มีประจำเดือน ห้าม "ดื่มน้ำมะพร้าว" จริงหรือไม่? ควรกินอะไรช่วงเป็นเมนส์

มีประจำเดือน ห้าม "ดื่มน้ำมะพร้าว" จริงหรือไม่? อาหารที่ควรกิน-ควรเลี่ยงช่วงเป็นเมนส์
ช่วงมีประจำเดือนมักมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการอ่อนเพลีย ปวดท้อง หรืออารมณ์แปรปรวน ทำให้หลายคนเริ่มระมัดระวังเรื่องการกินเป็นพิเศษ จนเกิดเป็นข้อสงสัยและคำถามมากมาย โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่า "ห้ามดื่มน้ำมะพร้าวช่วงมีประจำเดือน" เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน? มาหาคำตอบไปพร้อมกัน
ก่อนจะไปดูเรื่องน้ำมะพร้าว มาทำความเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับร่างกายในช่วงมีประจำเดือน และความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับรอบเดือนกันก่อน
ประจำเดือนส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
-
เสียเลือดและอ่อนเพลีย: ทำให้ร่างกายสูญเสียธาตุเหล็ก ส่งผลให้รู้สึกเวียนศีรษะได้ง่าย
-
มดลูกบีบตัว: อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยหรือปวดประจำเดือน
-
ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ส่งผลให้เกิดอาการทางใจ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย รวมถึงอาการทางกายอย่างท้องอืด ท้องเสีย หรือคลื่นไส้

อาหารส่งผลต่อประจำเดือนอย่างไร
ในความเป็นจริงแล้ว อาหารไม่มีผลโดยตรงกับมดลูก เนื่องจากอาหารที่รับประทานเข้าไปจะผ่านลงสู่กระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อโดยตรงกับมดลูก อย่างไรก็ตาม อาหารบางประเภทอาจมีผลทางอ้อมต่ออาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนและขณะมีประจำเดือน การเลือกทานอาหารที่เหมาะสมจึงช่วยลดอาการไม่สบายตัวเหล่านี้ได้
อาหารที่แนะนำช่วงมีประจำเดือน
-
ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: แนะนำอย่างน้อย 2.7 ลิตรต่อวัน ช่วยทดแทนการเสียเลือด ลดอาการปวดหรือมึนศีรษะ และช่วยลดอาการท้องอืด
-
อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง: เช่น ปลา, ไก่, และผักใบเขียว (เช่น ผักโขม, คะน้า) ช่วยทดแทนธาตุเหล็กที่สูญเสียไปกับการมีประจำเดือน
-
อาหารโปรตีนสูงและกากใยสูง: ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และทำให้อิ่มท้อง ไม่หิวง่าย
-
โอเมกา-3 : ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน พร้อมทั้งช่วยบรรเทาอาการอารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า หรือเหวี่ยง
-
สมุนไพรบางชนิด: เช่น ขิง และอบเชย มีส่วนช่วยลดอาการปวดประจำเดือน (แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป)
-
อาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่: ช่วยบำรุงร่างกายในช่วงที่อ่อนเพลีย
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงมีประจำเดือน
-
อาหารเค็ม : การกินเกลือหรืออาหารรสเค็มจัดเกินไป จะทำให้น้ำในร่างกายคั่ง ตัวบวม และเกิดอาการท้องอืดตามมา
-
ของหวาน อาหารน้ำตาลสูง: หากทานมากเกินไปจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งตัว ส่งผลให้อารมณ์แปรปรวนง่ายขึ้น
-
คาเฟอีน ชา กาแฟ: คาเฟอีนทำให้น้ำในร่างกายคั่ง ตัวบวม และอาจทำให้ปวดศีรษะมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน การขาดคาเฟอีนก็อาจทำให้บางคนปวดศีรษะได้เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องงดดื่ม เพียงแต่ไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากเกินไป
-
แอลกอฮอล์: ทำให้ร่างกายขาดน้ำ และอาจส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะและท้องอืดตามมา
-
อาหารรสจัด อาหารเผ็ด: อาหารรสเผ็ดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร แม้จะไม่มีผลต่อมดลูกโดยตรง แต่อาจทำให้ร้อนท้อง ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ ซึ่งไปซ้ำเติมอาการช่วงมีประจำเดือนให้แย่ลง
-
เนื้อสัตว์ เนื้อแดง: เช่น เนื้อวัว และเนื้อหมู แม้จะมีธาตุเหล็กสูงช่วยทดแทนเลือดที่เสียไป แต่ก็มีสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ค่อนข้างมาก ซึ่งอาจกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้นและทำให้ปวดประจำเดือนมากขึ้นได้
ไขข้อข้องใจ: ความเชื่อผิด ๆ เรื่องอาหารกับประจำเดือน
1. ไม่ควรทานน้ำเย็นหรือน้ำแข็งช่วงมีประจำเดือน?
-
ความเชื่อ: หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำเย็นหรือทานน้ำแข็งจะทำให้ปวดประจำเดือนมากขึ้น และทำให้ขับเลือดออกมาได้ไม่หมด
-
ความจริง: น้ำเย็นหรือน้ำแข็งไม่ส่งผลใด ๆ ต่อประจำเดือน เพราะประจำเดือนคือเลือดที่ออกมาจากมดลูก ส่วนอาการปวดท้องเกิดจากการบีบตัวของมดลูก เมื่อดื่มน้ำเย็นเข้าไป ร่างกายจะมีระบบปรับอุณหภูมิ และน้ำที่ดื่มจะผ่านไปทางกระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่งแยกจากระบบมดลูกอย่างชัดเจน น้ำเย็นจึงไม่ได้ทำให้ปวดท้องหรือทำให้ประจำเดือนเป็นลิ่ม อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาจากสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลเป็นหลัก
2. ห้ามดื่มน้ำมะพร้าวระหว่างมีประจำเดือน?
-
ความเชื่อ: คนไทยมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า ห้ามดื่มน้ำมะพร้าวช่วงมีประจำเดือน บ้างก็เชื่อว่าจะทำให้เลือดมีกลิ่นคาวขึ้น ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ หรือทำให้ปวดประจำเดือนมากขึ้น
-
ความจริง: ไม่มีข้อห้ามเด็ดขาดในการดื่มน้ำมะพร้าว แต่ก็ไม่แนะนำให้ดื่มในปริมาณที่มากเกินไป ในน้ำมะพร้าวมีสาร ไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งเป็นสารประกอบจากธรรมชาติที่มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง
3. น้ำมะพร้าวทำให้ประจำเดือนผิดปกติและปวดท้องจริงไหม?
-
ความเชื่อ: การดื่มน้ำมะพร้าวจะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและปวดท้อง
-
ความจริง: กลไกการปวดประจำเดือนเกิดจากการบีบตัวของมดลูกที่เกี่ยวข้องกับสารโพรสตาแกลนดิน แม้ในน้ำมะพร้าวจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนค่อนข้างสูง ซึ่งแม้จะไม่ใช่สาเหตุหลักโดยตรง แต่อาจส่งผลต่อการบีบตัวของมดลูกและรบกวนปริมาณประจำเดือนได้บ้างในบางคน อย่างไรก็ตาม หากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป น้ำมะพร้าวยังถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ เพราะอุดมไปด้วยเกลือแร่และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย

น้ำมะพร้าวมีประโยชน์อย่างไรในช่วงมีประจำเดือน?
น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียมและโซเดียม จึงสามารถเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อชดเชยเลือดประจำเดือนโดยเฉพาะ และน้ำเปล่ายังคงเป็นเครื่องดื่มพื้นฐานที่เหมาะสำหรับการรักษาสมดุลน้ำในร่างกาย
การดูแลร่างกายในช่วงมีประจำเดือนควรเน้นรับประทานอาหารให้ครบถ้วน ดื่มน้ำเพียงพอ พักผ่อน และรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก โดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนมากและรู้สึกอ่อนเพลียหรือเวียนศีรษะ
ใครควรระวังการดื่มน้ำมะพร้าว?
แม้จะดื่มได้ในช่วงมีประจำเดือน แต่คนบางกลุ่มควรจำกัดปริมาณหรือปรึกษาแพทย์ก่อน ได้แก่
- ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับคำแนะนำให้จำกัดโพแทสเซียมหรือปริมาณน้ำ เพราะน้ำมะพร้าวมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง
- ผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาล ควรอ่านฉลากน้ำมะพร้าวบรรจุขวด เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่งรสบางชนิดอาจมีน้ำตาลเพิ่ม
- ผู้ที่มีอาการท้องอืดหรือไม่สบายท้องง่าย ควรเริ่มดื่มในปริมาณน้อยและสังเกตอาการของตนเอง
- ผู้ที่แพ้มะพร้าว ควรหลีกเลี่ยงและเข้ารับการรักษาหากมีผื่น บวม หายใจติดขัด หรืออาการแพ้อื่นๆ
ดื่มอย่างไรให้เหมาะสม?
- เลือกน้ำมะพร้าวธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาล
- ดื่มในปริมาณพอเหมาะ ไม่ใช้แทนน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน
- อ่านฉลากผลิตภัณฑ์บรรจุขวด โดยดูปริมาณน้ำตาล โซเดียม และส่วนผสมเพิ่มเติม
- หากดื่มแล้วท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว ควรลดปริมาณหรือหยุดดื่ม
- ผู้ป่วยโรคไตหรือผู้ที่ต้องจำกัดโพแทสเซียมและน้ำ ควรสอบถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อน
ประจำเดือนแบบไหนควรไปพบแพทย์?
หากต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงติดต่อกันหลายชั่วโมง มีประจำเดือนนานเกิน 7 วัน ต้องใช้ผลิตภัณฑ์รองรับประจำเดือนมากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกัน หรือเลือดออกมากจนกระทบชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์ เพราะอาจจัดเป็นภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ
หากเลือดออกมากร่วมกับเวียนศีรษะ หน้ามืด หายใจไม่อิ่ม หรือเจ็บหน้าอก ควรรับการรักษาโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงนานเกิน 2 ชั่วโมงและมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย
สรุป
การมีประจำเดือนไม่ได้เป็นข้อห้ามในการดื่มน้ำมะพร้าว และไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าน้ำมะพร้าวทำให้ประจำเดือนหยุดไหล เลือดออกมาก รอบเดือนผิดปกติ หรือทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น
ผู้ที่มีสุขภาพทั่วไปสามารถดื่มได้ในปริมาณพอเหมาะ โดยควรเลือกชนิดไม่เติมน้ำตาล ส่วนผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่ต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือปริมาณน้ำ และผู้ที่ดื่มแล้วมีอาการไม่สบาย ควรจำกัดปริมาณหรือปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

