เฉลยแล้ว! "ยาคูลท์" ดื่มเวลาไหนได้ผลดีที่สุด? เผยเคล็ดลับที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้

"ยาคูลท์" ดื่มเวลาไหนดีที่สุด? ไขข้อข้องใจช่วงเวลาดื่มเพื่อรับประโยชน์สูงสุดทำความรู้จักยาคูลท์และจุลินทรีย์ดี
ยาคูลท์ แบรนด์นมเปรี้ยวคู่คนไทยมายาวนานกว่า 50 ปี อัดแน่นไปด้วยจุลินทรีย์มีชีวิตสายพันธุ์เฉพาะอย่าง แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ ชิโรต้า (Lactobacillus casei Shirota) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการดูแลระบบย่อยอาหาร สมดุลลำไส้ และเสริมภูมิคุ้มกัน แต่คำถามคาใจของหลายคนคือ "เราควรดื่มยาคูลท์เวลาไหนถึงจะได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด?"
ช่วงเวลาแนะนำในการดื่มยาคูลท์ตามช่วงเวลาของร่างกาย
การดื่มนมเปรี้ยวในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการทำงานของอวัยวะต่างๆ อาจช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายได้ดีขึ้น ดังนี้:
-
ช่วงเวลา 05.00 - 07.00 น. (เวลาของลำไส้ใหญ่): แนะนำให้ดื่มในช่วงเช้าตรู่เพราะเป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่เริ่มตื่นตัวและทำงาน จุลินทรีย์ในยาคูลท์จะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้ระบบขับถ่ายและกระบวนการกำจัดของเสียในตอนเช้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ช่วงเวลา 12.00 - 15.00 น. (เวลาของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก): ช่วงกลางวันเป็นเวลาที่ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก การดื่มยาคูลท์ในช่วงนี้จะช่วยสนับสนุนการทำงานของลำไส้เล็กในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร แนะนำให้ดื่มหลังมื้ออาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้กรดในกระเพาะอาหารขณะท้องว่างทำลายจุลินทรีย์
-
ช่วงเวลา 15.00 - 17.00 น. (เวลาของกระเพาะปัสสาวะ): ช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลาการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ การดื่มนมเปรี้ยวในช่วงนี้มีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการขับถ่ายของเสียและระบบหมุนเวียนของร่างกายให้สมดุลยิ่งขึ้น
ไขข้อข้องใจ: ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย
-
เคล็ดลับจาก "สาวยาคูลท์": แนะนำให้ดื่ม "หลังอาหาร" เสมอ เนื่องจากหลังมื้ออาหารสภาพความเป็นกรดในกระเพาะอาหารจะลดลง (มีอาหารคอยช่วยเจือจางกรด) ทำให้เกราะป้องกันดีขึ้น และช่วยปกป้องจุลินทรีย์ชิโรต้าไม่ให้ถูกกรดทำลายจนหลุดรอดไปทำงานในลำไส้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
-
ปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน: ยาคูลท์ไม่ได้มีการจำกัดจำนวนขวดที่แน่นอน แต่โดยทั่วไปการดื่ม 1 ขวดต่อวัน ก็เพียงพอที่จะเติมจุลินทรีย์ดีในปริมาณที่ร่างกายต้องการสำหรับคนสุขภาพดีแล้ว (ทั้งนี้ควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ร่วมด้วย)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
