ไม่ใช่แค่แช่น้ำแล้วจบ! กูรูแนะ 2 เคล็ดลับการกิน "เมล็ดเจีย" หลายคนทำผิดตั้งแต่ขั้นตอนแรก

ไม่ใช่แค่แช่น้ำแล้วจบ! กูรูแนะ 2 เคล็ดลับการกิน "เมล็ดเจีย" หลายคนทำผิดตั้งแต่ขั้นตอนแรก

ไม่ใช่แค่แช่น้ำแล้วจบ! กูรูแนะ 2 เคล็ดลับการกิน "เมล็ดเจีย" หลายคนทำผิดตั้งแต่ขั้นตอนแรก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ใช่แค่แช่น้ำแล้วจบ! นักโภชนาการแนะ "เมล็ดเจีย" กับ 2 เคล็ดลับการทาน หลายคนทำผิดตั้งแต่ขั้นตอนแรก

กลายเป็นเมนูโปรดของสายสุขภาพในยุคนี้สำหรับ "เมล็ดเจีย" (Chia Seeds) ที่นิยมนำมาผสมในนม น้ำเต้าหู้ หรือทำเป็นเมนูมื้อเช้าอย่างโอ๊ตมีล นักโภชนาการ เซี่ย จื่อเหวินได้ออกมาแบ่งปันความรู้ว่า เมล็ดเจียอุดมไปด้วยใยอาหารสูง เมื่อเจอกับน้ำจะพองตัวเป็นเจล ช่วยเพิ่มความอิ่มสบายท้อง นอกเหนือจากนี้ยังช่วยเติมกรดไขมัน Omega-3 จากพืช และสารโพลีฟีนอลที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้ดีอีกด้วย

ประโยชน์ซูเปอร์ฟู้ดขนาดจิ๋ว ช่วยขับถ่ายและคุมน้ำตาล

อย่ามองข้ามเมล็ดเจียขนาดจิ๋ว เพราะอัดแน่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย ใยอาหารในเมล็ดเจียจะดูดซับน้ำและพองตัวเป็นเจลเมื่อสัมผัสกับของเหลว หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความอิ่ม ช่วยในการขับถ่าย รักษาความสมดุลของระบบทางเดินอาหาร และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารให้คงที่

นอกจากนี้ เมล็ดเจียยังมีกรดไขมัน Omega-3 จากพืช รวมถึงสารโพลีฟีนอล เช่น เคอร์ซิติน, แคมป์เฟอรอล และกรดคลอโรเจนิค ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและลดสภาวะเครียดออกซิเดชัน สามารถนำมาผสมในอาหารเช้าหรือเครื่องดื่มประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย

2 เคล็ดลับสำคัญในการรับประทานเมล็ดเจียให้ถูกวิธี

1. ต้องแช่น้ำก่อนกิน อย่างน้อย 15–30 นาที: หลายคนมักใส่เมล็ดเจียลงในนมแล้วดื่มทันที แต่นักโภชนาการเตือนว่า เมล็ดเจียมีความสามารถในการดูดซับน้ำสูงมาก จึงแนะนำให้ผสมในน้ำ นม หรือโยเกิร์ต แล้วทิ้งไว้ราว 15–30 นาที ให้พองตัวจนเกิดลักษณะคล้ายเจลก่อนรับประทาน หรือหากไม่มีเวลาในตอนเช้า สามารถเตรียมทำเป็นเมนู Overnight Oats ทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อพร้อมทานได้ทันที

2. ปริมาณที่เหมาะสม คือวันละ 1 ช้อนโต๊ะ: แม้เมล็ดเจียจะมีประโยชน์สูงแต่ก็ไม่ควรรีบทานในปริมาณมากเกินไป ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือวันละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (หรือราว 15 กรัม) โดยเฉพาะผู้ที่ปกติรับประทานผักผลไม้น้อย หากทานเมล็ดเจียปริมาณมากทันที ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทัน ดังนั้นจึงควรเริ่มจากปริมาณน้อยๆ แล้วค่อยๆ ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการกินของตนเอง

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล