กูรูญี่ปุ่นบอก 3 เคล็ดลับเลือก "แอปเปิล" เนื้อหวานกรอบฉ่ำ สดใหม่ วิธีสังเกตง่ายๆ

กูรูญี่ปุ่นบอก 3 เคล็ดลับเลือก "แอปเปิล" เนื้อหวานกรอบฉ่ำ สดใหม่ วิธีสังเกตง่ายๆ

กูรูญี่ปุ่นบอก 3 เคล็ดลับเลือก "แอปเปิล" เนื้อหวานกรอบฉ่ำ สดใหม่ วิธีสังเกตง่ายๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กูรูญี่ปุ่นบอก 3 เคล็ดลับเลือก "แอปเปิล" ให้ได้ผลที่เนื้อหวานกรอบ ฉ่ำน้ำ สดใหม่ มีวิธีสังเกตง่ายๆ อย่าดูแค่สีภายนอก

เวลาเลือกซื้อแอปเปิล หลายคนมักจะเลือกผลที่ผิวสีแดงสดและดูสวยไว้ก่อน เพราะเชื่อว่ายิ่งแดงจะยิ่งหวาน แต่คุณเคยเจอไหม? ซื้อแอปเปิลลูกสีแดงน่ากินกลับมาบ้าน พอผ่าออกมากลับไม่หวานอย่างที่คิด แถมเนื้อยังฝาด ร่วนซุย และขาดความกรอบไปซะอย่างนั้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านผักและผลไม้ชาวญี่ปุ่นชื่อว่า 青髪のテツ ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี ได้แชร์เคล็ดลับผ่านเว็บไซต์ Yahoo! JAPAN ว่า การจะเลือกแอปเปิลให้หวานฉ่ำและอร่อยนั้น ไม่สามารถดูแค่สีผิวภายนอกได้ แต่ต้องสังเกตจาก 3 รายละเอียดสำคัญ ได้แก่ สีของก้นผล สภาพของขั้ว และน้ำหนัก 

1. ดูสีที่ "ก้นแอปเปิล" (จุดสำคัญที่สุด)

หลายคนโฟกัสแค่ความแดงด้านบน แต่จริงๆ แล้ว "ก้นแอปเปิล" เป็นจุดที่สะท้อนความสุกงอมได้ดีที่สุด ในกระบวนการสุกของแอปเปิล คลอโรฟิลล์ (สีเขียว) จะค่อยๆ สลายไป ดังนั้น แอปเปิลที่สุกเต็มที่และมีความงอมได้ที่ บริเวณก้นผลจะมีสีเหลืองอ่อน สีครีม หรือสีขาวอมเหลือง

แอปเปิลที่มีลักษณะนี้มักจะเป็นผลที่สุกคาต้น ซึ่งไม่เพียงแต่มีความหวานสูงเท่านั้น แต่เนื้อสัมผัสยังมีความละเอียด และส่งกลิ่นหอมชัดเจนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กูรูท่านนี้ได้เตือนว่าแอปเปิลแต่ละสายพันธุ์อาจมีความแตกต่างกัน เช่น พันธุ์ซึงารุ (Tsugaru) หรือพันธุ์โจนาโกลด์ (Jonagold) ต่อให้สุกแล้ว ก้นผลก็อาจจะยังคงมีสีเขียวหลงเหลืออยู่บ้าง จึงไม่ควรใช้เกณฑ์นี้ตัดสินเพียงอย่างเดียว

2. สังเกตสภาพของ "ขั้วแอปเปิล"

ขั้วของแอปเปิลคือเบาะแสสำคัญในการวัด "ความสดใหม่" 

  • แอปเปิลที่สดใหม่: ขั้วจะมีความหนา สมบูรณ์ และเนื้อแอปเปิลรอบๆ ขั้วจะอวบอิ่ม เต่งตึง แสดงว่าเพิ่งเก็บเกี่ยวมาได้ไม่นานและยังกักเก็บน้ำภายในผลไว้ได้อย่างครบถ้วน
  • แอปเปิลที่เก็บไว้นาน: ขั้วจะเรียวเล็ก แห้งเหี่ยว หรือหดตัว และเนื้อรอบๆ ขั้วอาจจะเริ่มบุ๋มหรือเหี่ยวย่น ซึ่งแสดงว่าแอปเปิลเริ่มสูญเสียความชุ่มชื้นแล้ว แอปเปิลลักษณะนี้เมื่อกินเข้าไปเนื้อจะร่วนซุย ไม่กรอบ และค่อนข้างแห้ง

3. เปรียบเทียบ "น้ำหนัก"

วิธีที่ง่ายและทำได้จริงที่สุดคือการลองหยิบขึ้นมาเพื่อเทียบน้ำหนัก หากเจอแอปเปิลสองลูกที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน ลูกที่มีน้ำหนักมากกว่ามักจะมีเนื้อที่แน่นกว่าและมีปริมาณน้ำข้างในสูงกว่า ทำให้เวลากินจะรู้สึกฉ่ำน้ำและกรอบอร่อยกว่า

ข้อควรระวังคือ ต้องเปรียบเทียบภายใต้แอปเปิลสายพันธุ์เดียวกันเท่านั้น เพราะแอปเปิลแต่ละสายพันธุ์มีน้ำหนักตามธรรมชาติที่ไม่เท่ากัน เช่น แอปเปิลพันธุ์ฟูจิ (Fuji) ที่สุกช้า โดยทั่วไปจะมีน้ำหนักมากกว่าสายพันธุ์ที่สุกไว ดังนั้น เวลาเลือกซื้อควรเปรียบเทียบลูกที่มีขนาดใกล้เคียงกันและเป็นสายพันธุ์เดียวกัน ถึงจะแม่นยำที่สุดครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล