แม่ท้องกับ 6 สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

แม่ท้องกับ 6 สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

แม่ท้องกับ 6 สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้หญิงเราเมื่อเข้าสู่ช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการปรับเปลี่ยนฮอร์โมนโดยอาจจะมีระดับสูง-ต่ำที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อปรับสภาวะสมดุลให้พร้อมกับการตั้งครรภ์นั่นเอง เรามาดูกันนะคะว่าการเปลี่ยนแปลงทั้ง 6 สัญญาณนั้นมีอะไรบ้าง

Mom1
แม่ท้องกับ 6 สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

1. ประจำเดือนขาด
ใครที่กังวลว่าอาจจะมีโอกาสเสี่ยงในการตั้งครรภ์หรือไม่ ให้สังเกตได้จากประจำเดือนขาดหรือมาล่าช้าตั้งแต่ 10 วันขึ้นไป แต่กรณีนี้ก็ไม่เสมอไปกับผู้หญิงทุกคน เนื่องจากผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยที่เพิ่งเริ่มมีประจำเดือนใหม่ๆ รวมถึงวัยหมดประจำเดือนก็อาจมีประจำเดือนมาคลาดเคลื่อน และผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรอยู่ในระหว่างให้นมลูก หากมีความเครียดมากๆ ก็ย่อมส่งผลให้ไข่ตกช้าและทำให้ประจำเดือนมาช้าเช่นกัน อีกกรณีหนึ่งก็คือผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดเป็นประจำซึ่งฮอร์โมนจากยาอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาช้าได้

2. อาการแพ้ท้อง
อาการแพ้ท้องหรือศัพท์ต่างประเทศเรียกกันว่า Morning Sickness โดยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ บางรายเป็นมากน้อยแตกต่างกันไปและอาจจะมีอาการหนักถึงขั้นดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้ อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตอนหลังตื่นนอนตอนเช้าใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ในคุณแม่บางท่านอาจจะมีอาการแพ้ในตอนบ่ายหรือตอนเย็นก็มี

Mom2
แม่ท้องกับ 6 สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

3. เกิดการเปลี่ยนแปลงของเต้านม
การเปลี่ยนแปลงนี้มักเกิดขึ้นกับคุณแม่ท้องแรกมากกว่าท้องหลัง โดยขนาดเต้านมจะใหญ่ขึ้น มีอาการรู้สึกเจ็บคัดตึง หัวนมมีสีคล้ำ ไวต่อการสัมผัส ลานหัวนมก็จะขยายแผ่กว้างออกไปพร้อมทั้งยังมีเส้นเลือดดำสีเขียวกระจายอยู่รอบๆ ให้เห็นชัดเจนขึ้นด้วย

4. สีของผิวหนังเข้มขึ้นและมีหน้าท้องลาย
อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในสตรีที่ทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ เพราะฮอร์โมนจะส่งผลให้สีผิวเข้มขึ้น แต่สำหรับผู้หญิงที่เข้าสู่ช่วงของการตั้งครรภ์มักจะมีอาการดังกล่าวอย่างชัดเจนเช่นกัน

Mom3
แม่ท้องกับ 6 สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

5. ร่างกายอ่อนเพลียอยากนอนตลอดเวลา
คุณแม่หลายท่านเมื่อตั้งครรภ์แล้วมักจะรู้สึกอ่อนเพลีย อยากนอนอยู่ตลอดเวลา เหน็ดเหนื่อยง่ายและหากได้นอนหลับพักแล้วก็จะดีขึ้นสบายตัวในเวลาต่อมา ทั้งนี้ก็เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีระดับที่สูงขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อภายในร่างกายเกิดการเผาผลาญอาหารเพื่อส่งไปยังทารกน้อย ร่างกายของคุณแม่จึงเกิดการสูญเสียพลังงานและทำให้อ่อนเพลียได้บ่อยครั้งนั่นเอง เพราะฉะนั้น จึงต้องหมั่นนอนพักผ่อนให้เพียงพอทั้งในเวลากลางคืนและงีบหลับพักในตอนบ่ายบ้าง

6. สีของเยื่อบุช่องคลอดมีการเปลี่ยนแปลง
เยื่อบุช่องคลอดจะมีสีที่คล้ำเข้มมากขึ้น อาจจะเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วงแดง แต่บางกรณีก็อาจเกิดขึ้นเนื่องจากมีอาการอักเสบของอวัยวะภายในช่องคลอดร่วมด้วย

นอกจากนี้ คุณแม่ที่ท้องโตมากยิ่งขึ้นจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ เพราะมดลูกเกิดการขยายกดทับกระเพาะปัสสาวะ ก่อนเข้านอนประมาณ 3 ชั่วโมง คุณแม่จึงไม่ควรดื่มน้ำเยอะอาจจะแค่จิบๆ ให้พอหายกระหายเป็นพอ เพื่อป้องกันการลุกมาปัสสาวะตอนกลางคืนจนรบกวนเวลาหลับนอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล