′นิสสัน ลีฟ′ รถไฟฟ้าไร้มลพิษ 100% ′โอกาส-ตัวเลือก′ที่คนไทยจะได้ใช้รถรักษ์สวล.

′นิสสัน ลีฟ′ รถไฟฟ้าไร้มลพิษ 100% ′โอกาส-ตัวเลือก′ที่คนไทยจะได้ใช้รถรักษ์สวล.
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

     ที่มา:มติชนรายวัน 8 สิงหาคม 2558 โดย นายพล


     ขณะที่กระแสเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรงแซงทางโค้งเทคโนโลยีด้านต่างๆ ใครคิดรถยนต์ปล่อยมลพิษได้น้อยที่สุด ประหยัดพลังงานมากที่สุด สมรรถนะเครื่องยนต์ดี ราคาต่ำสุด และที่สำคัญต้องใช้งานได้จริง ไม่ใช่ทำออกมาเพื่อโชว์นวัตกรรมเพียงอย่างเดียว คนนั้นย่อมจะประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย

     สำหรับในประเทศไทย ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และในอุตสาหกรรมรถยนต์ พูดกันมานานถึงความเป็นไปได้ในการผลิตและนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังไม่สำเร็จซะที

     สาเหตุเพราะปัญหาเรื่องไฟฟ้าที่จะใช้ชาร์จ ที่ทางฝ่ายพลังงานก็อ้างว่า การลงทุนไม่คุ้มค่าสำหรับติดตั้งสถานีชาร์จไฟ ขณะที่ค่ายรถยนต์ก็มองว่าถ้าไม่มีสถานีชาร์จไฟ ก็ไม่สามารถผลิตรถออกมาได้ กลายเป็นปัญหาไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน

     ล่าสุด ค่ายนิสสัน ผู้นำรถยนต์ไร้มลพิษของโลก โดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รุกคืบไปอีกขั้น ได้แสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยี ผลิตรถพลังงานไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ออกมาให้ชาวโลกได้ทราบว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และใช้งานได้จริง ได้รับความนิยมทั่วโลก

     ขณะนี้ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง พัฒนาสถานีชาร์จไฟเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต ได้มีการนำรถนิสสัน ลีฟ ออกไปใช้งานจริงในกิจการของการไฟฟ้านครหลวง

     การพัฒนา นิสสัน ลีฟ เป็นไปตามพันธกิจในการนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ อินโนเวชั่น แดท เอ็กไซต์ส (Innovation that Excites) ท่ามกลางความตื่นตัวของทั่วโลกในด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้นิสสัน ลีฟ ได้รับความสนใจและตอบรับอย่างดีจากคนรุ่นใหม่ และคนที่ตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมจากทั่วโลก

     นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบัน นิสสันได้จำหน่ายนิสสัน ลีฟ ไปทั่วโลกแล้วกว่า 182,000 คัน เรียกว่ากว่า 50% ของรถไฟฟ้าที่ใช้ทั่วโลกเป็นนิสสัน ลีฟ และล่าสุดเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปแล้วที่ญี่ปุ่นด้วย

 

     นายคะซุทากะ นัมบุ ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิสสันเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในด้านการผลิตรถพลังงานไฟฟ้า นับเป็นแบรนด์อันดับ 1 ทางนิสสันและทางเรโนลต์พัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน ทำให้นิสสันมีส่วนแบ่งการตลาดในรถพลังไฟฟ้า 50% และขายดีมากๆ ที่ประเทศนอร์เวย์ ประเทศที่ได้ชื่อว่ารักษาสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ของโลก

     สำหรับประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่างนิสสันกับการไฟฟ้านครหลวง ทางการไฟฟ้านครหลวงได้นำรถนิสสัน ลีฟ จำนวน 5 คัน ไปใช้งานจริง เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาสถานีชาร์จไฟ เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

     ล่าสุดได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมงาน "ไบค์ ฟอร์ มัม ปั่นเพื่อแม่" กิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และเตรียมจะเข้าร่วมโชว์ในงานอินดัสเตรียล แฟร์ ของการแสดงนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เร็วๆ นี้

     ความโดดเด่นของนิสสัน ลีฟ คือ รถปราศจากมลพิษ 100% ภายใต้แนวคิด นิสสัน ซีโร่ อีมิสชั่น (Nissan Zero Emission) ไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน ตอบโจทย์การเป็นยานยนต์ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนได้อย่างครบถ้วน มีหัวชาร์จทั้งไฟบ้านและควิก (Quick) ชาร์จ ใช้เวลาในการชาร์จเพียง 30 นาที ตำแหน่งที่ชาร์จอยู่ด้านหน้าของตัวรถ

 

     ชื่อรุ่นลีฟ (LEAF) ตรงกับคำในภาษาอังกฤษ ความหมายว่า กลีบ แตกใบอ่อน ใบไม้ หรือหน้าหนังสือ แต่จริงๆ ชื่อรุ่นรถนี้นิสสันระบุว่ามาจากตัวอักษรแรกของ 4 คำคือ ลีดดิ้ง (Leading), เอนไวรอนเมนทาลลี่ เฟรนด์ลี่ (Environmentally friendly), แอฟฟอร์ดเดเบิล (Affordable) และแฟมิลี่ คาร์ (Family car) อันหมายความถึงรถครอบครัวที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีราคาสัมผัสได้

     นิสสัน ลีฟ เริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2553 ณ โรงงานออปปามา ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่แรกของโลก เริ่มเผยโฉมเมื่อเดือนสิงหาคม 2009 เริ่มทำตลาดในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ช่วงปลายปี 2010 แล้วทยอยทำตลาดในอีกหลายประเทศ

     ลีฟเป็นรถขนาดกลางแบบ 5 ประตู แฮตช์แบ๊กท้ายตัด 5 ที่นั่ง ตัวถังกว้าง 1,770 มม. ยาว 4,445 มม. และสูง 1,550 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม. แปลกตาด้วยการไม่มีท่อไอเสียและมลพิษเป็นศูนย์ (Zero-Emission) ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส แบบซิงโครนัส (Synchronous) 109 แรงม้า แรงบิด 28.6 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 11.9 วินาที

     ความเร็วสูงสุดกว่า 140 กม./ชม. และทำระยะทางได้ประมาณ 160 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียม-ไอออน 24 กิโลวัตต์ 1 แพคมี 48 โมดูล แต่ละโมดูลมี 4 เซลล์ไฟฟ้า

     มีพอร์ตสำหรับชาร์จด้านหน้ารถ 2 แบบคือ ชาร์จช้า-พอร์ตมาตรฐาน SAE J1772 สำหรับไฟบ้าน 110-220 โวลต์ ชาร์จได้เต็ม อีกแบบชาร์จเร็ว-พอร์ตไฟฟ้าแรงดันสูง พอร์ตมาตรฐานของชาเดโม (CHAdeMO) ใช้ไฟจากตู้พิเศษ 480 โวลต์ แต่ชาร์จได้แค่ 80% ทั้ง 2 พอร์ตมีรูปแบบที่ต่างกัน

 

     ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เป็นผลการทดสอบของ EPA (Environmental Protection Agency) หรือสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา มีรายละเอียดดังนี้

     ทดสอบแบบ EPA LA4 ขับหลายรูปแบบ ความเร็วเฉลี่ย 32 กม./ชม. ความเร็วสูงสุดบางช่วง 91 กม./ชม. ได้ 160 กม. ความเร็วคงที่ทางเรียบ ความเร็วคงที่ 61 กม./ชม. ปิดแอร์ได้ 222 กม. แถบชานเมือง ความเร็วเฉลี่ย 39 กม./ชม. ปิดแอร์ได้ 168 กม. ความเร็วสูงบนทางโล่งยาว ความเร็วเฉลี่ย 89 กม./ชม. เปิดแอร์ได้ 113 กม. ข้ามเมืองและอากาศร้อนจัด 43 องศาเซลเซียส ความเร็วเฉลี่ย 79 กม./ชม. เปิดแอร์ได้ 109 กม. ในเมืองการจราจรติดขัด อากาศเย็นจัด ความเร็วเฉลี่ย 24 กม./ชม. เปิดฮีตเตอร์ได้ 100 กม.

     อยากกระซิบกันดังๆ ตรงนี้ว่า ต้องคอยจับตาดู ฃนิสสัน ลีฟ ตัวนี้ให้ดี เพราะทางนิสสันหมายมั่นปั้นมือไว้ว่า จะมีโอกาสเข้ามาทำตลาดเป็นตัวเลือกให้กับคนไทยได้มีโอกาสใช้รถยนต์รักษาสิ่งแวดล้อมตัวจริง เสียงจริง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าทางรัฐบาลไทยจะเปิดโอกาสให้คนไทยมีโอกาสเลือกได้แค่ไหนเท่านั้นเอง