กลิ่นปากเหม็นทำไงดี? วิธีรับมือปัญหากลิ่นปากอย่างได้ผล

กลิ่นปากเหม็นทำไงดี? วิธีรับมือปัญหากลิ่นปากอย่างได้ผล

กลิ่นปากเหม็นทำไงดี? วิธีรับมือปัญหากลิ่นปากอย่างได้ผล เกี่ยวกับ กลิ่นปาก

S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

ปัญหากลิ่นปาก เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ วันนี้เราจะพาไปดูกันค่ะว่าสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากเกิดจากอะไรได้บ้าง และควรรับมือป้องกันการเกิดกลิ่นปากอย่างไร

สาเหตุของกลิ่นปาก

ปัญหากลิ่นปาก เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น กลิ่นปากที่เกิดขึ้นตามแบบธรรมชาติ โดยเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียทำงานเพิ่มมากยิ่งขึ้นหลังจากร่างกายหลั่งน้ำลายลดน้อยลงในเวลาหิวหรือช่วงที่เรานอนหลับ นอกจากนี้ ยังมีปัญหากลิ่นปากที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยภายในช่องปาก เช่น เหงือกอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย จนทำให้เหงือกร่นและเกิดการอักเสบอยู่เป็นเวลานาน ทั้งยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการมีฟันผุจึงเป็นตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตามมา ไม่เพียงเท่านั้นกลิ่นปากยังเกิดจากความเครียดได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีกลิ่นปากอย่างรุนแรง ไม่ควรนิ่งนอนใจ รีบพบทันตแพทย์จะดีที่สุด

อาหารช่วยลดกลิ่นปาก

แครอท ผักสีส้มที่มีคุณสมบัติช่วยในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก ช่วยปรับสภาวะของการทำงานในระบบลำไส้ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ แครอทยังมีเส้นใยอาหารที่จะช่วยทำหน้าที่ในการกำจัดคราบอาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปากได้

ใบชา ในใบชาอุดมไปด้วยสารแทนนินที่มีคุณสมบัติช่วยในการต่อต้านเชื้อโรค โดยจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากได้อย่างดีทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร จึงนับว่าเป็นผลดีต่อผู้ที่มีปัญหากลิ่นปากง่าย อันเนื่องจากการทำงานที่ไม่เต็มที่ของระบบย่อยอาหารและกระเพาะอาหาร ตลอดจนลำไส้ ดังนั้น สาวๆ สามารถนำใบชามาเคี้ยวหรือชงดื่มเพื่อกำจัดกลิ่นปากก็ได้เช่นเดียวกัน

เลมอน เลมอนเป็นผลไม้ที่มีกรดซิตริกโดยจะทำหน้าที่ช่วยแยกย่อยของโปรตีนอันเป็นตัวต้นเหตุในการเกิดกลิ่นปาก และยังสามารถช่วยป้องกันการบูดเน่าหรือลดการสะสมของเศษอาหารภายในช่องปากได้อีกด้วย ในความเปรี้ยวของเลมอนยังกระตุ้นการหลั่งน้ำลายได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบการทำความสะอาดของร่างกายในแบบธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน

วิธีรับมือปัญหากลิ่นปาก

ปัญหากลิ่นปาก เราสามารถรับมือป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร ก็จะช่วยลดสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ได้อีกทางหนึ่ง

1.ควรกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ โดยกินตรงเวลา ไม่ควรกินแบบพร่ำเพรื่อวันละหลายๆ ครั้งบ่อยเกินไป

2.กินอาหารให้อิ่มเพียงแค่ 8 ส่วนของกระเพาะอาหาร เพราะการกินอาหารที่มากเกินไปอาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้า ทำงานไม่เต็มที่ ก่อให้เกิดท้องอืดหรือท้องเสียตามมาได้

3.หลังจาก 2 ทุ่มไปแล้ว ไม่ควรกินอาหารอย่างเด็ดขาด

4.ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนทุกครั้ง เพื่อกระตุ้นการเพิ่มของน้ำลายให้หลั่งออกมาอย่างเต็มที่

ปัญหากลิ่นปาก เราสามารถรับมือได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารใหม่ ก็จะช่วยลดการเกิดกลิ่นปากได้ รวมถึงการกินอาหารกำจัดกลิ่นปาก และหากพบว่ามีกลิ่นปากรุนแรงก็ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาปัญหาสุขภาพช่องปากบ้างจะดีที่สุด

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด