เปิดเคล็ดลับ จับ "รถหรู" ย้อมแมว

เปิดเคล็ดลับ จับ "รถหรู" ย้อมแมว
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

     ตอนนี้หนึ่งในคดีที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงกว้างต่อวงการรถยนต์หรูใน ประเทศ ไทยคงหนีไม่พ้นคดีไฟไหม้รถซุปเปอร์คาร์ 4 คัน จากทั้งหมด 6 คัน ที่กลางดง โคราช ในระหว่างการขนส่งจากกรุงเทพฯ คาดว่าจะนำไปจดทะเบียนที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเร็วๆ นี จนมีการขยายผลการสืบสวน ตรวจสอบ นำมาสู่ข้อมูลต่อมาว่ารถยนต์หรูทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุวันนั้นเป็นรถยนต์จดประกอบมีการนำเข้ามาแบบผิดกฎหมายทั้งสิ้นทำให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอและกรมศุลกากร ต้องเร่งรีบออกมาตรวจสอบการซื้อขายรถยนต์หรูเป็นการใหญ่ เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนรถเลี่ยงภาษีเข้ามาในประเทศ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่เป็นทอดๆไปยังผู้นำเข้าผู้ดัดแปลงผู้ครอบครอง หรือแม้แต่ผู้ซื้อตัวจริงอีกด้วย

     ล่าสุด ทางดีเอสไอได้เรียกผู้ครอบครองรถหรูให้นำรถเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องจำนวน 548 คัน ไม่ว่าเจ้าของจะเป็นใครจะต้องเข้ามาชี้แจง และยื่นเอกสารให้ตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ นอกจากนี้ในบางกรณีจะตรวจสอบรถว่าเป็นรถจดประกอบหรือไม่ แต่การตรวจสอบนั้นจำเป็นต้องใช้ความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับรถยนต์ในลักษณะซุปเปอร์คาร์ในเชิงลึก เพราะในแง่เทคนิครถยนต์แต่ละยี่ห้อมีจุดที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นรถจดประกอบไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะบางยี่ห้อถึงขนาดจุดบ่งชี้นั้นไม่เหมือนกันในแต่ละรุ่นด้วยซ้ำ ส่งผลให้ช่างซ่อมรถยนต์ทั่วไปไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่ารถยนต์หรูคันนี้นำเข้ามาทั้งคันหรือว่าเป็นรถยนต์จดประกอบกันแน่ เป็นเหตุผลดีเอสไอจึงขอความร่วมมือเรียกช่างเทคนิครถซุปเปอร์คาร์10 บริษัทอื่นๆ เข้าร่วมประชุมเป็นการด่วน!!!

     ทุกบริษัทต่างให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์หรูที่นำเข้าว่ามีจุดสังเกต หรือจุดที่สามารถบอกได้ว่าเป็นรถจดประกอบหรือนำเข้ามาทั้งคัน ว่าสามารถสังเกตหรือดูได้อย่างไร นายวรฐ ธรรมวิวัฒน์ ตัวแทนบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เฟอร์รารี เป็น 1 ใน 10 บริษัทที่ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ได้กล่าวถึงกระบวนการตรวจสอบรถเฟอร์รารีว่า ส่วนตัวและบริษัทคงไม่สามารถบอกได้ว่ารถยนต์คันใดถูกนำเข้ามาทั้งคันหรือว่าเป็นรถจดประกอบ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ทางบริษัทบอกได้เพียงว่า รถยนต์เฟอร์รารีคันที่ถูกตรวจสอบแต่ละคันนั้นมีเลขรหัสบนตัวถัง เครื่องยนต์ และเลขเกียร์ เป็นหมายเลขเดียวกันหรือไม่ หากทั้งสามส่วนนี้มีเลขรหัสเดียวกันแสดงว่าเป็นรถนำเข้ามาทั้งคัน ไม่ใช่การนำมาประกอบ

"โดยปกติแล้วตัวเลขบนถังรถยนต์จะอยู่ในตำแหน่งเดิมตลอด ยกเว้นเกียร์หรือเครื่องที่ตำแหน่งของตัวเลขสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากรถของลูกค้าเกิดอุบัติเหตุจนกระทบถึงตัวถังรถยนต์ ทางบริษัทจะส่งรถยนต์ไปที่ฮ่องกงทันที และนำรถคันนั้นเข้าซ่อมที่โรงงานที่มีมาตรฐานการซ่อม หลังจากซ่อมเสร็จก็จะทดสอบมาตรฐานของรถอีกครั้ง เนื่องจากรถประเภทนี้เป็นรถที่สมรรถนะสูง ดังนั้น ทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุม ที่สำคัญหากมีการเปลี่ยนส่วนใดส่วนหนึ่งออกจะต้องมีการแจ้งไปยังบริษัทแม่ที่อิตาลี ทุกอย่างจะมีการเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมดและสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้น ถ้าพบเบื้องต้นว่าตัวเลขทั้งสามส่วนตรงกันก็ไม่มีความจำเป็นต้องถอดชิ้นส่วนอื่นๆ ออกมาตรวจสอบเพิ่มเติมอีก ตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในแต่ละรุ่นจะมีเพียงเจ้าหน้าที่เทคนิคของบริษัทที่ผ่านการอบรมเท่านั้นถึงจะทราบว่าอยู่ตรงจุดไหนจึงเป็นการยากที่ผู้กระทำความผิดจะปลอมแปลงได้"นายวรฐกล่าว

     ด้านนายคมกริช นงค์สวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า รถจดประกอบที่เป็นรถพรีเมียมคาร์ หรือรถหรูนั้น สามารถดูได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการวางเส้น การใส่ไฟ การวางท่อ เพราะหากมีการถอดออกและนำกลับเข้ามาใส่ใหม่ ทำอย่างไรก็ไม่มีทางเหมือนเดิม เพราะความห่างของชิ้นงานแค่แตกต่างกันในหน่วยมิลลิเมตรก็ถือว่าไม่ได้ตามมาตรฐาน โดยเฉพาะรถเฟอร์รารี รถลัมโบร์กีนี ยากมากที่จะนำมาประกอบในไทย เพราะงานฝีมือไทยนั้นยังไม่ถึง รถจำพวกนี้จะประกอบด้วยมือล้วนๆ เป็นลักษณะงานฝีมือ

"รถจำพวกนี้จะประกอบด้วยมือล้วนๆ เป็นงานฝีมือ เจ้าของแบรนด์เมื่อเห็นแล้วสามารถดูออกได้โดยทันทีว่ามีการแยกชิ้นส่วนมาจดประกอบหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถดูได้จากพวกหัวนอตเพราะโดยมากเมื่อนำหัวนอตมาประกอบแล้วจะมีการทาสีเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นนอตประตู นอตฝากระโปรง หากมีการแก้ไขก็สามารถดูออกได้ ส่วนในกรณีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เองจะมีการมาร์กตามขอบประตู ตัวถังรถ แต่ละรุ่นจะมีการมาร์กที่ไม่เหมือนกัน หากมีการแยกส่วนจดประกอบก็สามารถดูออกได้" นายคมกริชกล่าวส่วนในกรณีที่มีข้อสงสัยว่ารถยนต์หรู เครื่องยนต์ระดับพรีเมียม มีการติดตั้งก๊าซได้ด้วยหรือไม่นั้น?

     นายคมกริชตอบข้อสงสัยนี้ว่า มองว่าไม่มีความเหมาะสม และเป็นไปได้ยาก เพราะรถพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้น้ำมัน และน้ำมันต้องเป็นระดับพรีเมียม ไม่ใช่น้ำมันทั่วไปก็สามารถเติมได้ หากเป็นในลักษณะไฮบริดนั้นยังพอมีให้เห็นเป็นบางยี่ห้อ แต่ตลอดการขับรถมา 20 ปี ยังไม่เคยเห็นรถซุปเปอร์คาร์ที่ติดตั้งก๊าซมาก่อน หากมีการนำรถซุปเปอร์คาร์มาดัดแปลงติดตั้งถังก๊าซนั้น ตนมองว่าจะทำให้รถไม่สามารถวิ่งได้เต็มกำลังและประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นรถซุปเปอร์คาร์

"ความเป็นไปได้ในกรณีนี้มีน้อยมากเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยดีกว่าคนซื้อรถราคากว่า10 ล้าน 40 ล้าน จะมาคิดประหยัดเงินในขณะขับขี่เพื่อที่จะมาติดตั้งก๊าซ คนที่กล้าจ่ายเงินมากถึงขนาดนี้มาคิดตระหนี่ในลักษณะนี้มันผิดหลักการมากเกินไป รถแบบนี้ไม่ใช่รถแท็กซี่ที่ติดตั้งก๊าซเพื่อนำมาใช้วิ่งบนท้องถนน ที่ยิ่งวิ่งเยอะก็ยิ่งลดต้นทุน การติดก๊าซจึงเป็นสิ่งที่ควรต้องทำ แต่ไม่ใช่กับรถซุปเปอร์คาร์อย่างแน่นอน" นายคมกริชกล่าวทิ้งท้าย คงต้องมาคอยดูกันว่า ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและความร่วมมืออย่างจริงจังจากภาคเอกชน คงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายได้เร็วขึ้น เป็นสิ่งที่น่าจับตามองและติดตามดูกันต่อไปว่า กรณีนี้จะเป็นการเอาจริงกับปัญหาการโกงภาษีของบรรดาผู้ที่นิยมชมชอบรถหรู แต่ไม่ชอบควักกระเป๋ามากได้อย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ใครคิดที่จะทำแบบนี้อีก หลังจากลักลอบทำกันมานานหรือไม่


ที่มา : นสพ.มติชน