น้องอ้อ-อังคณา คว้านางสาวไทย 2550

น้องอ้อ-อังคณา คว้านางสาวไทย 2550
ที่ห้องรอยัลจูบิลี่บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 27 ต.ค. กองประกวดนางสาวไทย ได้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2550 ภายใต้ชื่องาน งามล้ำค่า กัลยาเทอดแผ่นดิน ในรอบสุดท้าย โดยที่หน้างานมีการจำหน่ายบัตรราคา 800 บาท เพื่อนำรายได้เข้ามูลนิธิภูมิรักษ์ธรรมชาติ งานเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 19.40 น. สาวงามผู้เข้าประกวดที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วทั้งสิ้น 18 สาวงาม ขึ้นเวทีในชุดราตรีสั้น เรียงหน้ากระดานแล้วพร้อมกันกราบถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อให้ทรงหายประชวรโดยเร็ว จากนั้นจึงเป็นการแสดงชุดประกายแห่งแผ่นดิน1 อย่างสวยงาม จากนั้นเป็นการฉายวีทีอาร์ ประมวลภาพกิจกรรมในวันรับสมัคร ตลอดจนถึงรอบคัดเลือก เสร็จแล้ว สาวงามทั้ง 18 คนขึ้นเวทีอีกครั้งในชุดราตรียาว พร้อมการแสดงชุดประกายแผ่นดิน2 แล้วฉายวีทีอาร์ ประมวลภาพการเก็บตัวและทำกิจกรรมร่วมกัน ที่เกาะช้าง จ.ตราด พร้อมกิจกรรมรณรงค์ภาวะโลกร้อน จากนั้นเป็นการแสดงของอดีตนางสาวไทย ในชุดบุญของแผ่นดิน มาในเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน จากนั้นเป็นการประกาศรางวัล 6 ตำแหน่ง ได้แก่ น.ส.ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือมีนา หมายเลข 14 คว้าตำแหน่งนางงามผิวสวย น.ส.อังคณา ตรีรัตนาทิพย์ หรืออ้อ หมายเลข 1 คว้า 3 ตำแหน่งคือ Miss Healthy กับ Miss Perfect แล้วยังคว้าตำแหน่งนางงามมิตรภาพ อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ส่วน น.ส.พิชามญชุ์ เขียวทอง หรือกุ้งนาง หมายเลข 18 คว้า 2 ตำแหน่ง Miss Think Positive และ นางงามบุคลิกภาพ โดยทั้ง 6 รางวัล ได้รับเงินสดรางวัลละ 5 หมื่นบาท จากนั้นพิธีกรประกาศรายชื่อสาวงามที่เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย แล้วประกาศ รางวัลขวัญใจประชาชน ได้แก่ น.ส.เปมิกา วรผลึก หรือปอม หมายเลข 7 และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ น.ส.ชมพูนุช ลออวรรณากร หรือน้ำผึ้ง หมายเลข 3 ได้รับเงินสดรางวัลละ 1 แสนบาท จากนั้นพิธีกรประกาศรายชื่อสาวงาม 3 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ น.ส.อังคณา ตรีรัตนาทิพย์ หรืออ้อ หมายเลข 1 น.ส.ชมพูนุช ลออวรรณากร หรือน้ำผึ้ง หมายเลข 3 และ น.ส.ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือมีนา หมายเลข 14 แต่ระหว่างนั้น น.ส.ชมพูนุช เกิดป่วยหน้ามืดจะเป็นลม พี่เลี้ยงต้องให้พักปฐมพยาบาลอยู่ จึงไม่ได้ออกมาปรากฎตัวบนเทวี คงมีแต่ น.ส.อังคณา และ น.ส.ภัทรา เพียง 2 คนเท่านั้น จากนั้น นางสาวลลนา ก้องธรนินทร์ นางสาวไทย ประจำปี 2549 อำลาตำแหน่ง และเป็นการตอบคำถามของสาวงามทั้ง 3 คนที่ผ่านมาถึงรอบสุดท้าย โดยหนึ่งในจำนวนนี้คือ นางสาวไทยประจำปี 2550 และอีกสองสาวงามก็คือ รองอันดับ 1 และรองอันดับ 2 นั่นเอง แต่เนื่องจาก น.ส.ชมพูนุช มีอาการป่วยค่อนข้างหนัก อาเจียนตลอดเวลาไม่สามารถกลับขึ้นเวทีได้ จึงแสดงความจำนง ขอรับตำแหน่งรองอันดับ 2 เมื่อผู้สื่อข่าวตามไปที่โรงพยาบาลพญาไท 2 เพื่อสอบถามอาการของน้องน้ำผึ้ง ซึ่งนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงคนไข้และมีแม่คอยเฝ้าอย่างใกล้ชิด โดยน้องน้ำผึ้ง บอกว่า ที่อาเจียนคงไม่ใช่อาการของอาหารเป็นพิษ แต่ยอมรับว่าช่วงเช้ากินยาระบายเพื่อลดน้ำหนัก ทำให้เกิดอาการท้องเสียร่วมด้วย กอปรกับรับประทานอาหารน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ และตื่นเต้นดีใจที่ได้เข้ารอบสุดท้าย แต่ถือว่าดวงไม่ดีที่พลาดรอบนี้ไปอย่างน่าเสียดาย และผลการตัดสิน นางสาวไทยประจำปี 2550 ได้แก่ น.ส.อังคณา ตรีรัตนาทิพย์ หรืออ้อ หมายเลข 1 สัดส่วน 33-24-36 สูง 172 ซม. น้ำหนัก 50 กก. ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับมงกุฎเพชร เงินสด 1 ล้านบาท รถยนต์เชฟโรเล็ต แค็ปติว่า มูลค่า 1.5 ล้านบาท เครื่องประดับเพชร มูลค่า 2 แสนบาท กรมธรรม์อุบัติเหตุจาก เอไอเอ มูลค่า 1 ล้านบาท ชุดเครื่องสำอางค์ ฯลฯ รองอันดับ 1 ได้แก่ น.ส.ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือมีนา หมายเลข 14 อายุ 24 ปี สูง 173 ซม. น้ำหนัก 53 กก. จบการศึกษาปริญญาตรี คณะ Media and communications The University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย ได้รางวัลเงินสด 5 แสนบาท กรมธรรม์อุบัติเหตุจาก เอไอเอ มูลค่า 5 แสนบาท ชุดเครื่องสำอางค์ ฯลฯ และรองอับดับ 2 เป็นของ น.ส.ชมพูนุช ลออวรรณากร หรือน้ำผึ้ง อายุ 20 ปี สูง 168 ซม. น้ำหนัก 49 กก.ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับรางวัลเงินสด 3 แสนบาท กรมธรรม์อุบัติเหตุมูลค่า 3 แสนบาท เครื่องสำอางค์ ฯลฯ สำหรับ น.ส.อังคณา หรือ อ้อ นางสาวไทยประจำปี 2550 เคยให้สัมภาษณ์ในรอบแรกๆ ว่า มีความไฝ่ฝันที่จะเป็นนางสาวไทยมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งตนเองแม้จะไม่สวย แต่ก็มีความพร้อมที่สุด น้องอ้อ-อังคณา กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากแต่ก็แอบหวังว่าอยากได้ตำแหน่งนี้เพราะเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก โดยส่วนตัวที่คิดว่าสามารถชนะใจกรรมการได้นั้นน่าจะมาจากการที่ตนมีบุคลิกภาพที่ดี มีความเหมาะสมและมีความรู้รอบตัว แต่ช่วงที่อยู่บนเวทีก็มีอาการประหม่าด้วยแต่คิดถึงพ่อตลอดเวลา ขอให้พ่อช่วยทำความฝันให้สำเร็จด้วย และบอกตัวเองด้วยว่าต้องทำให้ดีที่สุด ซึ่งหลังจากนี้จะทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรมให้ดีที่สุดจะเป็นแบบอย่างของหญิงไทย ส่วนความตั้งใจในอนาคตอยากจะเรียนให้จบคณะพาณิชย์สาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ด้วยเกรดที่ดี ตอนนี้มีเกรดเฉลี่ยประมาณ 3.5 นางสาวไทยคนล่าสุด เผยอีกว่า ส่วนเรื่องความรักตอนนี้ยังไม่มีแฟนไม่มีคนมาจีบและไม่ได้ตั้งสเปกผู้ชายไว้ขอเพียงแค่คนที่เข้าใจกันก็เพียงพอแล้ว สำหรับงานในวงการบันเทิงก็อยากจะลองทำเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ อยากเดินแบบ ส่วนเงินรางวัลที่ได้มานั้นจะแบ่งไว้เป็นทุนการศึกษา ทำบุญให้พ่อที่เสียไปตั้งแต่ตนเองยังเด็ก รวมทั้งจะเก็ยไว้ทำบุญกับองค์กรการกุศลด้วย นอกจากนี้ในสมัยเรียนเพื่อนๆ เรียกว่าเจ๊อ้อ เนื่องจากเป็นคนสูงที่สุดในกลุ่มและมีนิสัยชอบดูแลคนอื่น โดยมีคติประจำใจคือ คิดดี ทำดี รักและให้อภัยคนอื่น ทั้งนี้ในวัยเด็กตนอยากเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ แต่เมื่อโตขึ้นก็ได้เปลี่ยนความคิดเพราะเป็นเรื่องยากจึงอยากจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือให้ความรู้แก่เด็กๆ ++ ภาพเพิ่มเติม 18 สาวงาม ผู้ผ่านเข้ารอบการประกวดนางสาวไทย ++ ภาพจาก THAILANDBEAUTIES.COM

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!