เปลี่ยนเลนไม่เปิดไฟเลี้ยว โดนปรับไหม? คนขับรถควรรู้

เปลี่ยนเลนไม่เปิดไฟเลี้ยว โดนปรับไหม? คนขับรถควรรู้

เปลี่ยนเลนไม่เปิดไฟเลี้ยว โดนปรับไหม? คนขับรถควรรู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หนึ่งในพฤติกรรมที่เจอบ่อยบนถนนคือ รถคันหน้าหรือรถเลนข้าง ๆ เปลี่ยนเลนแบบไม่เปิดไฟเลี้ยว ทำให้คันหลังต้องเบรกกะทันหัน หรือรถอีกเลนต้องหลบแบบไม่ทันตั้งตัว หลายคนอาจสงสัยว่า การไม่เปิดไฟเลี้ยวตอนเปลี่ยนเลนเป็นแค่มารยาทที่ควรทำ หรือจริง ๆ แล้วผิดกฎหมาย? 

Sanook Auto มีคำตอบให้คุณหายคาใจ

ไม่เปิดไฟเลี้ยวตอนเปลี่ยนเลน ผิดกฎหมายไหม?

ผิดกฎหมาย เพราะตามกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่ที่จะเปลี่ยนช่องทางเดินรถ ต้องให้สัญญาณก่อนเปลี่ยนเลน ไม่ว่าจะเป็นไฟเลี้ยว สัญญาณมือ หรือสัญญาณอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนเลน เลี้ยวรถ ลดความเร็ว จอด หรือหยุดรถ ต้องส่งสัญญาณให้รถคันอื่นรู้ล่วงหน้า การเปิดไฟเลี้ยวจึงไม่ใช่เรื่องทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แต่เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่ทุกคน

ไม่เปิดไฟเลี้ยว โดนปรับเท่าไหร่?

กรณีไม่ให้สัญญาณเมื่อจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ โดยปกติตามกฏหมายจะมีโทษปรับ ไม่เกิน 500 บาท แม้ค่าปรับอาจดูไม่สูงมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะบนถนนที่รถใช้ความเร็วสูง หรือช่วงที่การจราจรหนาแน่น

ควรเปิดไฟเลี้ยวก่อนเปลี่ยนเลนกี่เมตร?

ตามหลักกฎหมาย ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณก่อนเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร และต้องให้ผู้ขับขี่คันอื่นมองเห็นสัญญาณได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร

ดังนั้น ไม่ควรเปิดไฟเลี้ยวพร้อมกับหักพวงมาลัยทันที เพราะรถคันหลังแทบไม่มีเวลาเตรียมตัว การเปิดไฟเลี้ยวที่ถูกต้องควรเปิดก่อน ตรวจดูรถรอบข้าง แล้วค่อยเปลี่ยนเลนเมื่อปลอดภัย

เปิดไฟเลี้ยวแล้ว เปลี่ยนเลนได้ทันทีไหม?

ไม่ได้เสมอไป เพราะไฟเลี้ยวเป็นเพียงการแจ้งความตั้งใจ ไม่ใช่สิทธิ์ในการแทรกหรือเปลี่ยนเลนทันที ผู้ขับขี่ยังต้องดูจังหวะ ความเร็วรถคันหลัง ระยะห่าง และจุดอับสายตาก่อนเปลี่ยนเลนทุกครั้ง

หลายอุบัติเหตุเกิดจากความเข้าใจผิดว่า “เปิดไฟเลี้ยวแล้ว รถคันอื่นต้องหลบให้” ทั้งที่ความจริง ผู้ขับขี่ที่ต้องการเปลี่ยนเลนต้องแน่ใจก่อนว่าการเปลี่ยนเลนนั้นไม่กีดขวางหรือเป็นอันตรายต่อรถคันอื่น

วิธีเปลี่ยนเลนให้ปลอดภัย ควรทำอย่างไร?

  1. มองกระจกหลังและกระจกข้าง เพื่อดูรถที่อยู่ด้านหลังและเลนข้าง ๆ
  2. เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า อย่าเปิดพร้อมหักพวงมาลัย
  3. เช็กจุดอับสายตา โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์หรือรถที่อยู่เยื้องหลัง
  4. ประเมินความเร็วรถคันหลัง หากรถมาเร็วควรรอจังหวะใหม่
  5. เปลี่ยนเลนอย่างนุ่มนวล ไม่หักพวงมาลัยกะทันหัน
  6. ปิดไฟเลี้ยวหลังเปลี่ยนเลนเสร็จ เพื่อไม่ให้รถคันอื่นเข้าใจผิด

เปิดไฟเลี้ยวเร็วเกินไปก็ทำให้สับสนได้

แม้การเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ถ้าเปิดเร็วเกินไปหรือเปิดทิ้งไว้นานโดยยังไม่เปลี่ยนเลน ก็อาจทำให้รถคันอื่นสับสนได้เช่นกัน เช่น ไม่แน่ใจว่ารถคันนี้จะเปลี่ยนเลนตรงไหน หรือจะเลี้ยวเข้าซอยข้างหน้า

จังหวะที่เหมาะสมคือเปิดไฟเลี้ยวเมื่อเริ่มมีความตั้งใจจะเปลี่ยนเลนจริง ๆ และมีระยะให้รถคันอื่นรับรู้พอสมควร จากนั้นจึงเปลี่ยนเลนเมื่อปลอดภัย

ทำไมไฟเลี้ยวถึงสำคัญกว่าที่คิด?

ไฟเลี้ยวเป็นภาษาสากลบนถนนที่ช่วยบอกเจตนาของผู้ขับขี่ ถ้าไม่เปิดไฟเลี้ยว รถคันอื่นจะไม่รู้ว่าคุณกำลังจะทำอะไร และอาจตัดสินใจผิดพลาดได้ในเสี้ยววินาที

  • ช่วยให้รถคันหลังเตรียมชะลอความเร็ว
  • ช่วยลดโอกาสการปาดหน้าแบบกะทันหัน
  • ช่วยให้รถจักรยานยนต์หรือรถเลนข้าง ๆ ระวังตัว
  • ช่วยลดความเครียดและความหงุดหงิดบนถนน
  • ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนเลนไม่คาดคิด

สรุป ไม่เปิดไฟเลี้ยวตอนเปลี่ยนเลน ผิดไหม?

ผิดกฎหมาย และยังเสียมารยาทบนถนนด้วย เพราะการเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวทำให้ผู้ใช้ถนนคนอื่นคาดเดาไม่ได้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

หากจะเปลี่ยนเลน ควรเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 เมตร ตรวจดูรถรอบข้าง เช็กจุดอับสายตา และเปลี่ยนเลนเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยเท่านั้น จำง่าย ๆ คือ ไฟเลี้ยวไม่ได้เปิดเพื่อขอทางอย่างเดียว แต่เปิดเพื่อบอกให้ทุกคนบนถนนรู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล