารที่เน้นพื้นที่และความสะดวกมากกว่าการตกแต่งหวือหวา และด้วยฐานล้อ 2,700 มม. พื้นที่ภายในก็ถือว่ากว้างกว่าที่รูปลักษณ์ภายนอกของรถทำให้เราคาดไว้

ขุมพลัง 122 แรงม้า ฟังดูธรรมดา แต่ขับในเมืองกำลังดี
Chery Q ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 115 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังล้อหลัง หรือ Rear-Wheel Drive
แบตเตอรี่เป็นแบบ LFP ความจุ 41.278 kWh เคลมระยะทางสูงสุด 400 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW และ DC สูงสุดประมาณ 85 kW
ถ้าดูตัวเลขอย่างเดียว 122 แรงม้าอาจไม่ได้ดูหวือหวาสำหรับรถ EV ยุคนี้ แต่เมื่อเอามาใช้ในเมืองจริงกลับรู้สึกว่าเพียงพอแล้ว เพราะรถตอบสนองทันทีตามสไตล์มอเตอร์ไฟฟ้า การออกตัวจากไฟแดงหรือเร่งแซงในความเร็วเมืองทำได้คล่องตัว
รถมีโหมดขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Comfort และ Sport ซึ่งสำหรับการใช้งานประจำวัน Comfort ก็เพียงพอ ส่วน Eco เหมาะกับการขับเน้นประหยัด และ Sport จะเพิ่มความกระฉับกระเฉงขึ้นอีกระดับ

ประหยัดพลังงานแค่ไหน
รอบนี้เราไม่ได้ขับวนระยะสั้นๆ แต่เริ่มเดินทางจาก เมืองทองธานี ไปยังบางปู โดยมีช่วงที่ต้องเข้าเมืองผ่านพระราม 4 ก่อนเดินทางไป-กลับ รวมระยะทางที่ปรากฏบนมาตรวัดทั้งหมด 99.9 กิโลเมตร
เส้นทางจึงมีทั้งสภาพการจราจรในเมือง การหยุดและออกตัว รวมถึงช่วงที่สามารถใช้ความเร็วต่อเนื่อง ซึ่งใกล้เคียงกับรูปแบบการใช้รถของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลในชีวิตจริง
หลังจบทริป ตัวรถแสดงแบตเตอรี่คงเหลือ 43% ซึ่งจากการใช้งานในวันนี้ถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ดี และถ้ามองในฐานะรถสำหรับเดินทางในเมือง ระยะทางต่อวันระดับ 50–100 กิโลเมตรก็ไม่ได้สร้างความกังวลเรื่องแบตเตอรี่มากนัก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นผลจากรถและเส้นทางที่เราทดลองในวันดังกล่าว ไม่ควรนำไปคำนวณเป็นระยะทางวิ่งจริงสูงสุดโดยตรง เพราะอัตราสิ้นเปลืองของ EV ยังเปลี่ยนแปลงตามความเร็ว การจราจร อุณหภูมิ การใช้เครื่องปรับอากาศ และพฤติกรรมการขับขี่'

ช่วงล่างและการขับขี่ เป็น City EV ที่ไม่ได้ขับแบบรถเล็กจ๋า
Chery Q ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังเป็น Multi-Link ซึ่งถือว่าน่าสนใจสำหรับรถในระดับราคานี้ จากการใช้งานจริง บุคลิกของรถเน้นความคล่องตัว การเลี้ยวและเปลี่ยนทิศทางทำได้ง่าย เหมาะกับสภาพถนนในเมือง ขณะที่ช่วงล่างไม่ได้ให้ความรู้สึกกระด้างจนเกินไปเมื่อเจอพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ
ตำแหน่งการนั่งและขนาดตัวรถยังช่วยให้กะระยะได้ง่าย แม้คนที่เปลี่ยนจากรถน้ำมันขนาดเล็กมาใช้ EV ก็ไม่น่าต้องใช้เวลาปรับตัวมากนัก
ADAS ให้มาเยอะ แต่ต้องทำความรู้จักกันก่อน

รุ่น Quint ให้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS มาค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง, ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา, ระบบเตือนเมื่อเปิดประตู, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน รวมถึง Adaptive Cruise Control และระบบช่วยขับขี่เมื่อการจราจรเคลื่อนตัวด้วยความเร็วต่ำ
จากการใช้งานจริง ระบบเหล่านี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้พอสมควร แต่มีบางจังหวะที่การทำงานหรือการแจ้งเตือนยังรู้สึกว่ามีจังหวะของตัวเอง และบางฟังก์ชันตอบสนองค่อนข้างไว
ดังนั้นคนที่เพิ่งรับรถใหม่อาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคย รวมถึงเข้าไปตั้งค่าระดับการแจ้งเตือนให้เหมาะกับสไตล์การขับของตัวเองก่อน เมื่อเข้าใจลักษณะการทำงานแล้วจะพบว่าระบบช่วยเราได้เยอะ โดยเฉพาะเวลาขับในเมืองที่มีรถรอบตัวตลอดเวลา
ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ สะดวก แต่ครั้งแรกอาจมีเหวอ



อีกหนึ่งลูกเล่นของรุ่น Quint คือ Automatic Parking Assist (APA) ซึ่งช่วยให้รถสามารถจัดการการจอดในพื้นที่ที่ระบบตรวจพบได้
จุดนี้เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่ไม่มั่นใจเวลาต้องเข้าช่องจอดแคบๆ เพราะรถช่วยจัดการพวงมาลัยและการเคลื่อนที่ให้
แต่จากที่ทดลอง การถอยและการควบคุมรถของระบบทำงานค่อนข้างเร็ว คนที่ลองใช้ครั้งแรกอาจมีอาการ “เหวอ” เล็กน้อย เพราะรถเคลื่อนตัวเร็วกว่าที่คาดเอาไว้
คำแนะนำคือ ครั้งแรกควรทดลองในพื้นที่โล่งและเรียนรู้พฤติกรรมของระบบก่อน แม้จะเป็นระบบช่วยจอด ผู้ขับก็ยังต้องเฝ้าระวังสิ่งกีดขวางและพร้อมควบคุมรถตลอดเวลา

ฟีเจอร์เล็กๆ ที่ทำให้ Chery Q มีคาแรกเตอร์
นอกจากอุปกรณ์พื้นฐาน Chery Q ยังมีลูกเล่นที่แตกต่างจากรถทั่วไป เช่น ระบบ Q Talk สำหรับสื่อสารออกไปภายนอกรถ สามารถใช้ข้อความเสียงสำเร็จรูป หรือพูดผ่านไมโครโฟนออกไปด้านนอกรถได้
ตัวรถยังรองรับ V2L กำลังสูงสุด 6.6 kW สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมกลางแจ้งได้ และยังมีแอป CarLinko สำหรับตรวจสอบสถานะและควบคุมฟังก์ชันบางอย่างของรถผ่านสมาร์ตโฟน
5 จุดที่ Chery Q ยังต้องปรับปรุง
หลังจากใช้งานมาก็มีพบข้อสังเกตออกมาดังนี้
1. เบาะหลังไม่มีที่วางแขนตรงกลาง ถ้านั่งโดยสารด้านหลังเป็นเวลานาน การไม่มีที่วางแขนตรงกลางทำให้ความสบายลดลง โดยเฉพาะการเดินทางไกล
2. ระบบช่วยจอดทำงานค่อนข้างเร็ว แม้ระบบ APA จะช่วยลดภาระในการจอด และความแม่นในการจอดทำได้ดี แต่การถอยและเคลื่อนรถบางจังหวะค่อนข้างเร็วสำหรับคนที่เพิ่งใช้งานครั้งแรก ต้องทำความคุ้นเคยกันก่อน
3. บางรุ่นไม่มีที่บังแดดพร้อมกระจก อุปกรณ์เล็กๆ แบบนี้อาจดูไม่สำคัญจนกว่าจะต้องใช้จริง โดยอุปกรณ์ของแต่ละรุ่นแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบรุ่นย่อยก่อนตัดสินใจ
4. ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้ายังใช้พื้นที่ได้ไม่สุด แม้รถจะมีช่องเก็บของเยอะ แต่พื้นที่บางตำแหน่งยังออกแบบเป็นชั้นเดียว หากแบ่งช่องหรือออกแบบให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้มากกว่านี้ จะช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ได้อีก
5. Wireless Charger วางโทรศัพท์แล้วเลื่อนได้ง่าย ระบบชาร์จไร้สายมีมาให้ในรุ่น Quint แต่พื้นผิวบริเวณวางโทรศัพท์ทำให้เครื่องสามารถเลื่อนออกจากตำแหน่งชาร์จได้เมื่อรถเคลื่อนที่ ส่งผลให้บางครั้งการชาร์จหยุดไป หากเพิ่มพื้นผิวกันลื่นจะใช้งานได้ดีกว่านี้
สเปก Chery Q แบบคร่าวๆ
| รูปแบบ | รถยนต์ไฟฟ้า 100% |
| ระบบขับเคลื่อน | ล้อหลัง (RWD) |
| มอเตอร์ | มอเตอร์เดี่ยว 90 kW |
| กำลังสูงสุด | 122 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 115 นิวตันเมตร |
| แบตเตอรี่ | LFP 41.278 kWh |
| ระยะทางสูงสุด | 400 กม. (NEDC) |
| ชาร์จ AC | สูงสุด 6.6 kW |
| ชาร์จ DC | สูงสุดประมาณ 85 kW |
| V2L | สูงสุด 6.6 kW |
| ความเร็วสูงสุด | ประมาณ 139 กม./ชม. |
| มิติตัวรถ | 4,195 x 1,811 x 1,568 มม. |
| ฐานล้อ | 2,700 มม. |
| พื้นที่สัมภาระสูงสุด | 1,450 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง |
| ช่วงล่างหน้า | MacPherson Strut |
| ช่วงล่างหลัง | Multi-Link |
ราคา Chery Q
Chery Q มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่
- Chery Q Qlick ราคา 469,900 บาท
- Chery Q Qool ราคา 499,900 บาท
- Chery Q Quint ราคา 539,900 บาท
ส่วนรถรุ่น Quint ที่เราทดลองครั้งนี้มีราคาพิเศษในช่วงโปรโมชั่นอยู่ที่ 519,900 บาท ทั้งนี้ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับ Chery อีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
สรุปหลังลอง Chery Q 1 วันเต็ม

หลังจากอยู่กับ Chery Q Quint เต็มหนึ่งวัน สิ่งที่รถคันนี้ทำได้ดีคือการเป็น EV ที่พยายามออกแบบมาเพื่อ “ใช้ชีวิต” มากกว่าขายตัวเลขแรงม้าเพียงอย่างเดียว
กำลัง 122 แรงม้าอาจไม่ได้หวือหวา แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง ตัวรถคล่อง พื้นที่โดยสารและช่องเก็บของเยอะ ช่วงล่างหลัง Multi-Link รวมถึงอุปกรณ์ในรุ่น Quint ที่ให้มาค่อนข้างครบ และจากทริป 99.9 กิโลเมตรที่เราทดลอง รถยังเหลือแบตเตอรี่ 49% ซึ่งถือว่าน่าพอใจสำหรับรูปแบบการเดินทางในวันนั้น
แน่นอนว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบ ระบบช่วยเหลือบางอย่างต้องใช้เวลาปรับตัว ระบบช่วยจอดทำงานเร็วจนคนใช้ครั้งแรกอาจตกใจ Wireless Charger ควรจับโทรศัพท์ให้อยู่กับที่ได้ดีกว่านี้ และรายละเอียดเล็กๆ ในห้องโดยสารบางอย่างยังสามารถปรับปรุงได้
แต่เมื่อมองกับระดับราคาประมาณ 5 แสนบาท โดยเฉพาะรุ่น Quint ที่เราได้ทดลอง Chery Q ถือเป็นรถที่ “ใช้ชีวิตง่าย” คันหนึ่ง มีทั้งพื้นที่ ฟีเจอร์ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ค่อนข้างครบ

ส่วนคนที่รู้สึกว่ารุ่น Quint เกินงบ รุ่น Qool และ Qlick ก็ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพียงแต่ต้องยอมแลกกับอุปกรณ์บางรายการที่ถูกตัดออกไป
ดังนั้น ถ้าคุณกำเงินประมาณ 5 แสนบาทและกำลังหา EV คันแรกสำหรับใช้ในเมือง Chery Q เป็นอีกคันที่ควรหาเวลาไปทดลองขับด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ เพราะจุดเด่นของมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขบนกระดาษเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รายละเอียดหลายอย่างเมื่อเอามาใช้จริงในแต่ละวัน
อัลบั้มภาพ 47 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี








