เมื่อคลีนิกยังดื้อฉีดสารหน้าขาว สาวๆ จะยอมเสี่ยงหรือ?

เมื่อคลีนิกยังดื้อฉีดสารหน้าขาว สาวๆ จะยอมเสี่ยงหรือ?
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

 

"รมต.สาธารณสุข ออกคำสั่งถึงคลินิกเสริมความงามทั่วประเทศ สั่งห้ามฉีดสาร กลูตาไธโอน เพื่อทำหน้าขาว ใครฝ่าฝืนสั่งปิดทันที" ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในเมืองไทยที่ย่อหย่อนในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและคุณภาพชีวิตอย่างทุกวันนี้ จะยังคงมีข่าวการหลุดรอดของคลีนิคจิตสำนึกต่ำ เห็นแก่รายได้งามด้วยการชวนเชื่อคนอยากผิวขาวสวยไปฉีดสารอันตรายอย่างไม่สะทกสะท้าน

จากการณีนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังคลินิก และโรงพยาบาลทั่วประเทศ ห้ามมิให้มีการนำ สารกลูตาไธโอน หรือ สารทำให้ขาวมาใช้ในการเสริมความงามโดยเด็ดขาด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะทำการยึดใบอนุญาตทันที ภายหลังร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ทำการล่อซื้อและจับกุมผู้กระทำผิดเมื่อวานที่ผ่านมา

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข จะเร่งตรวจสอบ และเอาผิดกับคลินิกที่ยังโฆษณาเสริมความงาม ด้วยสารต้องห้ามต่อไปอย่างเคร่งครัด

ทำไมต้องหลีกหนีกลูตาไธโอน..คำวิงวอนที่อยากให้คิดก่อนฉีดยาฆ่าตัวเอง

สารกลูตาไธโอน เป็นโปรตีนที่ร่างกายเราสังเคราะห์ได้เอง ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วนโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่ สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยตับขจัดสารพิษ

เนื่องจากร่างกายเราสร้างกลูตาไธโอนได้เอง โดยการรับประทานอาหาร ได้แก่ ปลา เนื้อหมู เนื้อวัว นม ไข่ หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม มะเขือเทศ และผลไม้ เช่น แตงโม สตรอว์เบอร์รี องุ่น อะโวคาโด เป็นต้น หากร่างกายได้รับสารกลูตาไธโอนจากการรับประทานหรือการฉีดเข้าสู่ร่างการใน ปริมาณมาก จะทำให้กลูตาไธโอนไปออกฤทธิ์ยับยั้ง เอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นสีขาวอมชมพู ทำให้ผิวขาวขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว

ในความเป็นจริง ยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมไม่มีผลให้ผิวขาว เพราะสารชนิดนี้ไม่สามารถดูดซึม และจะถูกขจัดออกจากร่างกายในที่สุด จึงได้มีการดัดแปลงนำมาผสมกับวิตามินซี แล้วฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ ซึ่งในการฉีดแต่ละครั้งก็จะมีราคาแพง โดยหากฉีดติดต่อกัน 3-5 สัปดาห์ ผิวจะเริ่มขาวขึ้นหลังฉีดครั้งแรกประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้น 2 เดือนผิวจะกลับมาเป็นสีเดิมจึงต้องฉีดซ้ำอยู่เป็นประจำ

ซึ่งหากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้แพ้ยาจนช็อกถึงขั้น เสียชีวิตเฉียบพลัน หรือส่งผลในระยะยาว เช่น สะสมในร่างกายส่งผลเสียต่อตับและไตได้ อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากผิวไวต่อแสงแดดเพราะเม็ดสีผิวถูกทำลาย เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีโรคแทรกซ้อน อาจทำให้ปริมาณกลูตาไธโอนที่ร่างกายผลิตได้ลดลง ทำให้ร่างกายขาดสารต้านอนุมูลอิสระ ผิวแห้งเหี่ยวเร็วและไม่เปล่งปลั่ง

เมื่อผลได้ไม่คุ้มเสียอย่างนี้...จะยอมขาวโดยถูกตราหน้าว่าโง่ต่อไปอย่างนั้นหรือ....

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Getty Images

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!