วางแผนการเงินเพื่อลูกน้อย
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/1/8728/moneybaby.jpgวางแผนการเงินเพื่อลูกน้อย

วางแผนการเงินเพื่อลูกน้อย

แชร์เรื่องนี้

ไม่แน่ใจว่าจะสงสารพ่อแม่หรือลูกน้อยดี หันไปทางไหนก็มีแต่ค่าใช้จ่าย


ไม่ว่าจะเป็นค่าเล่าเรียน (พิเศษ) ค่ารักษาพยาบาล ค่ากิจกรรมเสริม ค่าอุปกรณ์แพ็คเก็ตติดตัว คิดแล้วมีแต่เงินทั้งนั้นเลยที่ต้องใช้ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนตลอดเวลาจนตกสะเก็ดมาที่เมืองไทยบ่อยๆ เราจะรับประกันอนาคตของลูกได้ยังไงล่ะ? คำตอบนั้นง่ายมาก...เริ่มเก็บตั้งแต่วันนี้ แต่จะเก็บทั้งทีก็ต้องมีชั้นเชิง ถ้าปล่อยให้เงินนอนในตู้เซฟไปเรื่อยๆ เงินก็จะมีค่าลดลงด้วยภาวะเงินเฟ้อ ก็ถึงเวลาที่เราต้องหันไปหาธนาคารและ "ประกัน" อนาคตไว้ก่อน และนี่คือเคล็ดลับในการเลือกสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับคุณ

* เบี้ยประกันไม่แพง ถ้าเป็นในเรื่องของการศึกษาแล้วละก็ เริ่มต้นที่ทุนประกันขั้นต่ำ 100,000 บาท ซึ่งสามารถผ่อนจ่ายได้เรื่อยๆ จะเป็นงวดละ 3-6 เดือนหรือหนึ่งปีก็ว่ากันไป

* คุ้มค่าดูแลสุขภาพ สำหรับเด็กๆ แล้ว โรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งครอบครัวไหนที่มีลูกหลายคนเวลาที่คนหนึ่งป่วยอีกคนก็มักจะป่วยตาม ถ้ามีหลักประกันว่าค่ารักษาพยาบาลลูกจะได้รับการชดเชยในวงเงินตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป หรือตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ คุณพ่อคุณแม่คงหายใจสะดวกขึ้นเยอะ

* ผลตอบแทนคุ้ม ยกตัวอย่างประกันเพื่ออนาคตการศึกษาของธนาคารกสิกรไทย ถ้าเราส่งครบหมดเมื่ออายุ 22 แล้วจะได้รับผลตอบแทนรวมทั้งสิ้น 250 % ของทุนประกันทั้งหมด เรียกว่าพอจบปริญญาตรีก็ต่อปริญญาโทหรือเปิดกิจการเล็กๆ ได้เลยโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มสักบาท

* หักภาษีได้ ถึงบางคนจะแอบคิดในใจว่าแพง แต่การทำประกันชีวิตก็สามารถนำมาหักภาษีได้ และก็มีแต่จะเติบโตและออกดอกไปเรื่อยๆ ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การเลือกกรมธรรม์ใดๆ ก็ตามควรจะมีการหาข้อมูลเพิ่มเติมและสอบถามรายละเอียดในทั้งในเรื่องเบี้ย ประกันและความคุ้มครองให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจทำประกันค่ะ

อัลบั้มภาพ 1 ภาพ

อัลบั้มภาพ 1 ภาพ ของ วางแผนการเงินเพื่อลูกน้อย