เลาะอาณาจักรฮอนด้า สัมผัส "อาซิโม 10 รุ่น"

เลาะอาณาจักรฮอนด้า สัมผัส "อาซิโม 10 รุ่น"
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

     เป็นเวลากว่า 50 ปี ที่ฮอนด้าและผู้บริโภคชาวไทยต่างผูกพันกันมาตลอด และเพื่อตอบแทนการสนับสนุนที่มีมาอย่างยาวนาน เอ.พี.ฮอนด้าจึงพาลูกค้าผู้โชคดีจากกิจกรรม "ฉลองฮอนด้า 50 ปีในประเทศไทย" ที่ให้ลูกค้าฮอนด้าได้ส่งภาพและบรรยายความประทับใจที่มีต่อรถจักรยานยนต์ฮอนด้ากว่า 100 คน บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น ดินแดนต้นกำเนิดของฮอนด้าภายในเวลา 5 วัน 3 คืน


     ฮอนด้าพาชาวคณะผู้โชคดีที่ไปตะลุยญี่ปุ่นในหลากหลายแง่มุม ทั้งสูดอากาศสดชื่นอมกลิ่นไอฝนที่ Tokyo german village ล่องเรือชมความงามของเมืองโยโกฮามาและแม่น้ำสุมิดะ ช็อปปิ้งกันเต็มที่ สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่ของแดนอาทิตย์อุทัยที่วัดเก่าแก่ในคามาคุระ พักในเรียวกัง ที่พักสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ที่สำคัญ พาชิมอาหารขึ้นชื่อสารพัดที่อร่อยจนหลายคนต้องปลดขีดจำกัดตัวเอง กินต่อไปแม้อิ่มเพียงใดก็ตาม

     โดยไฮไลต์ของทริปนี้ก็คือ การเยี่ยมชมสนาม "ทวินริง โมเตกิ" สนามแข่งระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นรองจากสนามซูซูกะ สร้างมาตั้งแต่ปี 2540 ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาฮักโกะ ซึ่งได้รับการออกแบบตามหลักนิเวศวิทยา ทำให้พื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ของสนามสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน โดยสนามทวินริง โมเตกิ ใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยียนตรกรรมของฮอนด้า เป็นสนามทดสอบรถยนต์และสนามแข่งรถที่รองรับการแข่งระดับโลก เช่น โมโตจีพี

 

     "ทวินริง โมเตกิ" มีพื้นที่รวมกันกว่า 1,400 ไร่ ประกอบด้วย 2 สนาม โดยสนามใหญ่ลักษณะเป็นวงรีรูปไข่ ด้านนอกเป็นสนามประเภท over cross ใช้สำหรับการแข่งขันรถยนต์ประเภทอินดี้คาร์ มีความยาว 2.4 กม. ซึ่งหากเป็นรถที่ความเร็วมากกว่า 300 กม./ชม. จะใช้เวลา 25 วินาทีต่อรอบ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสนามด้านนอกไม่ได้เปิดใช้แล้ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในญี่ปุ่นเมื่อปี 2011

     ส่วนสนามด้านในเป็นสนามสำหรับ road cross แม้ดูด้วยสายตาแล้วจะเล็กกว่า แต่ความจริงแล้วมีความยาวมากกว่าสนามด้านนอก คือ 4.8 กม.

     เพราะมีลักษณะที่คดเคี้ยวมากกว่า โดยทั้ง 2 สนามมีความลาดชันระหว่างกันอยู่ที่ 3 เมตร และมีความยาวคู่ขนานกัน 6 เมตร โดยโค้งที่ใหญ่ที่สุดในสนามมีความกว้าง 200 เมตร และมีความคล้ายคลึงกันระหว่างสนามทวินริงกับสนามช้าง เซอร์กิตของบ้านเราก็คือ อัฒจันทร์ที่ออกแบบให้ผู้ชมสามารถเห็นการแข่งขันได้ทั้งหมดทุกโค้ง

     สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยนั้น ด้านนอกมีคอนโทรลทาวเวอร์ สำหรับมอนิเตอร์และควบคุมการแข่ง ส่วนสนามด้านในจะมีระบบสัญญาณไฟจราจรตลอดเส้นทางเพื่อคอยดูแลความปลอดภัย

     ในสนามและป้ายโฆษณาริมสนามแข่งยังไม่ใช่เพียงแค่ป้ายโฆษณาเฉย ๆ แต่ยังทำเป็นที่เก็บเสียงเพื่อช่วยรักษาสุขภาพหูของนักแข่ง นอกจากนี้ภายในสนามยังมีโรงแรมเพื่อรองรับนักแข่งโมโตจีพีและนักท่องเที่ยวทั่วไปด้วย

 

     นอกจากนี้ยังมีฮอนด้า คอลเล็กชั่น ฮอลล์ พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของฮอนด้านับตั้งแต่ยุคบุกเบิกมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีรถทุกรุ่นทุกชนิดของฮอนด้า ทั้งจักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถบรรทุก จนกระทั่งรถแข่ง และอีกไฮไลต์ที่ชาวฮอนด้าชื่นชอบกันมากก็คือ "อาซิโม" ที่มาโชว์ความสามารถทั้ง เดิน วิ่งเหยาะ กระโดด เตะบอล และภาษามือ

 

     สำหรับเจ้าอาซิโม (ASIMO) นั้น เป็น Humanoind ที่ไม่มีเพศ ย่อมาจาก Advanced Step innovation Ability แต่ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "มีขาเหมือนกัน" โดยมาจากคำพ้องเสียงคือ "อาชิ" ที่แปลว่าขา และ "โม" ที่แปลว่าเหมือนกัน เพราะเจ้าอาซิโมนี้มีการพัฒนามาแล้วกว่า 10 รุ่น ซึ่งรุ่นแรก ๆ ที่วางโชว์ในพิพิธภัณฑ์นั้นมีแต่ช่วงเอวลงมา ไม่มีหัว สูง 170 ซม. รูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกับพรีเดเตอร์ ดูห่างไกลจากความน่ารักพอสมควร

 

     แต่เมื่อพัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึง P series ก็มีความสามารถมากขึ้น และกลายมาเป็นหุ่นยนต์สีขาวตัวน้อย ความสูงประมาณ 130 ซม. ที่สามารถวิ่งได้ ล้มแล้วลุกเองได้ โดยปัจจุบันมีอาซิโมที่ให้สำหรับเช่าทั้งหมด 10 ตัว ราคาค่าเช่าก็เบาะ ๆ ปีละ 20 ล้านเยน หรือเช่าต่อวัน วันละ 2 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยก็ที่ 6 แสนบาทเท่านั้นเอง

     ถือเป็นประสบการณ์ที่ได้มาสัมผัสเส้นทางแห่งความฝันของฮอนด้าถึงถิ่น และยังช่วยสานต่อความผูกพันของฮอนด้าและลูกค้าชาวไทยให้ยังคงแน่นแฟ้นต่อไป