
"อังกุน จิปตา ซัสมี" ซูเปอร์สตาร์สาวอินโด ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 9 ขวบ
"อังกุน จิปตา ซัสมี" เป็นศิลปินท้องถิ่นมีชื่อในประเทศอินโดนีเซีย และยังเป็นซูเปอร์สตาร์ ในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “อังกุน” เป็นศิลปินหญิงที่มีความเก่งรอบตัวและไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อสืบค้นประวัติกลับไป เธอมีต้นทุนทางสังคมมาจากสายตระกูลที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการเกิดมาเป็นลูกสาวศิลปินแห่งวงการดนตรีอันโด่งดัง

องค์ประกอบเหล่านี้ย่อมส่งผลถึงลูกสาวอย่างเต็มที่จนส่งผลให้เธอก้าวสู่การเป็นศิลปินระดับโลก แต่กลับคิดว่าชื่อเสียงไม่สำคัญหากไม่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อสังคม แนวคิดผู้หญิงคนนี้จึงกลายเป็นเสน่ห์อันงดงามที่ Sanook! Women จะขอพาไปรู้จักเธอ

จุดเริ่มต้นชีวิตจนก้าวไปสู่ซุปเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย
“ฉันเป็นคนอินโดนีเซีย เกิดที่นั่นและโตที่นั่น แล้วก็เริ่มร้องเพลงที่อินโดนีเซีย มีอัลบั้มแรกตอนอายุ 9 ขวบ แล้วก็ไม่ได้หยุดเลยหลังจากนั้นก็ประสบความสำเร็จมากๆ ตอนอายุ 14 - 15 ปี แล้วตอนอายุ 19 ก็มีค่ายเพลงเป็นของตัวเอง พออายุ 20 ปีก็ตัดสินใจย้ายออกจากประเทศอินโดนีเซียเพื่อไปยุโรป ตอนอายุประมาณเกือบ 21 ปี ฉันได้ไปลองอะไรหลายๆ อย่าง แต่มันก็ไม่โอเค ฉันเลยตัดสินใจย้ายไปประเทศฮอลแลนด์ เพราะที่นั่นมีชุมชนชาวอินโดเยอะ แต่คราวนี้เขาตัดสินใจที่จะไปที่ปารีสก่อน เพราะมันเป็นประเทศที่ฉันต้องการจะไป แต่ว่าไม่มีโอกาส ตอนแรกคิดว่าจะไปแค่เสาร์อาทิตย์ แต่เสาร์อาทิตย์นั้นก็กลายไปเป็นสองอาทิตย์ พอสองอาทิตย์ก็เป็นสองเดือน จากสองเดือนก็เป็นเจ็ดปีจนถึงตอนนี้”

คุณรู้สึกอย่างไรที่ตัวเองประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยเด็ก
“มันค่อนข้างจะอันตรายเหมือนกัน โดยเฉพาะในธุรกิจแบบนี้ที่มีคนมาชมว่าสวย มีความสามารถ สิ่งที่คุณทำมันดีมาก แต่ในอีกทางก็ทำให้เราอาจจะทำให้เราเสียคนเหมือนกัน ฉันไม่อยากเป็นคนสปอยด์ ฉันก็เลยตัดสินใจเดินตามทางที่ฉันเดิน เพราะจุดที่ฉันอยู่นี้มันง่ายมากที่จะเสียคน แล้วฉันก็ไม่ต้องการแบบนั้น ฉันก็เลยมาลองดูอาชีพนี้ในประเทศอื่น แล้วก็ต้องการความท้าทายด้วย ฉันคิดว่าความสำเร็จมันเป็นดาบสองคม ทำให้มีคนรอบข้างรู้จักกับเรามาเจอเรา แต่ไม่รู้ว่าจริงใจหรือเปล่า”

อะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้คุณอยากโกอินเตอร์ไปเป็นศิลปินระดับโลก
“เป้าหมายของฉันคือการสร้างแรงบันดาลใจให้คนกับเสียงเพลง มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับฉัน คนรุ่นใหม่มักจะเอาคนดังเป็นโมเดล แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกส่วนไหน จะเลือกส่วนที่มีชื่อเสียง มีเงิน หรือว่าจะเลือกส่วนหลักเลยก็คือดนตรี หรือว่าเนื้อเพลง ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ว่าสำหรับฉันความมีชื่อเสียงมันไม่ได้สำคัญ แรงบันดาลใจของฉันไม่ได้เกิดจากความสำเร็จหรือว่าเพราะเงิน แต่มันอยู่กับความต้องการของฉันมากกว่า”

จากศิลปินระดับโลกสู่การเป็นทูตสันถวไมตรี
“ฉันว่าบางคนใช้ชีวิตเพื่อที่จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย สำหรับฉันที่อยู่ในจุดที่ทุกคนสนใจ ฉันก็อยากจะเอาชื่อเสียงของฉันมาสร้างประโยชน์ เพราะว่าชื่อเสียงมันไม่สำคัญ ถ้าคุณไม่ทำอะไรกับมัน ดังนั้นก็อยากที่จะทำอะไรซักอย่างให้ดี 11 ปีที่แล้วทางยูเอ็นติดต่อฉันมา ฉันเริ่มทำงานให้ยูเอ็นปี 2005 เป็นโฆษกเรื่องของไมโครเครดิต ซึ่งเป็นแนวคิดที่ให้ผู้คนที่ยากจนเข้าถึงการช่วยเหลือทางการเงินมากขึ้น สามารถที่จะกู้ยืมเงินในระดับจำนวนที่น้อยได้ เป็นโครงการโดยเฉพาะสำหรับคนที่ยากจน

และมันประสบความสำเร็จ ช่วยคนนับล้าน แล้วจากนั้นก็ได้เป็นทูตของ FAO องค์การอาหารและเกษตรยูเอ็น ดูในเรื่องของการขาดสารอาหาร ฉันรู้ข้อมูลว่าในทุกๆ 6 วินาทีมีเด็กเสียชีวิตหนึ่งคน เพราะโลกปัจจุบันเราผลิตอาหารเยอะมาก เพื่อที่จะเลี้ยงคน 7,000 ล้านคน แต่ว่าก็ยังมีคนที่ขาดสารอาหารอยู่ บางคนอาจจะผอม อาจจะป่วย แต่ว่าบางคนกลับอ้วนเกิน อ้วนมาก ฉันเลยต้องการพูดและสร้างการรับรู้ ทำให้คนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางอาหาร การบอกคนให้อย่ากินทิ้งกินขว้าง”

อังกุน จิปตา ซัสมี และ (ขวา) หุ่นขี้ผึ้งอังกุน จิปตา ซัสมี ที่พิพิธภัณฑ์มาดาม ทุสโซ ประเทศไทย
คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตคุณประสบความสำเร็จในบทบาทต่างๆ
“ความสำเร็จของฉันได้มาจากพรสวรรค์และโชคช่วยทั้งคู่ และทีมงานเบื้องหลังด้วยเป็นความพยายามของทีมงานเบื้องหลังที่ซัพพอร์ทฉัน แต่ว่าถ้าคุณไม่มีพรสวรรค์คุณก็จะไม่มีภาษีในการเริ่มต้น คุณต้องทำงานหนักมากๆ ฉันเปรียบเปรยเสมือนว่าการหาเพชรขึ้นมา ตอนแรกมันยังไม่เป็นเพชร คุณต้องไปเจียระไนให้มันเป็นเพชร ถ้าคุณไม่พยายามก็ไม่สำเร็จ ความซื่อสัตย์ก็ต้องมี เพราะฉันจะต้องแฮปปี้กับการตัดสินใจของฉันแล้ว ฉันต้องซื่อสัตย์กับตัวฉันเอง ฉันไม่ได้เป็นบียองเซ่หรือว่ามาดอนน่า จะมีแค่บียองเซ่คนเดียว หรือว่ามาดอนน่าคนเดียว แล้วมันก็จะมีฉันแค่เพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นควรที่จะเป็นตัวตนของฉันเอง และเป็นแบบฉบับที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง”