Wallpaper: นุ่น- วรนุช วงษ์สวรรค์ : สดใสส่งท้ายปี

Wallpaper: นุ่น- วรนุช วงษ์สวรรค์ : สดใสส่งท้ายปี
นิตยสาร Slimming

สนับสนุนเนื้อหา




Slimming ฉบับนี้ส่งท้ายปีกับเรื่องราวดีๆ ในมุมมองของความเป็น นุ่น- วรนุช วงษ์สวรรค์ นางเอกเจ้าบทบาทแห่งวงการ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ยังคงรักษามาตรฐานการทำงานได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เรียกได้ว่าที่ผ่านมาบนถนนสายบันเทิงของเธอนั้นมีผลงานให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานละคร งานหนัง และงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา รวมไปเรื่องหัวใจที่ใครๆ ก็อยากรู้ว่าเธอจะลงเอยกับหวานใจไฮโซอย่างไรหนุ่มต็อดทายาทเบียร์สิงห์เลยทำให้หลายคนจับตามองว่านุ่นจะกลายเป็นสาวไฮโซตระกูลภิรมย์ภักดีในอนาคตหรือเปล่า ครองแชมป์นางเอกขวัญใจมหาชน “หลายคนมองว่าเดี๋ยวนี้ทางช่องปั้นนักแสดงรุ่นน้อง ป้อนงานให้อย่างไม่ขาดสาย แล้วเรากำลังจะโดนเบียดตกขอบ นุ่นว่าก็เป็นปกติ ทุกช่องก็ต้องมีการวนในการเลือกนักแสดง บางทีเราก็จะหายไป ถือเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้นุ่นก็ยังมีสัญญาอยู่กับทางช่อง 7 ซึ่งพอหมดสัญญาก็ต่อสัญญาไปเรื่อยๆ ทางช่องก็จะดูงานให้เราว่าอะไรเหมาะ หรือไม่เหมาะอย่างไร งานไหนควรทำ หรือไม่ควรทำ งานพรีเซ็นเตอร์หรืองานโฆษณาต่างๆ ก็เหมือนกันผู้ใหญ่ทางช่องจะเป็นคนพิจารณา ส่วนงานโชว์ตัวต่างๆ นุ่นมีผู้จัดการส่วนตัวที่คอยดูคิวให้อยู่แล้ว นุ่นอยู่ช่อง 7 ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการใหม่ๆ ก็โอเคแล้วค่ะ เพราะทางช่องดูแลเราดี อบอุ่น นุ่นมาถึงวันนี้ได้ก็ต้องขอบคุณช่อง และผู้ใหญ่หลาย ๆ คนที่มอบบทดี ๆ มาให้เล่น แล้วเสียงตอบรับที่ได้ก็ดีมากทำให้เรามีวันนี้ และในการทำงานทุกเรื่องของนุ่นนุ่นก็เต็มที่อยู่แล้ว ไม่ได้มานั่งคิดหรือว่ามองว่าใครจะต้องเป็นนางเอกแถวหน้า เพราะนักแสดงเป็นอาชีพที่เรารักและสร้างให้เรามีทุกวันนี้ มันคืออาชีพหลัก นุ่นบอกไม่ได้ว่าในอนาคตข้างหน้าเราจะเล่นละครมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทุกวันนี้เราทำหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด งานละครปีที่ผ่านมาก็ได้ออกอากาศไป 2-3 เรื่องแล้วนะ ก็น่าจะพอแล้วล่ะ ได้พักผ่อนด้วย เพราะเวลาเหนื่อยก็เหนื่อยมาก แล้วที่กำลังจะเปิดกล้องประมาณต้นปีหน้าคือเรื่องคมแฝก 2 นุ่นว่าละครเป็นศาสตร์ที่เราเรียนรู้ไม่จบ และการที่เราได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นการพัฒนางานและฝีมือเราอย่างหนึ่ง นุ่นไม่ได้มองว่าเราจะต้องเป็นนางเอกอย่างเดียว บทตัวร้ายนุ่นก็เล่นมาแล้ว บทบาทของตัวละครในแต่ละเรื่องล้วนมีเสน่ห์ มีความสำคัญพอๆ กันค่ะ” นุ่นกับลุคเซ็กซี่ “นุ่นว่าเรื่องการแต่งตัวต้องรู้จักกาลเทศะมากกว่า เพราะอย่างน้อยเราก็ต้องให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติงานที่ไปร่วม สมัยนี้แฟชั่นเสื้อผ้ามีให้เลือกเยอะ คาแร็กเตอร์แต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป ไม่เหมือนกัน บางคนเซ็กซี่นิดๆ ก็ดูเหมาะสมนะ อย่างอั้ม (พัชราภา) เขาไม่ได้ทำอะไรมาก แค่ใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นก็ดูดีและเซ็กซี่ สำหรับนุ่นแต่ละชุดที่เลือกใส่นั้น นุ่นดูตามความเหมาะสม นุ่นเชื่อว่าทุกคนใส่ใจกับเรื่องการแต่งกายและดูแลตัวเองอยู่แล้ว ถามว่าอยู่ดีๆ อยากแต่งตัวโป๊ๆ มั้ย คงไม่มีใครอยากจะแต่งหรอก ซึ่งพอเจอข่าวแต่งตัวโป๊นุ่นไม่ซีเรียสนะ เพราะเราก็เซฟตัวเองอยู่แล้ว ภาพที่ออกมามันเลยไม่น่าเกลียดมาก นุ่นว่าคนอ่านหรือคนที่ดูรูปก็มีวิจารญาณในการรับฟังข่าวสารนะ เพราะมุมกล้องที่ถ่ายออกมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นมุมต่ำหรือมุมสูง คือเป็นมุมที่ผิดปกติ และมันยิ่งทำให้ดูโป๊มากกว่าเดิม ” อีกบทบาทของสาวหน้าหวาน “ เคยมีคนมาติดต่อขอซื้อเเฟรนไชส์โรงเรียนสอนรำนาฏกแต่ก็ปฏิเสธไปค่ะ เพราะรู้สึกว่าการมีสาขาเดียวซึ่งอยู่ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าเราก็สามารถจัดการและดูแลได้ทั่วถึง เพราะที่โรงเรียนจะมีครูประจำอยู่แล้วซึ่งครูที่สอนจบทางด้านนาฏศิลป์โดยตรง ส่วนนุ่นเหมือนเป็นผู้อำนวยการจะดูแลภาพรวมของโรงเรียนมากกว่า จากการที่เราเปิดโรงเรียนสอนรำไทย เลยทำให้เราคิดอยากทำกิจกรรมๆ หนึ่งขึ้นมาเพื่อให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถคือโครงการทูตน้อยวัฒนธรรมขึ้น เป็นรายการพิเศษปีที่ 2 ค่ะ มีทั้งหมด 5 เทป ปีนี้เป็นการประกวดทั้ง 4 ภาค เพื่อจะหาตัวแทนของแต่ละภาคไปเผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่ฝรั่งเศสซึ่งกระแสตอบรับดีมากค่ะ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ส่วนงานนิตยสารตอนนี้นุ่นหมดสัญญาแล้ว สัญญาจะต่อปีต่อปีก็อยากทำต่อนะคะแต่ไม่ค่อยมีเวลา” “ความรัก” มีแค่เธอกับฉัน “นุ่นมองว่าเป็นเรื่องของคน 2 คนนะ การที่เราตกลงจะคบใครนั้นแน่นอนว่าเราต้องใช้เวลาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นุ่นศึกษาใครก็จะศึกษาให้รู้จักคนนั้นจริงๆ ถ้าเราเรียนรู้แล้วถ้ามันไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ก็เป็นเพื่อนกันได้ ตอบยากเหมือนกัน อย่างเราเรียนรู้คนๆ หนึ่งมา 5-6 ปี แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนยังไง และเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นยังไง ดังนั้นแค่ไม่กี่วันเราจะรู้จักเขาหมดทุกแง่ทุกมุมมันเป็นไปไม่ได้หรอก อะไรที่มันไม่ดีไม่ได้ เราก็ต้องปรับเพราะคงไม่มีใครที่เพอร์เฟกท์ทุกอย่าง นุ่นเองก็ไม่ได้เพอร์เฟกท์นะ เดี๋ยวนี้เรื่องความรักนุ่นมองว่าเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด นุ่นเชื่อว่าวันต่อไปคงดี ไม่ต้องไปคิดล่วงหน้า ไม่ต้องไปคิดอะไร เพราะแต่ละคนมีโอกาสจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอด เราคงไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะเป็นยังไง แต่ทำทุกวันให้มีความสุขจะดีกว่า ณ วันนี้นุ่นไม่อยากให้มองว่าเราจะแต่งงานกับคนนี้ มีหลายคนชอบถามถึงเรื่องการแต่งงานซึ่งจริงๆ แล้วนุ่นยังไม่คิด มันเป็นเรื่องอีกไกลมาก นุ่นว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตนะ คือถ้าเราเจอคนที่เรารู้สึกมั่นใจแล้วเราพร้อม มันก็คงจะถึงเวลานั้น แต่ว่าก็ยังไม่ได้เจอคนที่เรารู้สึกว่าเราพร้อมที่จะแต่งงานด้วย คือเรายังมีอะไรอีกหลายอย่างในในชีวิตที่ต้องทำอีกเยอะเลย” เชื่อใจซึ่งกันและกัน “ที่ผ่านมามีข่าวว่าไม่ได้คุยกันห่างกัน จริงๆ ยังคุยกันเหมือนเดิมนะ แล้วที่บอกว่าไม่ได้คบกันแล้วก็คงไม่ใช่ มันอาจจะมีบางช่วง บางตอนที่เจอกันน้อยลง เพราะที่ผ่านมาต่างคนก็งานเยอะกันทั้งคู่อย่างข่าวเรื่องกระแตเขาเป็นนักแข่งรถในทีมเบียร์สิงห์ การที่เจอกัน สนิทกันก็เป็นเรื่องปกติ แล้วก็มีการไปสร้างประเด็นข่าวขึ้นมา เอาเป็นว่านุ่นคิดว่าคนเรารู้จักกัน คบกันก็คงต้องเชื่อใจกัน อืม...แต่บางครั้งมันก็ตอบยากนะ คือบางทีคนบางคนเรียนรู้กันมาตั้งนาน แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นอย่างไร คงต้องปล่อยให้เวลา และการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์มั้ง นุ่นเป็นคนที่เชื่อการกระทำมากกว่าคำพูดนะ กับต็อตเองเขาก็ยังไม่ชินกับการที่ต้องเป็นข่าว ฉะนั้นพอมีนักข่าวมาถามก็เลยไม่รู้จะตอบยังไง แต่คิดว่าเดี๋ยวก็คงชินเองมั้ง (หัวเราะ) ถามว่ารู้สึกอย่างไรกับข่าวที่ออกมาจริงๆ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าเป็นข่าวลบ มันเป็นข่าวปกติทั่วไป เพราะเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ทำให้ใครต้องเสื่อมเสีย แต่นุ่นจะแคร์ความรู้สึกของผู้ใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่มากกว่า เพราะคงไม่มีใครชอบหรอกถ้าลูกสาวตัวเองต้องมาเป็นข่าวไม่ดี” เพื่อนซี้คนนี้เลย “หนิง (ปณิตา) จะเป็นคนที่ถ้าเพื่อนมีปัญหา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเขาจะมาหา มาอยู่เป็นเพื่อน ถามว่าจริงๆ แล้วเขาสามารถแก้ปัญหาให้เราได้มั้ย คงมาแก้ให้เราไม่ได้หรอก ไม่มีใครแก้ปัญหาแทนใครได้ แต่อย่างน้อยเราได้ระบาย แค่นี้มันก็ช่วยแล้ว นุ่นคบกับหนิงมา 8 ปีแล้วค่ะ แต่เราคงไม่ได้รู้เรื่องของหนิงทั้งหมด 100% เพราะเขาเองก็ต้องมีบางอย่างที่เป้นส่วนตัวของเขาเหมือนกัน สำหรับหนิงจริงๆ รู้จักหลังเจี๊ยบ (ชมพูนุช ปิยะธรรมชัย) นะ แต่คงเพราะเจี๊ยบเป็นรุ่นน้องซึ่งเขาก็คงต้องมีกลุ่มเพื่อนของตัวเองด้วย มันก็จะแบบหายๆ กันไปสักพักหนึ่ง พอเจี๊ยบเรียนจบก็กลับมาเจอกันอีกทำให้สนิทกันมากขึ้น” ให้รางวัลตัวเอง “นุ่นงานเยอะนะ มันเป็นเรื่องธรรมดาทีต้องให้รางวัลตัวเองบ้าง นุ่นจะไปเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่จะตรงกับช่วงปีใหม่เพราะตั้งกฎกับตัวเองไว้ว่าช่วงเทศกาลจะไม่รับงาน ปีใหม่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับงานเลย จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ที่นุ่นไปต่างประเทศไม่ใช่เมืองไทยไม่เที่ยวนะเมืองไทยก็ไป แต่เวลาไปต่างประเทศจะรู้สึกได้เปิดโลกให้ตัวเอง ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ นุ่นก็มองว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่เรามีโอกาสได้ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมของเขา อย่างปีที่แล้วนุ่นไปเมืองเวนิสมา ก็รู้สึกติดใจ ชอบมากๆ อยากไปอีก ชอบบรรยากาศ ดูแปลกหูแปลกตา ส่วนที่ซื้อให้ตัวเองก็เป็นของใช้มีราคา อย่างทอง เพชร นอกจากนี้ก็มีกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า แต่ที่ซื้อแพงที่สุดคงเป็นรถ Alphard ค่ะ ซื้อมาใช้ได้สักพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นซื้อมาเกือบๆ 3 ล้านบาท กว่าจะตัดสินใจก็คิดนานเหมือนกัน แต่ซื้อมาแล้วต้องบอกว่าไม่ผิดหวังค่ะ คุ้มค่าเพราะเป็นรถใช้งานจริงๆ อย่างบางทีที่ต้องไปทำงานถ่ายละครต่างจังหวัดไม่มีที่อยู่ ไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเราก็จะใช้รถคันนี้แหละค่ะ อ้อ ! แต่นุ่นไม่ได้ขับเองหรอกนะ มีคนขับให้ค่ะ เพราะขับรถไม่เป็น” ปฏิบัติธรรมข้ามปี “ 4-5 ปีที่ผ่านมาก็จะชวนเพื่อนไปวัดทำบุญ ไปนั่งวิปัสสนา อย่างล่าสุดนุ่นไปนั่งวิปัสสนา 3 วัน 2 คืนที่วัดเวฬุวัน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นวัดที่เงียบสงบที่นี่เป็นสาขาของวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี อยู่ที่นั่นจะนุ่งขาวห่มขาว ปิดวาจาคือไม่พูดเลย นุ่นว่าการที่ได้ไปนั่งสมาธิ ฝึกจิตตัวเอง หรืออยู่กับธรรมะมากขึ้น สิ่งที่ได้กลับมาคือความสบายใจ และทำให้เรากลายเป็นคนมีสมาธิ มีสติ หรือไม่ก็ไปเคานท์ดาวน์ในวัด สวดมนต์ข้ามปีเลยค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมอันดับแรกคือต้องแต่งกายเรียบร้อย ดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน นุ่นจะไปวัดประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง 5 ทุ่ม ซึ่งทางวัดจะเริ่มสวดกันตั้งแต่หัวค่ำ แล้วแต่เราว่าจะสะดวกไปช่วงไหน บทสวดเป็นประมาณอย่างพวกอิติปิโส 108 จบ บทพาหุงมหากาฬ สวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกอีก 3 จบ ตบท้ายด้วยสวดชินบัญชร จริงๆ ตอนเด็กคุณพ่อคุณแม่เคยพาไปวัดที่ จ.ชัยภูมิ ไปสวดมนต์ข้ามปีนี่แหล่ะค่ะ จำได้ว่าไม่ค่อยมีสมาธิ นั่งอยู่ก็จะคอยแต่ดูนาฬิกา แบบเมื่อไหร่จะเที่ยงคืน (หัวเราะ) ตอนนั้นเรายังเด็กเกินไปเลยไม่นิ่งพอ ” กลัวป่วย เลยต้องใส่ใจตัวเอง “นุ่นใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนค่ะ เพราะมีความรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้มีโรคแปลกๆ เกิดขึ้นเยอะ จากที่เป็นคนไม่กินผักเพราะขม ไม่อร่อย ก็ต้องฝึกกินผัก เรื่องที่ไม่กินผักเนี่ยคงเริ่มมาจากตอนเด็กๆ เราเห็นหนอนในผักไง อีกอย่างเคยกินแล้วมันขม แล้วก็เหม็นไม่อร่อยเลยไม่ชอบกินตั้งแต่นั้นมา แต่ตอนนี้ก็กินผักได้มากขึ้น เลือกเป็นบางชนิด เช่น ผักกระเฉด ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดแก้ว ส่วนผลไม้กินได้ทุกชนิด นุ่นคิดว่าการไม่กินเนื้อสัตว์ เน้นผัก ผลไม้เยอะๆ ก็เหมือนกับการดีท็อกซ์ให้กับตัวเอง การที่เราได้อ่านและศึกษาเรื่องของสุขภาพก็ทำให้เราได้ความรู้เยอะ ถ้าช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองพักผ่อนน้อย ก็จะกินอาหารเสริม อย่างวิตามินซี แคลเซียม เพราะเราไม่สามารถกินอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละมื้อได้” หุ่นเพรียวแบบนุ่น “ปกตินุ่นเป็นคนไม่ชอบกินอาหารประเภทข้าวขาหมู เนื้อหมูมันๆ ทองหยิบ ทองหยอด อาหารพวกนี้จะไม่กินเลยค่ะ ไม่ได้กลัวอ้วนแต่ไม่ชอบ รู้สึกว่ากินแล้วมันเลี่ยนติดคอ แต่ถ้าเป็นช็อกโกแลต (ชอบมาก) เค้ก กินได้ถ้าช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นสำหรับนุ่นก็จะงดมื้อเย็นซึ่งมันได้ผลกับนุ่นนะ ส่วนเรื่องการออกกำลังกายก็จะเข้าฟิตเนส จะมีวิ่งบ้าง แต่ถ้ามีเวลาว่างตรงกับเพื่อนก็จะนัดกันไปตีแบดฯ ว่ายน้ำ ช่วงไหนที่พักผ่อนน้อย นุ่นจะกินอาหารเสริม พวกเป็นวิตามินซี แคลเซียม เพื่อเข้าไปทดแทนในเวลาที่ร่างกายเราไม่ได้พักผ่อนเต็มที่” ............................................................................................................................................................................ Profile ‘s Nun ส่วนสูง 165 ซม. น้ำหนักมากสุด 47 กก. น้ำหนักน้อยสุด 43 กก. น้ำหนักปัจจุบัน 44 กก. Menu To Slim เช้า นมเปรี้ยว+ไข่ต้ม เที่ยง ข้าว+ต้มจืดเต้าหู้ เย็น ผัดวุ้นเส้น

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!