รีวิว Suzuki Ciaz RS ใหม่ ดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสปอร์ต

รีวิว Suzuki Ciaz RS ใหม่ ดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสปอร์ต
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ก่อนหน้านี้เราเคยทำรีวิว Suzuki Ciaz ซึ่งเป็นอีโคคาร์สไตล์ซีดานกันไปแล้ว ซึ่งก็ได้รับคำชมเชยไปพอสมควร เพราะถือเป็นรถที่ครบเครื่อง ทั้งความสวยงาม ฟังก์ชั่นภายใน และราคาที่ใครก็คบหาได้


     คราวนี้ ซูซูกิก็ได้พาเรามาทดลองขับ เซียส อาร์เอส (Ciaz RS) ใหม่กันดูบ้าง ซึ่งสมรรถนะก็ไม่ต่างกัน แต่ก็ได้ภาพลักษณ์ความสปอร์ตที่เพิ่มขึ้นมา ฉีกจากเดิมที่ออกแนวหรูหรา ซึ่งน่าจะเหมาะกับใครที่กำลังอยากได้ชุดแต่งประกอบเนี๊ยบๆ จากโรงงาน ไม่ต้องไปแต่งเพิ่มเติม หรือเต็มที่ก็จับลงล้อแม็กใหม่สักชุด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

     รูปลักษณ์ภายนอกของ Ciaz RS ใหม่ มีสิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่นปกติก็คือชุดแต่งรอบคัน ประกอบไปด้วยสปอยเลอร์หน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์บนฝากระโปรงท้าย พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED รวมถึงแปะโลโก้ ‘RS’ สีน้ำเงินไว้ที่ฝากระโปรงหลัง

 

     ขณะที่อุปกรณ์ต่างๆยังคงเหมือนกับรุ่นปกติ ทั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์, ไฟตัดหมอกคู่หน้า, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว สามารถปรับ-พับได้ด้วยไฟฟ้า, ขอบกระจกประตูและมือเปิดประตูตกแต่งด้วยโครเมี่ยม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 195/55 R16

 

     แต่สำหรับห้องโดยสารภายใน ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจขึ้นกว่ารุ่นปกติ นั่นคือ การเปลี่ยนไปใช้เครื่องเสียงแบบสัมผัส ‘Suzuki Smart Connect’ หน้าจอขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth รวมถึงยังรองรับระบบ Apple CarPlay ที่กำลังจะกลายเป็นเทรนด์สำคัญของเครื่องเสียงรถยนต์ในอนาคตด้วย ขับกำลังเสียงผ่านลำโพงรอบคัน 4 ตัว และทวีตเตอร์อีก 2 ตัว

     ส่วนพอร์ต USB/AUX และช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลต์ จะถูกติดตั้งไว้บริเวณด้านล่างคอนโซลใต้ปุ่มควบคุมระบบแอร์ ซึ่งมีฝาปิดขนาดใหญ่ปิดเอาไว้อีกชั้น ซึ่งสามารถเก็บของกระจุกกระจิกได้ด้วย

 

     เครื่องเสียงระบบสัมผัสชุดนี้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานในรถ โดยหน้าจอหลักจะแบ่งโหมดการทำงานออกเป็น 4 โหมดด้วยกัน ได้แก่ ระบบความบันเทิง, โทรศัพท์, ระบบนำทาง และ Apple CarPlay ซึ่งแต่ละโหมดก็จะแบ่งสีต่างกันออกไปเพื่อความชัดเจน

     ขณะที่ปุ่มช็อตคัตจำนวน 3 ปุ่มบริเวณขวามือ ประกอบไปด้วย ปุ่มโฮม, ปุ่มสั่งงานด้วยเสียงสำหรับโทรศัพท์ และปุ่มตั้งค่า เพื่อเรียกใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นแถบปรับ Volume ที่ใช้วิธีลากนิ้วขึ้น-ลง เพื่อเพิ่ม-ลดเสียง

     ขยับลงมาเป็นแผงควบคุมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สามารถปรับอุณหภูมิขึ้น-ลงได้ทีละ 0.5 องศาเซลเซียส ใช้งานง่าย และดูเรียบหรูเกินราคา

 

     บริเวณฝั่งคนขับติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน ยกชุดมาจาก Ciaz รุ่นปกติ สามารถปรับสูง-ต่ำได้ มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์มาให้ มาตรวัดความเร็วใช้พื้นหลังสีดำ ล้อมกรอบด้วยสีเงิน ขนาดกำลังพอดี อ่านค่าได้ชัดเจน รวมถึงยังเป็นรถซิตี้คาร์ที่มีมาตรวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นมาให้ด้วย เพราะหลายๆค่ายเปลี่ยนไปใช้ไฟสัญลักษณ์อุณหภูมิร้อนจัด-เย็นจัดกันไปเสียหมดแล้ว

     ขณะที่กุญแจรีโมทแบบ Keyless Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทก็ยังคงมีให้เช่นเคย สามารถปลดล็อคประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องควักกุญแจออกจากกระเป๋า รวมถึงปุ่มสำหรับเปิดฝากระโปรงท้ายโดยเฉพาะ

 

     ห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยสีดำล้วน ตัดด้วยสีเงินปัดเงา เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ดูเรียบหรู ฝั่งคนขับสามารถปรับตัวเบาะสูง-ต่ำได้ ขณะที่พนักพิงศีรษะด้านหลังเป็นแบบตายตัว ไม่สามารถปรับได้ ซึ่งเมื่อผู้เขียนที่มีส่วนสูง 173 เซนติเมตร ลองนั่งโดยให้แผ่นหลังติดเบาะ ตัวพนักพิงก็จะอยู่ระดับเหนือท้ายทอยเล็กน้อย

     ฟองน้ำของเบาะทุกที่นั่งจะมีลักษณะนุ่ม ซึ่งจะช่วยลดการสั่นสะเทือนจากช่วงล่างลงไปได้อีกนิดหน่อย ตัวเบาะนั่งคู่หน้าค่อนข้างกว้าง อาจจะไม่โอบกระชับลำตัวเท่าไหร่นัก แต่ก็ให้ความผ่อนคลาย นั่งสบาย น่าจะถูกใจกลุ่มผู้ใหญ่หรือผู้โดยสารที่มีขนาดตัวใหญ่ เป็นต้น

 

     จุดเด่นของ Ciaz RS ก็ยังคงเหมือนกับ Ciaz รุ่นปกติ คือ ขนาดของห้องโดยสารที่กว้างมากเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน แถมยังจะใหญ่กว่ารถระดับ C-Segment บางรุ่นด้วยซ้ำ ผู้โดยสารตอนหลังสามารถนั่งไขว่ห้างได้อย่างสบายๆ (ขึ้นอยู่กับการปรับเบาะหน้าด้วยว่าเลื่อนอยู่ในระดับไหน แต่ก็ถือว่าใหญ่มากอยู่ดีเมื่อเทียบกับคู่แข่ง) ขณะที่เฮดรูม หรือพื้นที่เหนือศีรษะก็ถือว่าเหลือๆ สำหรับผู้เขียน

     แต่จุดที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง คือเบาะนั่งฝั่งผู้ขับที่สามารถปรับความสูงได้นั้น แม้ว่าจะปรับลงมาสุดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างสูงไปสักหน่อย อาจทำให้คนขับที่มีความสูงมากกว่าเฉลี่ยคนทั่วไปรู้สึกรำคาญสักเล็กน้อย

     ด้านระบบความปลอดภัยครบครัน ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 4 ที่นั่ง และแบบ 2 จุดอีก 1 ที่นั่ง, ระบบเบรก ABS/EBD พร้อมระบบ Brake Assist, พวงมาลัยแบบยุบตัวได้ ฯลฯ

 

     ขุมพลังของ Ciaz RS ถูกยกมาจาก Ciaz และ Swift อีกเช่นกัน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.25 ลิตร (1,242 ซีซี) ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับเชื้อเพลิงแบบ E20 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ระบบเบรกแบบหน้าดิสก์เบรก หลังดรัมเบรก

 

     เส้นทางทดสอบครั้งนี้เป็นเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ที่ใครหลายคนคุ้นเคยดี

     เริ่มต้นออกเดินทางจากสำนักงานใหญ่ของ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริเวณถนนอ่อนนุช มุ่งหน้าไปยังถนนมอเตอร์เวย์ชลบุรี ซึ่ง Ciaz RS ยังคงให้ฟีลลิ่งที่เหมือนกับ Ciaz ที่เราเคยทดสอบไปก่อนหน้าแทบทุกอย่าง

     อัตราเร่งของเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ที่ต้องแบกรับกับตัวถังขนาดใหญ่ ทำให้การไต่ความเร็วเป็นแบบเรื่อยๆ ไม่ถึงกับพุ่งปรู๊ดปร๊าด ซึ่งหากใช้งานในชีวิตประจำวันหรือในเมืองก็คงไม่เป็นปัญหา แต่หากรีบร้อนก็ต้องกดคันเร่งให้ลึกเสียหน่อย เพื่อช่วยเรียกแรงบิดให้มากขึ้น

 

     เมื่อเข้ามายังเส้นมอเตอร์เวย์ที่พอใช้ความเร็วได้นั้น เกียร์ CVT ก็ช่วยให้สามารถขับแบบ Cruise ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่แกว่งขึ้นลงอยู่ราวๆ 2 พันรอบเท่านั้น ซึ่งข้อดีก็คือเครื่องยนต์ไม่ส่งเสียงครวญครางให้รำคาญหูขณะเดินทางไกล รวมถึงยังช่วยถนอมเครื่องยนต์ไม่ให้ทำงานหนักเกินไป แม้ว่าจะเป็นอีโคคาร์ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่ก็ขับทางไกลได้สบาย

     ช่วงล่างถูกเซ็ทมาค่อนข้างนิ่ม เหมาะกับคนที่ชอบสไตล์การขับแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน นั่งสบาย ซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดี แต่หากขับเร็วเกินกว่า 120 กม./ชม. ก็จะปรากฎอาการย้วยให้เห็นบ้าง ซึ่งว่าไปจุดประสงค์ของรถอีโคคาร์ก็เพื่อเน้นความประหยัดอยู่แล้ว ดังนั้นหากขับขี่ด้วยย่านความเร็วตามกฎหมายกำหนด ก็ถือว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คุณก็จะได้ช่วงล่างที่นุ่มนวล นั่งสบาย ไว้ใช้งาน

     จุดเด่นที่สังเกตได้อีกประการหนึ่งคือความเงียบภายในห้องโดยสาร ที่เก็บเสียงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากเครื่องยนต์, พื้นถนน รวมถึงเสียงลมปะทะรอบคัน สามารถคุยสนทนากับคนในรถได้แบบไม่ต้องตะเบงเสียงแต่อย่างใด

 

     สรุป Suzuki Ciaz RS ยังคงไว้ซึ่งคุณงามความดีจากเซียสเวอร์ชั่นปกติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่ดูสวยงามลงตัว ความกว้างขวางของห้องโดยสาร สมรรถนะเครื่องยนต์แบบไม่รีบร้อน การเก็บเสียงภายในทำได้ดี รวมถึงยังเพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดแต่งรอบคัน ซึ่งก็ถือว่าหล่อครบ ไม่ต้องหาชุดแต่งมาลงให้วุ่นวายอีกต่อไป รวมถึงเครื่องเสียงแบบสัมผัสพร้อมระบบนำทาง และยังรองรับ Apple CarPlay

     ดังนั้น Suzuki Ciaz RS ดูจะเหมาะสำหรับผู้ที่อยากได้ความคุ้มค่า ใช้ทั้งครอบครัวก็ได้ ใช้ขับหล่อๆก็ดี แถมยังพ่วงอ็อพชั่นเท่ๆ มาให้แบบไม่ต้องไปติดตั้งเพิ่มเติม ถือว่าเป็นอีโคคาร์ซีดานที่ไม่ควรมองข้ามอีกหนึ่งคัน



     ราคาจำหน่าย Suzuki Ciaz RS CVT อยู่ที่ 675,000 บาท


     ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงานประชาสัมพันธ์ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ และคอยอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี