จู่โจม พิทักษ์ หน้าที่ของสุนัขอารักขา

"หมา" มีหลายกลุ่ม ตามที่สถาบันหมาทั้งในไทยและต่างประเทศจัดเอาไว้ ทั้งหมาเล็ก หมาใหญ่ แต่ละกลุ่มมีประโยชน์แตกต่างกันไป หมาสำหรับอารักขาก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มซึ่งถูกจัดไว้อย่างลงตัว หมากลุ่มนี้ที่โดดเด่นและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพคงหนีไม่พ้นเจ้า 3 เกลอหัวแข็ง คือ เยอรมัน เชพเพิร์ด โดเบอร์แมนน์ และรอตต์ไวเลอร์ หากแต่ทั้งสามพันธุ์นี้กลับมีภาพลักษณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ รายแรกเรียกได้ว่าเป็นพระเอกตลอดกาล ส่วนรายที่สองกลับมีภาพลักษณ์อาภัพอย่างบอกไม่ถูก ดูยังไงก็เป็นผู้ร้าย ส่วนรายสุดท้ายก็มักมีข่าวในทางไม่สร้างสรรค์กับเด็กอยู่บ่อยๆ
ถึงกระนั้น หมาทั้งสามสายพันธุ์ที่กล่าวมาข้างต้นก็จัดเป็นหมาอารักขาชั้นเยี่ยมของโลกซึ่งรู้จักกันแพร่หลายที่สุดในหมู่คนรักหมา ในความเป็นจริงหมาอารักขาไม่ได้มีเฉพาะเจ้าสามสายพันธุ์นี้หรอกครับ ยังมีหมาพันธุ์ใหญ่สำหรับใช้อารักขาอีกหลายพันธุ์ หากแต่ว่าหมาเหล่านั้นยังไม่มีผลงานด้านอารักขาจริงๆ จังๆ ออกมาให้ผู้เลี้ยงได้ประจักษ์แก่สายตาหรือมีบ้างก็น้อยครั้งกว่า จึงยังไม่มีชื่อเสียงแพร่หลายเท่ากับเจ้าสามสหายที่ผมกล่าวถึงข้างต้น ซึ่งล้วนมีผลงานเป็นที่ยอมรับมาเนิ่นนานแล้ว

เยอรมัน เชพเพิร์ด เป็นหมาอารักขาที่โดดเด่นมากทั้งในยามศึกและยามสงบ เป็นสายพันธุ์ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจเสี่ยงตายคู่กับตำรวจและทหารกล้ามากที่สุด ภารกิจสุดถนัด ได้แก่ ภารกิจในการชี้เป้าหาวัตถุระเบิดและดมกลิ่นหาสิ่งผิดกฎหมาย เยอรมัน เชพเพิร์ดต้องเสี่ยงภัยคู่กับทหารกล้าคู่หูในสนามรบมาแล้วมากมายในสมรภูมิต่างๆ แม้ในยามสงบก็ยังต้องทำงานให้ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และเอกชนอยู่ไม่ว่างเว้น หากแต่ส่วนใหญ่หนักไปในทางเดินสายโชว์ตัวตามงานประกวดหมาต่างๆ เพื่อไปแสดงความสามารถที่ได้รับการฝึกฝนมา เช่น แสดงการจู่โจม การคุ้มครองป้องกันภัยให้กับเจ้าของ และแสดงความสามารถด้านการดมกลิ่น สะกดรอย ซึ่งล้วนเป็นเรื่องหมูๆ สำหรับเยอรมัน เชพเพิร์ดอยู่แล้ว แสดงครั้งใดไม่เคยทำให้ผู้ชมผิดหวัง เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งไป โดเบอร์แมนน์ รายนี้อาจเรียกได้ว่า "หมาเก้าชีวิต" เพราะมักจะเฟื่องและฟุบสลับกันไป เมื่อถึงคราวฟุบก็มักไม่ยอมดับสนิท ยังคุกรุ่นรอวันกลับมาดังอยู่เสมอ ผมเองเป็นอีกคนที่เลี้ยงและรักหมาพันธุ์นี้ แต่โดเบอร์แมนน์ของผมเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน ไม่มีจำหน่าย ถึงกระนั้นผมก็กล้าคุยครับว่าโดเบอร์แมนน์ของผมสวยทุกมุมมอง ไม่ด้อยกว่าใคร และยังมีผลงานที่ผมประทับใจไม่มีวันลืม นั่นคือเรื่องของ "เจ้าล๊อตเต้" ที่เคยสร้างวีรกรรมสู้กับเสือ สมัยที่แถวบ้านผมยังเป็นป่าอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านยังกล่าวขานกันอยู่จนถึงปัจจุบัน เรื่องมันมีอยู่ว่า ช่วงหนึ่ง (เมื่อหลายปีมาแล้ว) วัวของชาวบ้านแถวๆ บ้านผมถูกสัตว์อะไรไม่ทราบดอดมากัดตายตอนกลางคืนไปหลายตัว ทีแรกชาวบ้านเขาก็พากันสรุปว่าเป็นเจ้าล๊อตเต้นั่นแหละ เนื่องจากมันเป็นหมาฝรั่งตัวใหญ่ตัวเดียวในหมู่บ้าน แถมยังชอบทำท่าเห่ากระโชกและทำเหมือนจะกระโจนใส่เวลาฝูงวัวเดินผ่านหน้าบ้าน ส่วนตัวผมเองรู้ดีว่าไม่ใช่มัน แต่ไม่รู้จะไปอธิบายกับใคร จนคืนหนึ่งมีชาวบ้าน 4-5 คนฮือกันมาเอาเรื่องที่บ้านผม ได้ยินเสียงตะโกนบอกกันทำนองว่า "นั่นไง! มันอยู่นั่น" ด้วยสัญชาตญาณของสุนัขอารักขาเจ้าล๊อตเต้มันรีบวิ่งไปเห่ากันชาวบ้านกลุ่มนั้นไว้ทันที มันคงกลัวเขาจะมาทำร้ายผม แต่ขณะที่ชาวบ้านกำลังแตกตื่นตกใจ อยู่ดีๆ เจ้าล๊อตเต้ก็วิ่งเบี่ยงไปทางชายป่าอย่างกะทันหัน ทำเอางงกันไปหมด พอวิ่งตามไปดูก็ถึงบางอ้อ...มันวิ่งไปกัดกับ "เสือ" ครับ! เจ้าผู้ร้ายตัวจริงซึ่งกำลังย่องออกจากชายป่ามาพอดี ผมรีบชักปืนยิงขึ้นฟ้าไป 2-3 นัด (ไม่กล้ายิงเสือเพราะมันมืดและชุลมุนมาก กลัวพลาดไปโดนเจ้าล๊อตเต้) เจ้าเสือดวงจู๋ เจอทั้งเสียงปืน โดนชาวบ้านรุมล้อม แถมยังโดนหมากัดอีก เป็นใครก็ใจฝ่อล่ะครับ สุดท้ายชาวบ้านก็สามารถจับตัวมันไปส่งทางการได้ งานนี้เจ้าล๊อตเต้ได้เป็นพระเอกเต็มๆ ครับ ถึงแม้ในชีวิตจริงมันจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ร้ายอยู่เสมอก็เถอะ (เพราะหนังฮอลลีวู้ดนั่นแหละ ชอบเอาโดเบอร์แมนน์ไปเล่นบทหมาผู้ร้ายตลอด หลายๆ เรื่อง หลายๆ ปีเข้า คนดูทั่วโลกเลยพาลฝังใจกับภาพลักษณ์เช่นนั้นไปเสียหมด) รอตต์ไวเลอร์ เจ้านี่เป็นหมาพันธุ์ใหม่กว่าสองรายแรก ประวัติยังไม่ยาวนานเท่า แต่เชื่อว่าหลายท่านที่เคยสัมผัสคงหลงเสน่ห์มันจนถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะเสน่ห์ส่วนตัวของมัน อันได้แก่หน้าตาและรูปร่างที่มีแต่มัดกล้าม ร่างกายกำยำ นอกจากนั้นมันยังเป็นหมาที่ยิ้มได้ ผู้เลี้ยงหลายท่านหากสังเกตให้ดีจะเห็นมันยิ้มรับเวลาท่านกลับบ้าน แม้จะไม่ค่อยเข้ามาเคล้าเคลียเนื่องจากมันเป็นหมาใหญ่ ไม่ใช่แมว แต่แค่มีรอยยิ้มหวานๆ ให้ เชื่อว่าท่านผู้รักรอตต์ไวเลอร์ทั้งหลายคงพอใจแล้ว รอตต์ไวเลอร์อาจมีข้อเสียอยู่บ้างตรงที่ความเจ้าอารมณ์ ขัดใจไม่ค่อยได้ แต่ผมเองอาจมองผิดก็ได้ครับ ใครเห็นอย่างไรช่วยแย้งด้วย เพราะผมเองเพิ่งสัมผัสกับรอตต์ไวเลอร์มาไม่นานนักจึงอาจเข้าใจมันไม่ถ่องแท้ ผมต้องยอมรับว่าผมประทับใจเจ้าหมาใหญ่สายพันธุ์อารักขาทั้งสามนี้มาก เคยสัมผัสมาด้วยตนเองทุกตัว ต้องยอมรับเลยครับว่ามันเยี่ยมแบบสูสี ไม่มีใครเป็นรองใคร ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โอกาส และจังหวะของการเข้าปะทะศัตรูมากกว่า เยอรมัน เชพเพิร์ด โดเบอร์แมนน์ และรอตต์ไวเลอร์ จะมีลีลาการเข้าจู่โจมศัตรูแตกต่างกันครับ กล่าวคือ เยอรมัน เชพเพิร์ดมักเข้าปะทะด้วยการกระโจนแล้วพุ่งตัวเข้าหา ส่วนโดเบอร์แมนน์จะเข้าหาด้วยการกระโดดสูงก่อนแล้วโถมใส่ทั้งตัว ขณะที่รอตต์ไวเลอร์นั้นจะพยายามเข้าหาหรือจู่โจมศัตรูด้วยการย่องหรือหมอบเหมือนเสือ พอได้ระยะหรือได้จังหวะก็พุ่งตัวขึ้นสูงสุดพร้อมกับงับหรือกัดอย่างจมเขี้ยว วิธีการจู่โจมซึ่งต่างกันนี้ถ้าเป็นหมาฝึกฝ่ายตรงข้ามสามารถแก้ลำได้ไม่ยากเนื่องจากคนที่รู้จักหมาดีย่อมรู้วิธีการเข้าปะทะของหมา แต่ถ้าคนเดียวกันนี้ไปเจอหมาวัดหรือหมาไม่ได้ฝึกเข้าก็เหนื่อยเหมือนกัน เนื่องจากการจู่โจมจะเป็นแบบกัดไม่เลือก ไม่มีตำรา ไม่เหมือนหมาฝึกที่จะกัดเฉพาะจุดที่ถูกฝึกสอนมา ตรงนี้แหละที่ทำให้คนรู้จักหมาจับไข้กันมาแล้วนักต่อนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือ ไม่ควรให้หมาอารักขาเหล่านี้ได้มีโอกาสกัดหากไม่จำเป็นจริงๆ แค่ให้มันขู่ใส่ ศัตรูก็ใจหล่นลงตาตุ่มแล้วครับ หมาพวกนี้หากมันได้ลิ้มรสเลือดสดๆ ของศัตรูแล้วมันจะไม่ค่อยยอมหยุด บ้าเลือด ห้ามไม่ฟัง (อาจฟังอยู่บ้าง แต่กว่ามันจะหยุด คนโดนกัดอาจยับเยินไปแล้ว) ยิ่งถ้าฝ่ายตรงข้ามล้มลงล่ะก็ รับรอง! ต้องใช้เปลหามแน่ครับ หมาอารักขาฝีมือดีก็เหมือนอาวุธที่มีอำนาจร้ายกาจพอตัว เราจึงต้องรู้จักควบคุมมันให้มีขอบเขตด้วย ใช้มันสู้กับโจร คนร้ายเท่านั้น ไม่ใช่ทะเลาะกับเพื่อนบ้านก็ปล่อยหมาไปกัด ทำแบบนั้นติดคุกได้นะครับ ผมเจอมาหมดแล้ว ทั้งเวลาพวกมันอารมณ์ดีและอารมณ์ร้าย ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเราที่จะเลือกเข้าหามันตอนไหน ต้องเรียนรู้อารมณ์ของมันให้เข้าใจถ่องแท้ ส่วนเด็กเล็กๆ นั้น ไม่ว่ากรณีไหน ควรให้ห่างหมาพวกนี้ไว้หน่อยน่าจะปลอดภัยกว่าเพราะเด็ก ผู้หญิง และคนชรา หมามันรู้ว่าอ่อนแอกว่ามัน มันก็เลยข่ม แต่ทีนี้ผู้ถูกข่มอาจไม่เข้าใจท่าทางของหมา ยังไปเล่นหรือแหย่แรงๆ อีก ก็ได้เรื่องสิครับ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นจะไปโทษหมาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก จะโทษเด็กน้อยๆ ก็คงไม่ใช่ แล้วใครล่ะ...ที่สมควรเป็นคนผิด? คิดดูให้ดีแล้วกันครับ เหมือนกับผู้ใหญ่ที่ชอบสะเพร่าเก็บปืนไว้ใต้หมอนจนเด็กๆ เอาไปเล่นจนลั่นใส่กัน ควรจะโทษใคร ผู้ใหญ่ ปืน หรือเด็ก... แล้วพบกันใหม่ด้วยความรู้เรื่องหมาๆ สวัสดีครับ... เรื่องโดย : D.Dogs Kennel,TH. ภาพน้องหมา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถ่ายโดย : ชณิกา อรัญกานนท์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)