เทคนิคเช็ครถหลังเดินทางไกลง่ายๆ ก่อนขับไปทำงาน

เทคนิคเช็ครถหลังเดินทางไกลง่ายๆ ก่อนขับไปทำงาน
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ก่อนเดินทางไกลเราก็ต้องเช็คความพร้อมของรถกันไปแล้ว หลังเดินทางไกลก็จำเป็นต้องเช็คเช่นกัน เพราะการขับขี่เป็นระยะเวลานานๆ ก็อาจทำให้ชิ้นส่วนต่างๆสึกหรอเร็วกว่าปกติได้

     ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนขับรถไปทำงานในวันต่อไป Sanook! Auto มีวิธีเช็ครถง่ายๆมาฝากกัน จะได้ไม่ต้องเอารถไปรอคิวเช็คที่ศูนย์ฯให้เสียเงิน เสียเวลาโดยไม่จำเป็นด้วย

     1.ของเหลวในเครื่องยนต์ ประกอบด้วย:-

     น้ำมันเครื่อง - ควรเช็คน้ำมันเครื่องหลังจากดับเครื่องยนต์ไปแล้วประมาณ 1 นาที ดูระดับน้ำมันเครื่องว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ มีสีเข้มผิดปกติหรือกลิ่นผิดไปจากเดิมหรือเปล่า (โดยส่วนมากจะเป็นกลิ่นไหม้)

     หม้อน้ำและหม้อพักน้ำ - โดยปกติแล้วระดับน้ำในหม้อน้ำไม่ควรพร่องลงไปจากเดิมมากนัก แม้จะเดินทางไกลก็ตาม แต่หากพบว่าระดับน้ำในหม้อน้ำหรือหม้อพักน้ำลดลงไปต่ำกว่าปกติ ก็ควรเติมให้ได้ระดับทันที

     น้ำมันเบรก - การขับขี่ทางไกลมักใช้เบรกน้อยกว่าการขับขี่ในเมืองอยู่แล้ว แต่หากขับรถลงเขาเป็นระยะทางยาวๆ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้น้ำมันเบรกเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติเนื่องจากความร้อนเช่นกัน ดังนั้น ถ้าน้ำมันเบรกยังไม่พร่องลงไป ก็สามารถใช้งานตามปกติได้ แล้วจึงเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด

     น้ำมันเกียร์ - เกียร์เป็นระบบที่ถูกใช้งานอย่างหนักขณะเดินทางไกลไม่ต่างกับเครื่องยนต์ ดังนั้น จึงควรเช็คระดับน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หากพบว่าพร่องก็ควรรีบเติม หรือเปลี่ยนถ่ายทันที

     น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ (ถ้ามี) - ปกติแล้วถ้าไม่มีปัญหากับระบบแร็คพวงมาลัย จะไม่ค่อยพบอาการน้ำมันพาวเวอร์รั่วหรือพร่อง แต่ทางที่ดีก็ควรเช็คให้แน่ใจว่าปริมาณน้ำมันยังคงได้ระดับดี

 

     2.ระบบช่วงล่าง

     ครั้นจะให้คุณผู้อ่านนำรถไปขึ้นฮ้อยส์ไล่เช็คช่วงล่างทีละจุด ก็ดูจะแอดวานซ์เกินไปนิด งั้นเรามาลองตรวจสอบด้วยวิธีฟังเสียงง่ายๆดีกว่า หากกำลังขับเข้าซอยบ้าน ให้หรี่แอร์ ลดกระจกลงทั้งสองข้าง แล้วสังเกตเวลารถเคลื่อนผ่านลูกระนาดว่ามีเสียงกุกกักผิดปกติหรือไม่

     แต่หากเสียงที่ได้ยินเป็นเสียง 'ฟิ้ด' เบาๆจังหวะที่ล้อเหยียบลูกระนาดล่ะก็ สบายใจได้ว่าช็อคอัพยังคงสบายดีอยู่ หรือหากจอดรถแล้วก็ลองมุดดูก้านช็อคอัพทั้ง 4 ล้อว่าไม่มีน้ำมันรั่ว แค่นี้ก็สบายใจได้ระดับหนึ่งแล้วครับ

 

     3.ระบบไฟส่องสว่าง

     อันนี้ง่ายๆเลย แค่ลองเปิดไฟหน้า ไฟท้าย ไฟตัดหมอกทั้งหมด แล้วลงมาดูว่าทุกดวงยังคงทำงานดีหรือไม่ ส่วนไฟเบรกก็ลองสังเกตจากแสงที่สะท้อนจากผนังกำแพงก็ได้

 

     4.ระบบเบรก

     นอกเหนือจากน้ำมันเบรกที่แนะนำไปข้างต้นแล้ว ให้ลองฟังเสียงขณะเหยียบเบรกว่าดัง 'เอี๊ยด' หรือไม่ ถ้าเริ่มดังแสดงว่าผ้าเบรกใกล้หมดแล้ว หรืออีกกรณีหนึ่งอาจมีสาเหตุมาจากจานเบรกคด หรือไม่เรียบก็เป็นได้

     5.ยางรถยนต์

     แน่นอนครับว่าการขับขี่ทางไกลจะส่งผลให้ดอกยางหมดเร็วกว่าการขับขี่ในเมือง ดังนั้น จึงควรตรวจเช็คว่ายังมีดอกยางเหลือตั้งแต่ 3 มิลลิเมตรขึ้นไป แต่หากพบว่ายางมีแก้มปริ หรือรอยครูดลึกที่เกิดจากการเบียดอย่างรุนแรง แบบนี้ควรรีบเปลี่ยนทันทีเลยครับ

 

     6.ริ้วรอยรอบตัวถัง

     หากตัวถังรถมีรอยเฉี่ยวชน ก็อย่าลืมนำรถไปเคลมประกันด้วย จะได้ทำสีใหม่ให้สวยเหมือนเดิม (หรือใครกลัวเบี้ยฯปีหน้าจะขึ้นก็ว่ากันไปครับ)