ปิดฉาก Subaru Car Challenge 2015 เวียดนามสุดอึดคว้า Subaru XV ใหม่ ไทยพ่ายแต่ยังแกร่งปีหน้าสู้ต่อ

ปิดฉาก Subaru Car Challenge 2015 เวียดนามสุดอึดคว้า Subaru XV ใหม่ ไทยพ่ายแต่ยังแกร่งปีหน้าสู้ต่อ
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ปิดฉากลงแล้วสำหรับงาน Subaru Car Challenge 2015 หาคนอึดแตะรถชิง Subaru XV ที่ประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งแชมป์ปีนี้ตกเป็นของผู้เข้าแข่งขันชาวเวียดนาม ส่วนไทยก็ไม่ย่อท้อเตรียมฮึดลงสู้ต่อปีหน้า


     ผู้ชนะในปีนี้ตกเป็นของนาย Nguyen Phuoc Huynh จากประเทศเวียดนาม ซึ่งนับเป็นปีแรกที่ได้ผู้ชนะเลิศจากเขตภูมิภาค จากเดิมที่แชมป์ตกเป็นของชาวสิงคโปร์ตลอดระยะเวลากว่า 13 ปีที่ผ่านมา โดยหนุ่มเวียดนามทำเวลาไปได้กว่า 77 ชั่วโมง 58 นาที พร้อมรับรถยนต์ Subaru XV 1.6 I-S และบัตรน้ำมันมูลค่ากว่า 5,000 เหรียญสิงคโปร์ไปครอง

 

     การแข่งขัน MediaCorp Subaru Car Challenge 2015 เป็นการแข่งขันแตะรถ ชิงรถ ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 แล้ว โดยมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 400 คน แบ่งเป็นเจ้าบ้านสิงคโปร์จำนวน 320 คน และทีมภูมิภาค 9 ประเทศอีกจำนวน 80 คน ทั้งจากประเทศไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เวียดนาม, ฮ่องกง, จีน, ไต้หวัน และกัมพูชา

 

     การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 13.00น. ของวันที่ 31 ตุลาคม ขับเคี่ยวมาจนถึงชั่วโมงที่ 77 หลังจากเหลือผู้แข่งขันเพียง 3 คน จากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งถูกห้อมล้อมด้วยกรรมการและสายตาจากคนดูนับร้อยคอยให้กำลังใจ ก่อนที่ชาวสิงคโปร์จะถอดใจปล่อยมือออกจากรถ เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง เพราะแสดงให้เห็นว่าปีนี้จะกลายเป็นปีแรกที่ได้ผู้ชนะเลิศจากเขตภูมิภาค

 

     จากนั้นอีกไม่นาน เสียงฮือฮาก็ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง เมื่อกรรมการตัดสินให้ชาวมาเลเซียต้องออกจากการแข่งขัน เนื่องจากฝ่ามือหลุดออกจากฝากระโปรงอย่างน่าเสียดาย อันเป็นผลมาจากความเหนื่อยล้าและอดหลับอดนอนตลอดเวลาแข่งขันกว่า 3 วันเต็ม ทำให้ผู้ชนะตกเป็นของหนุ่มจากประเทศเวียดนามไปโดยทันที

 

     ส่วนไทยเราเองก็ไม่ใช่ย่อย เพราะผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายที่ฝ่าด่านอรหันต์แตะรถมาได้ถึงชั่วโมงที่ 59 คือ นายสากล ภูมิเลิศ วัย 40 ปี คว้าเงินรางวัลชนะเลิศระดับประเทศมูลค่า 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ไปครอง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าต้องทนกับอาการปวดข้อมือ รวมถึงยังต้องเรียกสติตัวเองอยู่ตลอด หลังจากอดหลับอดนอนมากว่า 2 คืนเต็ม

     แม้ว่าไทยเราอาจไปไม่ถึงฝั่งฝันในปีนี้ แต่ทุกคนมั่นใจว่าปีหน้าจะต้องทำได้อย่างแน่นอน