เมื่อลูกน้อยเข้าสู่เดือนที่ 6


เดือนที่ 6
ลักษณะลูกน้อย
คุณแม่อาจพบว่านมแม่ที่เคยพอกลับน้อยลง ก็ให้นมผสมได้เด็กที่กินนมแม่มาตลอดอาจไม่ยอมดูดนมจากขวด ลองใส่ถ้วยให้ดื่ม กะปริมาณจากอัตราเพิ่มของน้ำหนักลูก 6 เดือน น้ำหนักจะเพิ่มเฉลั่ยวันละ ประมาณ 15 กรัม ถ้าใน 10 วัน น้ำหนักเพิ่มเพียง 120-130 กรัม ลองเพิ่มนมวัวให้อีกวันละ 2 ขวด ควรให้หลังอาหารเสริม ถ้าไม่ยอมกินนมวัวลองให้นมถั่วเหลืองและเพิ่มปริมาณอาหารเสริมให้เร็วขึ้น เพื่อให้อาหารพอเพียงกับความต้องการของร่างกาย
เด็กคนไหนที่เคยอาเจียนหลังดื่มนม มาถึงเดือนนี้อาการดังกล่าวจะหายไปแล้วค่ะ
ถึงเวลาเริ่มอาหารเสริม
ควรเริ่มให้เมื่อลูกทำท่าอยากกิน เช่น ยื่นมือมาคว้าช้อน ขยับปาก จุ๊บจั๊บ ถ้าลูกยังไม่พร้อมถึงจะป้อนให้ก็มักใช้ลิ้นดุนออก ไม่ควรเพิ่มปริมาณอาหารเสริมเร็วเกินไป ถ้าใน 10 วันน้ำหนักเพิ่ม 300 กรัมขึ้นไป แสดงว่ากินอาหารมากเกินไปและไม่ควรฝืนบังคับให้ลูกกินอาหารที่ไม่ชอบ เหตุที่ต้องให้อาหารเสริม คือ นมแม่มีธาตเหล็กน้อยลง วิธีป้องกันโรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธุาตเหล็ก คือ ให้อาหารเสริม โดยเริ่มจากข้าวบดละเอียดหรือข้าวตุ๋น (จนเหมือนโจ๊ก) เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน แล้วเปลี่ยนเป็นข้าวต้มธรรมดา เมื่ออายุ 7-8 เดือน และเป็นข้าวสวยเหมือนผู้ใหญ่ เมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ
หลักสำคัญในการให้อาหารเสริม
• ให้อาหารที่ลูกชอบโดยไม่บังคับ อายุ 6 เดือน ควรให้วันละ 1 มื้อ ยกเว้นถ้ากินนมแม่ไม่พอและไม่ยอมกินนมวัว
• ให้ก่อนมื้อนมไม่จำเป็นต้องให้ตอนเช้าเสมอไป เช่นเริ่มจากมื้อ 10.00 น. เพราะถ้าเกิดท้องเสียเพราะอาหารไม่สะอาดพอ จะได้พาไปหาหมอได้สะดวกมากกว่าตอนมื้อเย็น
• เริ่มจาก 1-2 ช้อนชา ถ้าไม่ชอบไข่ต้ม ลองผสมทำน้ำแกงจืดเป็นไข่ตุ๋น
• เมื่อกินข้าวกับไข่ได้เก่ง เริ่มให้ผักบด เริ่มจากฝักทองบด มันบด แครอทบด
• ยึดความสะดวก คือ ไม่ทำอาหารเด็กอ่อนให้เป็นพิเศษ แต่เลือกจากอาหารที่ทำให้ผู้ใหญ่ แบ่งให้ลูกกินเป็นวันๆ
• ถ้าได้นมแม่ไม่พอและไม่ยอมกินนมวัว แล้วน้ำหนักเพิ่มต่ำกว่าวันละ 10 กรัม ควรเลือกอาหารที่มีแคลอรี่สูง เช่น ไข่แดง ตับบด เนื้อบด ปลา ไก่ เนื้อ ฯลฯ
• อาหารของผู้ใหญ่ที่ลูกวัยนี้กินได้ คือ อาหารไข่ทั้งหลาย แกงจืดและซุปต่างๆ เต้าหู้ ปลา เนื้อ หมู ไก่บด ผักต้ม
อาการที่อาจเกิดขึ้น
• ท้องเสีย
ลูกอาจถ่ายของเหลวเพราะติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสได้ หรือได้รับอาหารไม่สะอาดพอ เมื่อลูกท้องเสียก็จะถ่ายเหลว มีไข้ อารมณ์ไม่ดี ไม่ยอม กินนม อาเจียน ฯลฯ ถ้าท้องเสียเพราะอาหารไม่สะอาดพอควรทำให้สะอาด หรือถ้าลูกยังไม่เคยได้รับอาหารนั้นมาก่อนเมื่อกินแล้วท้องเสียก็ให้หยุดอาหารนั้น แล้วค่อยให้ลูกใหม่โดยลดปริมาณอาหารลงเหลือครึ่งหนึ่งถ้าใกล้บ้านมีท้องร่วงระบาดต้องระวังต้องระวังความสะอาดเมื่อชงนมถ้าตัวลูกร้อน 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ควรพาไปหาหมอ
• ไอบ่อย
เมื่ออาการเปลี่ยนลูกอาจมีอาการไอ ถ้าไปตอนหัวค่ำ อาจอาเจียนด้วยถ้าวัดอุณหภูมิแล้วไม่มีไข้ ลุกไม่ร้อง ยังร่าเริง กินนมดี น่าจะไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง เวลาที่ลูกไอควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำในช่วงที่มีอากาศเย็น เพราะจะทำให้มีเสมหะมากขึ้น ควรอาบน้ำตอนสายๆตอนบ่าย พาลูกออกตากอากาศนอกบ้านบ้างเพื่อให้ผิวหนังแข็งแรง โดยไม่สวมเสื้อผ้าหนาๆ
• ร้องกวนกลางคืน
มีไม่น้อยที่คืนหนึ่งลูกตื่นอย่างน้อย 2-3 ครั้ง มีน้อยคนที่ร้องกวนเพราะหิวซึ่งควรเพิ่มปริมาณนมก่อนนอนให้มากขึ้น หรือเพิ่มมื้อดึกให้อีก 1 มื้อ บางคนถ้าตอนกลางวันไม่ได้ออกกำลังกาย หรือแบ่งเวลานอนกลางวันไม่ดี ตกกลางคืนจะร้องกวน คุณแม่ควรลดเวลาทำงานอย่างอื่นลดลง แล้วหันมาเล่นกับลูกให้มากตอนกลางวัน และพยายามไม่ให้นอนตอนหลัง 6 โมงเย็นลุกจะนอนตอนกลางคืนได้ดี โดยช่วงนี้ต้องพาลูกเล่นให้มากๆ และพาออกไปเดินเล่นนอกบ้าน เป็นต้น
• เป็นฝีที่หัว
เด็กที่ผิวหนังอักเสบ เมื่อเกาจนเป็นแผลและเชื้อโรคเข้าจะกลายเป็นฝี บางคนอาจเป็นทั้งหัว ซึ่งมักจะมีไข้ร่วมด้วย จะเจ็บเวลาที่ถูกฝีและตื่นร้องกวน ดังนั้นป้องกันไว้ก่อน โดยตัดเล็บให้สั้นเสมอ เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปู้ที่รองนอนทุกวัน และควรรีบรักษาให้หายเร็วๆ เมื่อหายแล้วอาจมีก้อนแข็งที่ต่อมน้ำเหลืองตรงท้ายทอย ถ้ากด แล้วไม่เจ็บก็ปล่อยได้ ซึ่งจะค่อยยุบหายไปเอง
พัฒนาการของหนู
• ร่างกาย
o พลิกคว่ำได้คล่อง เริ่มจะคืบไปข้างหน้า หรือข้างหลังได้บ้าง
o นั่งทรงตัวได้ดีขึ้น นานขึ้น แต่ยังต้องมีอะไรพยุงหลังไว้บ้างเพราะหน้าอาจจะคะมำได้ง่ายๆ
o สามารถือขวดนมได้อีก จับของเล่น และเปลี่ยนของจากมือข้างหนึ่งมาอีกข้างหนึ่งได้ง่ายๆ
o ส่งเสียงได้หลายระดับเสียง เริ่มออกเสียงที่มีพยัญชนะ
o คว้าได้แม่นยำ แล้วปล่อยให้ตกลงไป
o เวลานอนหงายชอบเอามือจับเท้าเล่น เอาเท้าขึ้นมาอม
o บางคนอาจจะเริ่มมีฟันขึ้นมา หรือมีอาการคันเหงือก
สังคม
• เลียนแบบท่าทาง หรือสีหน้าของคนใกล้ชิด
• แยกว่าคนไหนเป็นผู้ใหญ่ คนไหนคือเด็ก
• ส่งเสียงร้องร้องเมื่อต้องการความช่วยเหลือ แต่เป็นการส่งเสียงร้องแบบมีความหมาย
• ชอบเล่นกับคนอื่นๆมากขึ้น
• ชอบเอื้อมมือไปจับหน้าเด็กคนอื่นๆ
เล่นกับหนูหน่อย
ลูกวัยนี้สนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น ในวันที่อากาสดีๆคุณแม่ลองหาที่หน้าบ้าน หรือบนสนามหญ้าปูเสื่อ แล้วให้ลูกมานอนคว่ำเล่น ดูต้นไม้ ใบหญ้า หรือคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าบ้าน ลูกจะรู้สึกสนุกสนาน พยายามเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เป็นการออกกำลังกายในตัว แต่ถ้าลูกของคุณเป็นเด็กเฉยๆ ไม่ชอบเคลื่อนไหว ควรหัดกายบริหารให้บ้าง
วัยนี้เมื่อลูกเริ่มเคลื่อนไหวได้มากขึ้น อุบัติเหตุก็เกิดง่ายขึ้น โดยเฉพาะการตกเตียง บางครั้งลูกถีบตัวแรงเกินไป จนหัวโขกลูกกรงต้องหาผ้าพันลูกกรงเตียงหัวนอนไว้ และระวังไม่ให้มีของอันตรายใกล้ตัว เมื่อวางลูกบนพื้น ไม่ว่าจะตื่นหรือหลับ ต้องเก็บของรอบตัวให้หมด โดยเฉพาะของที่อันตรายเช่น บุหรี่ ก้นบุหรี่ ไม้ขีด เข็มกลัดซ่อนปลาย เข็ม ใบมีดโกน ยาเม็ด กระดุม เศษสตางค์ เศษกระจก กาน้ำร้อน กระติกน้ำร้อน กล่องจุดยากันยุง ของเล่นก็ไม่ควรเป็นของที่เหลี่ยมมีคม พลาสติกบางแตกหักง่าย ของเล่นที่ทาสีก็ต้องระวังสารตะกั่วด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี